เป็นอีกหนึ่งแขกรับเชิญของคุณเรโด้ที่ต้องฟังแล้วได้ประโยชน์จริงๆ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM

Thairath Talk : อยากให้ช่วยปูพื้นให้ผู้ชมฟังหน่อยว่า จริง ๆ แล้ว BAM มีพันธกิจและหน้าที่อะไรบ้างครับ?

BAM คือบริษัทบริหารสินทรัพย์ทั่วไปครับ ซึ่งในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 90 AMC คำว่า AMC (Asset Management Company) ในอดีตหมายความว่าเป็นกิจการที่รับซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงิน แล้วก็มาปรับโครงสร้างหนี้ มาสร้างรายรับที่เราเรียกว่า Cash Collection จากการปรับโครงสร้างหนี้ 

หลังจากนั้นถ้าไปไม่รอด สุดทางเลื่อนก็คือการตีทรัพย์ชำระหนี้ หรือว่าการดำเนินคดี เพื่อที่จะเอาทรัพย์ของลูกหนี้กลายมาเป็นทรัพย์ของ AMC ครับ มุมนี้ก็เกิดขึ้นมาคู่กับประเทศไทย ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งแล้ว แต่ในสิ่งที่ BAM พยายามจะเปลี่ยนบทบาท

สิ่งที่ BAM เอง ในช่วงระยะเวลาประมาณ 11 เดือนที่ผ่านมา เราพยายามที่จะเปลี่ยนบทบาทของการเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ทั่วไป ให้กลายมาเป็นโรงพยาบาลแก้หนี้ ฉะนั้นสิ่งที่เราทำในวันนี้ ก็คือการหยิบยื่นโอกาสที่สองให้กับลูกหนี้ในอดีต สมมุติว่าสมชายมีหนี้ 1 ล้านบาท มีดอกเบี้ย พักแขวน แล้วไม่สามารถที่จะจ่ายได้ จากสถาบันการเงินอีก 3 ล้านบาท รวมเป็น 4 ล้านบาท สมชายก็ต้องเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้กับ AMC ที่จำนวน 4 ล้านบาท

แต่ในวันนี้สมชายอาจจะเลือกในการปรับโครงสร้างหนี้กับ AMC โดยเฉพาะ BAM ในราคาแค่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ก็คือราคาเงินต้น ด้วยมุมมองในการมองหนี้ของสมชายที่เปลี่ยนไป สมชายมีโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาใหม่ได้ นั่นเลยเป็นที่มาว่าเราพยายามที่จะทำ Positioning ของเราเอง เป็นโรงพยาบาลแก้หนี้มากกว่าที่จะเป็นบริษัททวงหนี้ หรือว่าปรับโครงสร้างหนี้โดยทั่วไป

...

หนี้กองที่เทมาที่ BAM มากที่สุดก็คือ Housing Loan ทำอย่างไรให้ลูกหนี้ยังสามารถที่จะดูแลครอบครัวได้ ยังสามารถที่จะมีบ้านของตัวเอง โดยที่บ้านไม่ถูกยึด บ้านไม่ถูกตีทรัพย์ชำระหนี้

อันนั้นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของคน BAM ฉะนั้นคน BAM คำถามแรกที่จะถามลูกหนี้ ซึ่งวันนี้เราเรียกลูกหนี้ว่าลูกค้า ว่าไหวแค่ไหน ไหวไหม คำถามว่าไหวไหม มันคือคำถามที่จะเป็นประโยคแรกที่ BAM จะถามลูกค้าของตัวเองก็คือลูกหนี้ ในมุมหนึ่งเราคือคนที่รักษาหนี้

กับอีกในมุมหนึ่งเราคือ Broker ของทรัพย์มือสอง ซึ่งทั้งสองมุมอันแรกตอบคำถามในมุมของโซเชียล คือการรักษาโรคหนี้ให้คนไทย ซึ่งเป็นโรคหนี้กันเยอะมาก วันนี้คนไทยหนี้ครัวเรือนอยู่ตัวเลขใกล้ 90% ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของเอเชียอยู่ที่ประมาณ 68% เพราะว่าเรามีอัตราน้ำตาลในเลือดสูงมาก น้ำตาลนี่คือจำนวนหนี้ในเลือดสูง ด้วย DNA ของคนไทยอยู่แล้ว คือกล้าเป็นหนี้

อีกมุมหนึ่งก็คือการทำหน้าที่เป็น Broker ทำอย่างไรให้ทรัพย์ที่มันหลุดออกมาจากระบบกลับไปสู่ระบบได้ใหม่กับเจ้าของใหม่ให้ได้เร็วที่สุด

ฉะนั้นทุกวันนี้เราทำงานแข่งกับเวลา ทุกๆ วันของคน BAM คือการรักษาโรคหนี้ กับการเปลี่ยนมือ ทรัพย์มือสอง ให้มีเจ้าของใหม่ให้ได้เร็วที่สุด ฉะนั้นในมุมของ BAM ไม่ใช่บริษัท AMC ในอดีต มันคือเครื่องมือหลักในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย คนปล่อยหนี้ดี เขาก็มีหน้าที่ปล่อยไป เพื่อสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

แต่วันนี้ BAM นี่ ผมคิดว่า BAM เหมือนกับเป็นปราการด่านหลัง เหมือนกับกองหลังที่ดีที่สุดของประเทศ เราอาจจะเป็น Virgil Van Dyke (นักฟุตบอลกองหลังระดับโลก) ในการที่จะรักษา ไม่ให้มีใครเข้าไปทะลวงประตูของลิเวอร์พูล วันนี้การปล่อยสินเชื่อ ก็มีอัตราการปฏิเสธสูง ในมุมของ Housing Loan (สินเชื่อระยะยาว) ที่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตราการปฏิเสธ เกินครึ่งไปแล้ว ฉะนั้น, ถ้าเราจุดธูปและภาวนาว่า สมชายหรือสมหญิงจะขอกู้แบงก์ผ่านแล้วก็มาซื้อทรัพย์ BAM

การขายผ่อนเราเรียกว่า โครงการทรัพย์มหาชน คือสมชาย สมหญิง ไม่จำเป็นต้องมีสลิปเงินเดือน ไม่มีการเช็กเครดิตบูโร เริ่มต้นผ่อนตั้งแต่เดือนละ 500 บาท ผ่อนเท่าที่ไหว สูงที่สุดก็คือ 20 ปี และอาจจะพิจารณาต่อให้อีก 5 ปี ฉะนั้น, ในมุมนี้เราก็เปลี่ยนจากสมการเดิม ว่าสมชาย สมหญิงต้องกู้แบงก์ก็กลายมาเป็นคนที่สามารถเป็นลูกค้าตรงของ BAM ได้เลย

เราก็มีอัตราการระบายทรัพย์ที่สูงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้ง BAM ในระยะเวลาไม่ถึง 4 เดือน เราขายทรัพย์ไปแล้วกว่า 1,500 ชิ้น มุมนี้เป็นมุมที่หนึ่ง เราตอบโจทย์สังคม คนที่เป็นฟรีแลนซ์

คนที่เป็นคนที่ไม่มีสลิปเงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน พี่ยาม พี่ไรเดอร์ พี่วิน หรือคนขับแท็กซี่ ก็สามารถที่จะเข้ามาเป็นลูกค้ากิตติมศักดิ์ของ BAM ได้ อันที่ 2 ปกติเวลาดูคนที่จะเข้ามาซื้อทรัพย์ก็จะดูแบงก์ ดูเครดิตบูโร แต่บอกเลยว่า BAM ไม่ดู เอาเท่าที่คุณมีหลักฐานเพียงพอ ว่าคุณมีรายได้พอผ่อนทรัพย์ BAM เรามองแค่ว่าเอาเท่าที่ไหว ไหวเท่าไร ไปต่อไหวไหม สิ่งเหล่านี้มันอยู่ใน DNA ของพวกเรา

เรามีไรเดอร์เข้ามาผ่อนทรัพย์กับ BAM หรือคนที่ทำความสะอาดตามอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ เขาก็ผ่อนอยู่เดือนละประมาณ 3,000 บาท คือเน้นเอาเท่าที่เขาไหวครับ เพราะอย่างที่บอกว่าพื้นฐานของ BAM เราอยู่กับกองหนี้มาตลอด เราจึงมีความคุ้นชินกับการปรับโครงสร้างหนี้เป็นอย่างดี

วันหนึ่งถ้าคุณไม่ไหว จาก 3,000 บาทผมก็บอกว่า 500 ไหวไหม เราเขียนเอาไว้แล้วว่า ขั้นต่ำคือผ่อนเดือนละ 500 และวันที่คุณไหวคุณก็กลับมาผ่อนเดือนละ 5,000 ก็ได้ เป็นการชดเชยสิ่งที่มันหายไป

ฉะนั้น, ความยืดหยุ่นของเราเยอะกว่า ในมุมของทางเลือกให้กับคนตัวเล็ก ๆ นั่นเลยเป็นที่มาของการทำทรัพย์มหาชน เราเริ่มต้นปีที่แล้วที่เป็นเฟส 1 ทรัพย์มหาชนที่มีมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท เพราะเรามองว่าเราอยากจะเยียวยาคนตัวเล็ก ๆ โดยเฉพาะอาชีพอิสระ

...

Thairath Talk เห็นว่าปีนี้ก็เพิ่งปล่อย เฟส 2 ทรัพย์มหาชนพลัส คือเพิ่มจาก 3 ล้านมาเป็น 5 ล้าน สำหรับกลุ่มคนที่เป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ ที่มีรายได้เดือนละ 50,000-60,000 บาท ที่มีสลิปเงินเดือน

ใช่ครับ รวมถึงข้าราชการที่อาจจะยังเป็นข้าราชการชั้นกลาง ยังไม่ได้เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีรายรับอยู่ประมาณ 30,000 บาท แล้วทำ MOU กับหน่วยงานราชการตรง หักจากบัญชีเงินเดือนของเขา 1. ทรัพย์ขยายจาก 3 ล้านมาเป็น 5 ล้าน, ทำเลงดงามมากขึ้น ใจกลางกรุงเทพมากขึ้น หัวเมืองต่าง ๆ ที่เป็นจังหวัดเศรษฐกิจก็สามารถที่จะมีตัวเลือกมากขึ้น ฉะนั้น, วันนี้เราขยายของจากเดิม ที่เราโฟกัสกลุ่มเปราะบาง

แล้วก็ขยายมาเป็นกลุ่มคนชั้นกลางมากขึ้น มันก็จะเป็นเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังแรก ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์เพื่อการลงทุน ฉะนั้น การมีบ้านสวย ๆ มูลค่าประมาณ 3 ล้าน 5 ภายในระยะเวลา 3 ปี 5 ปี มันอาจจะเพิ่มมาเป็น 4,800,000 เป็น 5,200,000 มันงดงามมากแล้วมันทำให้คนไทยมีความหวังอีกครั้งหนึ่ง ว่าทรัพย์ที่คิดว่ามันไกลเกินเอื้อม

วันนี้เราเอาเข้ามาอยู่ใกล้คุณแล้ว คุณเอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น เรามีทรัพย์ตั้งแต่ราคา 80,000 บาท ไปจนถึงราคา 5,000,000,000 บาท ทำอย่างไรให้ทรัพย์ราคาต่ำ หรือราคาไม่สูงมากนักตกไปอยู่ในมือของผู้ที่เป็นเจ้าของรายใหม่ ยกตัวอย่างเช่น อาชีพอิสระ หรือข้าราชการตัวเล็ก ๆ ทหารตำรวจที่ตอนนี้อยู่บ้านหลวง ทำอย่างไรให้ตอนที่เขายังเป็นแค่ร้อยตรี ร้อยโท สามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้ โดยการผ่อนจากบัญชีเงินเดือนของตัวเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมโฟกัสตอนนี้ ก็คือการทำ MOU ภาครัฐ

สำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อย บ้านหลังละหนึ่งล้าน ผ่อนต่อเดือนไม่เกิน 4,000 บาท เขามีเงินเดือนประมาณ 20,000 กว่าบาท 4,000 บาทจาก 20,000 กว่าบาทผ่อนไหวไหม ไหว นั่นเลยเป็นที่มาว่าทำอย่างไร ให้ทรัพย์สามารถกลับไปอยู่ในระบบนิเวศของเศรษฐกิจได้เหมือนเดิม

...

Thairath Talk ถ้า BAM ไม่ใช้สลิปเงินเดือน ใช้หลักเกณฑ์หรือว่าเราดูหลักฐานอะไรในการกู้

อันแรกผมคิดว่าสลิปเงินเดือนมันก็เป็นเครื่องยืนยัน เป็นเครื่องมือในการปิดความเสี่ยงของการที่จะให้กู้ แต่อย่างที่ผมได้เรียนคุณเรย์ไป ผมไม่ได้ให้กู้ ผมให้ผ่อน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราดู เราไม่ได้ดูสลิปแต่เราดูในมุมของสเตตเมนต์ ถ้าเกิดเขามี เช่น เป็นรายรับที่ได้สม่ำเสมอ ซึ่งไม่ได้เป็นสลิป ก็ขอดูสเตตเมนต์ย้อนหลังสักประมาณ 3 เดือน เพราะฉะนั้น 3 เดือนมันก็มีความมั่นคงว่าคุณสามารถผ่อนทรัพย์กับเราได้

ฉะนั้นต้องตีความให้แตก ตรงที่ว่าเราไม่ได้ให้กู้ เราให้ผ่อน อันที่ 2 ปกติอาชีพอิสระ ในฐานะที่เป็นอดีต ผมเคยเป็นนายธนาคารมามันมีค่าเฉลี่ยของมันอยู่แล้วอย่างเช่น พี่วินเขามีรายได้ ประมาณ 1,000 บาทต่อวัน ในวันที่เขาขับรถ พี่วินทำงานตั้งแต่ประมาณตี 5.30 ไปจนถึงประมาณ 2.30 เขามีรายได้เดือนละประมาณ 30,000 บาท ถ้าเกิดเขาวิ่งทุกวัน

ฉะนั้น 30,000 บาท เราก็จะรู้แล้วว่าพี่วินสมชายมีรายได้ประมาณ 30,000 อย่างที่ผมบอก ถ้าเขามาผ่อนทรัพย์ มูลค่า 300,000 บาท ไม่เกิน 500,000 บาทผ่อนเดือนละประมาณ 2,500 บาท ไหวไหม จาก 30,000 บาท ไหวไง สิ่งเหล่านี้ มันเป็นสิ่งที่ เรามีค่าเฉลี่ยของอาชีพอิสระที่เป็นมุมของรายได้อยู่แล้ว คุณป้าสมจิตที่เป็นแม่บ้าน มีเงินเดือน เริ่มต้นประมาณ 15,000 บาท ถ้ารวมโอทีคุณป้าสมจิต น่าจะมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 24,000 บาท นั่นเลยเป็นที่มาว่าผมก็เห็นว่า

คุณป้าน่าจะมีรายได้ต่อเดือน 24,000 บาท คุณป้ามาผ่อน ผ่อนทรัพย์ BAM เดือนละ 2,500 บาทถึง 2,800 บาท ไหวไหม ไหว นั่นเลยเป็นที่มาว่า เราไม่ได้ใช้ไสยศาสตร์อะไรเลย มันมีตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ ในการที่จะบอกว่าเขามี Ability (ความสามารถ) ในการที่จะ จ่ายเงินค่างวดเราหรือเปล่า

...

Thairath Talk ถามด้วยความเคารพ ไม่กลัว NPL เหรอครับ เพราะกลุ่มคนเปราะบางเหล่านี้รายได้ไม่แน่นอน

หนึ่งก็คือเขายังผ่อนทรัพย์กับเรา ถามว่าการผ่อนทรัพย์กับ BAM ทรัพย์เป็นของใครครับ

Thairath Talk ของเราสิ

เป็นของ BAM จนกว่าวันที่คุณจะผ่อนหมด แต่ในมุมของ BAM เอง ถ้าวันหนึ่งที่คุณบอกว่า 4,000 บาท ไม่ไหว คำถามของเราคือ ทำไมไม่ไหว นั่นคือคำถามในอดีต แต่วันนี้ BAM จะถามว่า แล้ว 1,500 บาทไหวไหมพี่ ก็พี่ก็ประคอง 1,500 บาทไปสักปีหนึ่งไหม แล้วพี่ค่อยมา step up ฉะนั้นเราอยู่กับกองหนี้เสีย เราอยู่กับคนที่ฝันสลาย ฉะนั้นความทุกข์ของพวกเขามันคืองานปกติที่เราเจอ

แน่นอนมันก็อาจจะมีกระท่อนกระแท่นบ้าง แต่ในขณะเดียวกันผมคิดว่า มันเป็นการให้โอกาสเขาในทุก ๆ จังหวะของชีวิต ผมคิดว่าถ้าเราหยิบยื่นโอกาสนั้น ให้กับกลุ่มคนตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ได้ มันเป็นการทำบุญในทุก ๆ จังหวะ ที่เราหยิบยื่นทรัพย์ให้คนเหล่านี้ ผมคิดว่ามันไม่มีบุญอะไรที่ใหญ่ไปกว่าการให้โอกาสคนอีกแล้ว

Thairath Talk : ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยว่าการผ่อนบ้าน ผมเชื่อว่าทุกคนฟังแบบนี้มีความหวังแล้ว การผ่อนบ้านเป็นเจ้าของบ้านผ่อนน้อยที่สุด

น้อยที่สุดนี่ ไอ้ที่บอกว่าเริ่มต้น 500 บาทเอาเข้าจริง ทุกคนมีกำลังมากกว่า 500 บาท บ้านบางหลังไม่ใช่บ้านหรอก เอาเรียกว่าเป็นแฟลต หรือว่าเป็นอาคารชุด คอนโดเล็ก ๆ นี่ที่มีพื้นที่ไม่เกิน 28 ตารางเมตร เขาก็ผ่อนต่อเดือน เดือนละประมาณ 1,500-2,000 บาท ในมูลค่าอยู่แค่ประมาณ 3-4 แสน คือบางครั้งนี่ผมกำลังจะบอกว่าทรัพย์บางชิ้นมูลค่ามันไม่ได้สูง

เพียงแต่ว่ามันเป็นทรัพย์มือสอง สิ่งที่เขาควรที่จะต้องมานั่งคิดก็คือ กำลังของคุณ ตราบใดที่คุณผ่อนอะไรไม่เกิน 50% ของรายได้นี่ คุณสามารถที่จะประคองชีวิตได้อย่างมีความสุข นั่นเลยเป็นที่มาว่าเราหยิบยื่นเครื่องมือ ในการที่จะสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่เอง หรือว่าซื้อเพื่อการลงทุน

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ล้านละ 3,000 ล้านละ 4,000 มูลค่าทรัพย์ 1 ล้านบาท มันคือคอนโดมิเนียม 35-40 ตารางเมตร อยู่กรุงเทพฯ หรือว่าชายขอบกรุงเทพฯ แต่มันคือสวรรค์บนดินของคนตัวเล็ก ๆ แล้วถามว่าล้านละ 4,000 บาท ผ่อนไหวไหม ผมคิดว่าคนที่มีรายได้ ยกตัวอย่างผมเคยทำโครงการรักพี่วิน พี่วินมีรายได้เดือนละประมาณ 38,000 บาท โดยเฉลี่ย

เลยเป็นที่มาว่า 38,000 บาท ผ่อน 4,000 บาท มันคือโอกาสของชีวิต ในการที่จะสร้างความมั่นคงจากเดิมที่เช่าอยู่ อันนี้น่าจะเป็นโอกาสในการที่จะสร้างความมั่นคง ให้กับตัวเองและครอบครัวได้ โอกาสในชีวิตที่สอง ก็คือโอกาสในการเอาบ้านมือสอง ไปเป็นทรัพย์เพื่อการลงทุน

ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเช่า แล้วมีรายได้ที่เราเรียกว่า Passive Income หรือซื้อทรัพย์มือสองไปเพื่อที่จะบริหารการขายต่อในอนาคต อันนั้นก็เป็นมุมหนึ่งที่ BAM หยิบยื่นให้ มันอาจจะไม่ได้มาจากทรัพย์ที่เป็นการขายผ่อน คนตัวเล็ก ๆ ที่ซื้อทรัพย์กับเรา ปีละหลัง 2 หลัง แล้วก็เอาไปลงทุนในการที่เข้าไปตกแต่ง แล้วก็เอาไป resell

สิ่งเหล่านี้มันเป็นการหยิบยื่นโอกาสในการทำธุรกิจ เพราะว่าอะไร วันนี้ถ้าเกิดผมถามคุณเรย์ว่า Startup คืออะไร บางทีทุกคนก็คิดว่าจะต้องมีโรงงาน จะต้องมี Mini Factory จะต้องคิดผลิตภัณฑ์อะไรขึ้นมา แต่จริง ๆ แล้วนี่มันมีโอกาสที่คุณสามารถที่จะเป็น Startup จากการซื้อบ้าน BAM ที่เป็นทรัพย์มือสอง แล้วลงทุน คุณก็มีรายได้ คุณเก็บเงินมาอายุประมาณ 48 แล้วกัน มีเงินเก็บประมาณ 1,500,000 ซื้อทรัพย์ BAM ราคา 800,000 ลงทุนเพิ่มเติมในสมการของ BAM ก็บอกว่าควรจะลงทุนไม่เกิน 20% ของราคาทรัพย์

ลงทุนอีกประมาณ 160,000 บาท รวมกันไปเป็น 960,000 บาท แล้วคุณไปขายต่อในราคา 1,200,000 บาท คุณก็ได้กำไรแล้ว แล้วนี่ถามว่าเป็น Startup ไหม เป็นกิจการของตัวคุณเอง

Thairath Talk ใช่

แล้วคุณก็ทำจากเดิม การลงทุนแบบนี้ ทำปีละครั้ง คุณก็เริ่มถี่ขึ้น ทำปีละ 2 ครั้ง ทำปีละ 3 ครั้ง ก็คือ 3 Unit 5 Unit วันนี้คนตัวเล็ก ๆ ที่เป็นกองทัพมด เติบโตจากการซื้อบ้านแบบปีละหลัง วันนี้หลายคนที่ผมเข้าไปพูดคุยด้วย และสัมภาษณ์เนี่ย เขาซื้อปีละ 15 หลัง เขาก็กลายมาเป็นเจ้าของ หรือเป็นเถ้าแก่ตัวเล็ก ๆ เป็นอาชีพที่เป็นสีขาวล้วน ๆ เลย

และมุมพวกนี้ผมคิดว่าพอคุณทำไปสักประมาณ 3 หลัง 5 หลัง คุณจะเกิดความเชี่ยวชาญ คุณรู้แล้วว่าคุณควรจะขายใคร และคุณก็รู้ว่ามีใครมารอซื้อทรัพย์คุณ และคุณก็ใช้เวลาในการที่ BAM หยิบยื่นให้ หยิบยื่นให้ 6 เดือนโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

คุณเอาทรัพย์ BAM ไปหมุนได้ใน 6 เดือน ลงทุนตกแต่ง และเดือนที่ 6 คุณก็ปล่อยขาย คุณใช้ทรัพย์ BAM ในการสร้างรายได้ให้กับชีวิตคุณเอง อันนี้ก็เป็นอีกสมการหนึ่งที่เราเรียกว่า สมการ 6 บวก 6 หมายความว่าถ้า 6 เดือนคุณเอาทรัพย์ BAM ออกไปบริหารจัดการในมุมของการลงทุนตกแต่งเข้าไปแล้ว คุณจะมีลูกค้าทันทีในเดือนที่ 6 คุณก็สบายตัว คุณก็แค่เอาเงินในเรื่องของการที่จะมาตกแต่งทรัพย์

แล้วคุณก็สามารถที่จะขยับเขยื้อนทรัพย์นี้ กลายมาเป็นกำไรในกระเป๋าคุณเองได้ แต่ถ้ายังขายไม่ได้ BAM ก็สามารถให้คุณต่อได้อีก 6 เดือน ถ้าขายยังไม่ได้ คุณต้องซื้อทรัพย์ BAM

ถามว่ามันแฟร์ไหม? แฟร์มากเลยนะ คุณมีทรัพย์ที่เราหยิบยื่นให้ทำงานตลอดเวลานี่

Thairath Talk มันเป็นความท้าทายไหมครับ ในสถานการณ์โลกแล้วก็ในสถานการณ์การเมืองไทย วันนี้ผลกระทบกันหมดเลย ไม่รู้ว่าจะจบตอนไหนด้วย

ต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจไม่ดี สถานการณ์โลกไม่ดี ไม่มีใครลงทุนแน่ ไม่มีใครอยากซื้ออะไรแน่ ผมมองตรงกันข้าม ผมโตมาในครอบครัวที่วันที่ คุณปู่ คุณย่า เวลาท่านมีเงิน ท่านก็จะซื้อที่ดิน ซื้อตึกแถว ซื้อตลาดเก็บเอาไว้ แล้วในวันนั้นมันกลายเป็นเครื่องมือในการลงทุน

วันนี้ทรัพย์มือ 2 หรือ NPA (Non-Performing Asset หรือ ทรัพย์สินรอการขาย) มันจะเป็นสมการเดิม เหมือนกับเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เป็น Investment of Choice (การลงทุนทางเลือก) วันนี้ ถ้าคุณไม่ซื้อที่ หลาย ๆ คนก็มองว่าไปเล่นหุ้น หรือว่าซื้อทองคำ

แต่วันนี้ เมื่อกี้คุณเรย์บอกว่า ทองคำหรือหุ้น เศรษฐกิจมันมีความสั่นไหว ทั้ง 2 อันสั่นไหวแน่นอน แต่อันหนึ่งที่ไม่สั่นไหวเลย แล้วมันพิสูจน์ได้ด้วยตัวเลขมาตลอดระยะเวลา 50 ปี คือการขึ้นของที่ดิน และถ้าเกิดซื้อเก็บเอาไว้เฉย ๆ คุณสามารถที่จะทำกำไรได้จากการเก็บเอาไว้ ด้วยการที่มีการปรับราคาของที่ดินขึ้น

ปีหนึ่ง 3%, 5%, 7% เห็นไหมครับ 3%, 5%, 7% นี่ มีอัตราการรีเทิร์นมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากอีก อันนี้คืออันแรก สมการที่ 1 สมการที่ 2 ถ้าคุณสามารถที่จะปล่อยเช่า คุณก็จะได้อีกประมาณ 7-10% รวมกันก็ประมาณ 15% เลยเป็นที่มาว่า

สิ่งที่เราน่าจะนำเสนอให้กับสังคมในวันนี้ก็คือทำให้ทรัพย์มือ 2 เป็นทางเลือกในการลงทุน กลับไปอยู่ในสมการของ คุณปู่  คุณย่า หรืออากง ที่ส่งเสียเรียนหนังสือสูง ๆ ได้ ก็เพราะว่าในวันนั้น ท่านไม่ได้เลือกเล่นหุ้น

ไม่ได้เลือกในการที่จะซื้อทองคำ ท่านเลือกที่จะซื้อที่ดิน ซื้อตึกแถว ซื้อตลาด

Thairath Talk ฟังดูแล้วเป็นอีกหนึ่งวิสัยทัศน์ที่ดีมาก ๆ นะครับ สถานการณ์แบบนี้คนไม่กล้าลงทุน เราหมุนกลับเลย นี่แหละ คือช่วงเวลาที่เราสมควรจะลงทุนมากที่สุด เพราะว่าที่ดิน หรือบ้านมีแต่ราคาขึ้น

ถูกต้องครับ

Thairath Talk คนที่ฟังรายการ เริ่มสนใจแล้วครับ มีช่องทางติดต่อ BAM ในช่องทางไหนบ้างครับ

ผมว่าอันแรกตรวจสุขภาพกระเป๋าตัวเอง สมมุติว่าคุณมีรายรับ 100 บาทต่อเดือน สิ่งที่จะต้องเติมก็คือ หนึ่ง ในเรื่องของเงินเก็บออม แล้วก็เงินในเรื่องของการลงทุน สัดส่วนของเงินในเรื่องของการลงทุน ก็จะอยู่ที่ประมาณ 20-30% ของสิ่งที่เป็นรายรับ

ถ้าผมพูดว่าคุณสามารถลงทุนกับ BAM ในราคาล้านละไม่เกิน 4,000 บาท ก็แปลว่าถ้าคุณมีเงินเดือน 20,000 บาท 4,000 บาท มันก็แค่ไม่ถึง 20% คุณก็สามารถที่จะมีบ้านหลังหนึ่ง หรือว่ามีคอนโดหลังหนึ่ง ที่ทำให้วันหนึ่งนอกเหนือจากการเป็นบ้านในฝันหลังที่สองแล้ว มันคือเครื่องมือในการลงทุน

พอถึงจุด ๆ หนึ่งแล้วมันเกิดวิกฤตในชีวิต คอนโดหลังนี้ หรือว่าบ้านหลังนี้ หรือว่าทาวน์เฮาส์หลังนี้ มันช่วยคุณได้ แล้วมันก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของคุณเอง

Thairath Talk ภารกิจจุดไฟในความมืดในเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ แบบนี้ อีก 3 ปี 5 ปี เราเห็น BAM ในรูปแบบไหนครับ

ผมคิดว่าสิ่งที่เรากำลังจะสร้างโพซิชันนิ่งของ BAM คือเป็น Partner of Choice ก็คือ เป็นพันธมิตรในทุก ๆ โอกาสของชีวิตคน ตั้งแต่คนตัวเล็ก ๆ นะครับ พี่วินมอเตอร์ไซค์ แม่บ้าน ไปจนถึงเจ้าของกิจการ รวมถึงในระดับเจ้าสัวด้วย เรามีทรัพย์ตั้งแต่ราคา 80,000 จนถึง 5,000,000,000 บาท คนรายได้ 80,000 คือคนตัวเล็ก ๆ ที่อยู่บนฐานพีระมิด แต่ราคา 5,000,000,000 บาท ซึ่งอาจจะเป็นบริษัทห้างร้านขนาดใหญ่ รวมถึงคนที่มีเงินล้น และอยากที่จะหาเครื่องมือในการลงทุน ก็สามารถที่จะมาเลือกซื้อทรัพย์จาก BAM ได้

Thairath Talk ในฐานะผู้บริหาร เวลาเห็นคนที่จะสูญเสียบ้านแล้ว กลับมาตั้งตัวได้ โดยมี BAM เป็นทางเลือกให้เรารอดรู้สึกอย่างไรบ้าง

ผมว่ามันทำให้ใจฟูนะ แล้วก็ในขณะเดียวกัน มันไม่ได้เป็นแค่คนคนนั้น แต่ผมมองลึกไปถึงลูกเมียเขานะครับ ครอบครัวเขา เขายังสามารถที่จะมีกำลังส่งลูกเรียนหนังสือได้ คนกลุ่มนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ ที่เข้ามาอยู่ในคลินิก หรือว่าโรงพยาบาลแก้หนี้ของBAM นะครับ เพราะฉะนั้นเรามีโครงการที่ หลาย ๆ คนเคยทำแล้วกับ BAM ในอดีต อย่างเช่นสุขใจได้บ้านคืน การที่เขาตีทรัพย์ชำระหนี้แล้วค่อย ๆ ผ่อนแบบนี้ เขาสามารถที่จะเปลี่ยนจากการเป็นลูกหนี้ แล้วกลายมาเป็นลูกค้าเงินผ่อนได้

คำว่าลูกหนี้กับลูกค้ามันต่างกันนะครับ ถ้าวันหนึ่งคุณเป็นลูกหนี้ กับวันหนึ่งคุณกลายมาเป็นลูกค้า ความรู้สึกในใจมันหายไปเลย สิ่งที่มันเป็นพันธนาการ ความทุกข์มันจะหายไปจากการที่คุณไม่ต้องผ่อนหนี้ แต่กลายมาเป็นคุณมาผ่อนทรัพย์ของคุณเอง แล้วคุณยังอยู่ในบ้านหลังนั้นต่อไปได้

ยกตัวอย่างสมการนี้ ก็คือถ้าเมื่อไหร่ BAM ซื้อทรัพย์มาจากสถาบันการเงิน มุมนี้เราสามารถที่จะหยิบยื่นโอกาส ให้กับคนตัวเล็ก ๆ ที่เดินเข้ามา แล้วเป็นเจ้าของทรัพย์นั้น แต่ในมุมของสถาบันการเงิน เขาคือลูกหนี้ไม่ใช่ลูกค้า เดินเข้ามาที่ BAM ตีทรัพย์ชำระหนี้แล้วก็ให้เขาผ่อนทรัพย์ คือบ้านที่เขาอยู่ เขาไม่ต้องเดินออกมาจากบ้าน แต่เขาสามารถที่จะเปลี่ยนสมการชีวิต

จากลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว กลายมาเป็นลูกค้าในการขายผ่อนของ BAM ได้ทันที มุมพวกนี้ ผมคิดว่ามันเป็นเครื่องมือใหม่ ในเศรษฐกิจที่มีความผันผวนแบบนี้ ถ้าแทนตัวเองเป็นลูกค้า BAM

Thairath Talk คนที่ฟังรายการ เริ่มสนใจแล้วครับ มีช่องทางติดต่อ BAM ในช่องทางไหนบ้างครับ

อันแรกก็คือเรามี 24 สาขา กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศหลาย ๆ คนก็ขับรถผ่านสาขา BAM อยู่แล้ว อีกมุมหนึ่งก็คือเราก็มี Call Center สามารถที่จะโทรตรงไปที่ Call Center ได้เลย แล้วก็อีกเครื่องมือหนึ่งก็คือ BAM Choice ก็เป็น Application นะครับ ที่สามารถที่จะดาวน์โหลดในทุก ๆ OS ได้เลย เพราะฉะนั้นเราพยายามที่จะเอาตัวไปไว้ใกล้คุณมากที่สุด


ติดตาม BAM ได้ที่ BAM Thailand 

Website : https://www.bam.co.th

Facebook : https://www.facebook.com/onlineBAM

Instagram : https://www.instagram.com/bamthailand