ไลฟ์สไตล์
100 year

9 ทางออกพิชิตหนี้บัตรเครดิต แก้ปัญหาชีวิตรุงรัง

ไทยรัฐออนไลน์
23 พ.ค. 2564 09:23 น.
SHARE

อย่างที่เราทราบกันดีว่าบัตรเครดิตนั้นมีข้อดีหลายข้อ และเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีบัตร ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยกว่าการถือเงินสด เรื่องของการผ่อนจ่าย ซึ่งมีทั้ง 3-10 เดือน รวมถึงดอกเบี้ย 0% ในการซื้อสินค้าบางชนิด หรือบางบัตรเองก็มีเงินคืนถ้าหากซื้อสินค้า ที่เรารู้จักกันว่า Cashback ไปจนถึงการสะสมคะแนนเพื่อที่จะนำคะแนนไปแลกของรางวัลได้

นอกจากนี้ข้อดีสำคัญของบัตรเครดิต คือ มีรอบระยะเวลาที่ต้องจ่ายชำระคืน ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 45 วัน เป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง

แต่อีกด้านของบัตรเครดิตก็มีข้อเสียอยู่มาก เพราะความสะดวกสบายของตัวบัตรเครดิตเอง ทำให้เกิดพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินรายได้ที่ตัวเองได้รับ หรือแม้แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ตกงาน รายได้หดหายทันทีจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กลายเป็นปัญหาหนี้บัตรเครดิตทันที

หนี้สินโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนี้จากบัตรเครดิตนั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ของประชาชนอย่างมาก ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 ในแต่ละเดือนคนไทยใช้จ่ายหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลสูงถึง 34 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของการจ่ายหนี้ทั้งหมด ปัญหาหนี้บัตรเครดิตจึงถือเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจไทยไม่น้อย

มาดูกันว่าวิธีการที่จะทำให้เราสามารถปลดหนี้จากบัตรเครดิตได้บ้าง

ยอมรับสภาพ รวบรวมหนี้ที่มีอยู่ว่ามีเท่าไหร่

ก่อนที่เราจะแก้ปัญหาเรื่องหนี้บัตรเครดิต เราต้องยอมรับเสียก่อนว่ารายได้ของเราในปัจจุบันไม่สามารถที่จะชำระหนี้บัตรเครดิตได้แล้ว ฉะนั้นเราจะต้องกลับมาสำรวจอีกครั้งว่ายอดหนี้ของบัตรเครดิตที่เรามีทั้งหมดนั้นเท่าไหร่ เป็นหนี้บัตรเครดิตกี่ใบ อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ เพราะไม่งั้นแล้วเราจะไม่ทราบได้ว่าปัญหาหนักหนาแค่ไหน

จัดทำแผนการใช้จ่ายใหม่หมด ประเมินความสามารถในการชำระหนี้

เมื่อทราบยอดหนี้หมดแล้ว เราจะต้องมาประเมินอีกครั้งว่าเงินเดือน เทียบกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนของเรานั้นมีอยู่เท่าไหร่ และต้องมาวางแผนว่าเงินเดือนนั้นเราต้องใช้จ่ายเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

หลังการแจกแจงค่าใช้จ่ายดังกล่าวเสร็จแล้ว จะทำให้เราสามารถมองเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอยู่ตรงไหนบ้าง ทำให้เราสามารถปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การซื้อของ (ส่วนใหญ่เป็นของไม่จำเป็น) ดูหนังเดือนละหลายครั้ง ก็ต้องอาจลดลงมา

นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นหนี้บัตรเครดิตเองก็ต้องลดพฤติกรรมประเภท “ของมันต้องมี ต้องซื้อให้ได้” ลงด้วย ขณะเดียวกันในการวางแผนค่าใช้จ่ายนั้น เราอาจพบว่าเราสามารถวางแผนนำสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็นออกมาขาย เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ซึ่งจะทำให้เราปลดหนี้ได้ไวขึ้น และถ้าโชคดีอาจพอเหลือเงินเก็บในกรณีฉุกเฉินได้อีกก้อนหนึ่ง

ปิดบัตรเครดิตที่ไม่ใช้

พฤติกรรมที่ก่อปัญหาทำให้เกิดนี้บัตรเครดิตอีกเรื่องคือ การใช้บัตรเครดิตหลายๆ ใบ โดยถ้าหากวงเงินของบัตรใบหนึ่งหมด ก็จะนำบัตรเครดิตอีกใบมาใช้ จนท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ตามมา คือ หนี้ที่พอกพูน

เหตุการณ์ที่ได้เล่ามานี้นั้นหลายคนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตนั้นเคยเป็นกันมาก่อน ถ้าหากเรากำลังเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่แล้ว ควรที่จะปิดบัตรเครดิตที่ไม่ใช้งานลง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังทำให้เรารับรู้ว่าตัวเรานั้นพร้อมที่จะชำระหนี้บัตรเครดิตแล้ว

ไม่ต้องอายที่จะเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิต

เมื่อเกิดหนี้บัตรเครดิตจนไม่สามารถที่จะชำระได้ไหวแล้วนั้น ควรที่จะรีบติดต่อสถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิตที่เราใช้งานอยู่ทันที เพื่อเจรจาหาแนวทาง และแบ่งเบาภาระหนี้ โดยวิธีการนั้นสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการประนอมหนี้บัตรเครดิต ไปจนถึงยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ เพื่อให้เหมาะกับสถานะทางการเงินปัจจุบันของลูกหนี้

ขณะเดียวกันก็ไม่ควรจะอายในการเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิต เพราะถ้าหากเราอายที่จะเจรจาแล้ว ปัญหาที่ตามมาอาจทำให้เกิดความยุ่งยาก เช่น เป็นคดีความจากการฟ้องร้อง ซึ่งกรณีหลังน่าอายกว่าเสียด้วยซ้ำ

ไม่ควรกู้เงินมาโปะหนี้บัตรเครดิต

ผู้เขียนเคยพบหลายๆ กรณีที่น่าเศร้า คือ การกู้เงินเชื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เงินกู้นอกระบบ” มาจ่ายสินเชื่อของบัตรเครดิต ซึ่งทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเลวร้ายถึงขั้นหายนะ เนื่องจากดอกเบี้ยของเงินกู้นอกระบบนั้นสูงกว่าดอกเบี้ยของบัตรเครดิตเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่แล้วเงินกู้นอกระบบมักจะคิดอัตราดอกเบี้ยเป็นรายวัน ต่างกับดอกเบี้ยของบัตรเครดิตที่คิดเป็นรายปี

วิธีที่ดีที่สุดอย่างที่กล่าวไปในข้อที่แล้วคือการติดต่อกับสถาบันการเงิน 

เลิกจ่ายขั้นต่ำ แล้วชีวิตจะดีขึ้นมาก

เมื่อเราทราบว่าหนี้ที่เราสามารถใช้ได้ในแต่ละเดือน รวมถึงการเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิตแล้ว จะพอทำให้เราทราบได้ว่าต้องจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้ได้เดือนละเท่าไหร่บ้าง ซึ่งการที่จะปลดหนี้จากบัตรเครดิตได้นั้น เราจะต้องจ่ายเงินให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องเลิกพฤติกรรมการจ่ายเงินขั้นต่ำของวงเงินบัตรเครดิต

สาเหตุสำคัญที่คนเป็นหนี้บัตรเครดิตหลายคนนั้นประมาท เพราะเข้าใจว่าการจ่ายขั้นต่ำเมื่อจ่ายไปแล้ว หนี้คงจะหมด แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ใช่แบบนั้น เพราะอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตส่วนใหญ่ มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 18% ต่อปี และสถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิตบางแห่งอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมเข้าไปอีก ทำให้อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ฉะนั้นแล้วเราควรจะจ่ายหนี้ให้มากกว่าขั้นต่ำ เนื่องจากการจ่ายเงินขั้นต่ำนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นแค่การจ่ายดอกเบี้ย รวมถึงเงินต้นเพียงแค่นิดหน่อยเท่านั้น

ได้เงินก้อนใหญ่มา โปะลดหนี้ก่อน

ถ้าหากได้เงินก้อนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นโบนัสประจำปี เงินรายได้พิเศษ อั่งเปา รวมถึงเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์ไม่จำเป็น เงินดังกล่าวควรจะนำมาชำระหนี้บัตรเครดิตทันที เพราะว่าถ้าหากเรานำเงินก้อนดังกล่าวไปโปะเพื่อลดหนี้บัตรเครดิต เนื่องจากอัตราการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก จะทำให้ยอดหนี้ของเราก็จะลดลงไปมากในเดือนถัดไป ทำให้เราหายใจหายคอจากหนี้บัตรเครดิตได้มากขึ้น แต่ถ้าหากโชคดีว่าเงินก้อนนั้นใหญ่พอทำให้เราปลดหนี้ได้หมด เราก็อาจได้เงินเก็บอีกก้อนมาด้วย

หาโอกาสดีๆ จากการสร้างรายได้เพิ่มเติม เพื่อปลดหนี้

ในบทความนี้นอกจากการแนะนำให้ปรับลดค่าใช้จ่ายลงแล้วอาจไม่เพียงพอถ้าหากหลายๆ ท่านต้องการที่จะปลดหนี้ให้ไวมากขึ้น ลองหาโอกาสดีๆ ในการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากความสามารถที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นการขายอาหาร ขายของเล็กๆ น้อยๆ รับจ้างฟรีแลนซ์ เช่น เขียนโปรแกรม รับแปลงาน นอกจากทำให้เราได้รายได้มาปลดหนี้ อาจทำให้เรามีเงินเก็บมากขึ้น ขณะเดียวกันยังทำให้เราค้นพบศักยภาพในตัวเองมากกว่าเดิมอีกด้วย จากการฝึกทักษะใหม่ๆ เพื่อที่จะหารายได้เพิ่มเติม

ถ้าไม่อยากเป็นหนี้อีกครั้ง ต้องมีวินัยทางการเงิน มีรายได้มากกว่ารายจ่าย

ทั้งหมดที่ว่ามา สิ่งที่สำคัญที่สุดของการปลดหนี้บัตรเครดิต นั่นคือ การมีวินัยทางการเงินที่ดี เนื่องจากข้อดีของบัตรเครดิตนั้นมีมาก แต่อีกด้านก็มีข้อเสีย อย่างที่เราได้กล่าวไป ฉะนั้นถ้าหากไม่อยากเป็นหนี้อีกครั้ง ต้องจดจำหลักการ “มีรายได้มากกว่ารายจ่าย” เพื่อที่จะปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

แม้ขั้นตอนที่กล่าวมาทั้งหมดอาจเป็นยาขมสำหรับผู้ที่เป็นหนี้บัตรเครดิต แต่เชื่อว่าถ้าหากผู้อ่านได้ทำตามข้อแนะนำดังกล่าวอย่างตั้งใจแล้ว ฟ้าหลังฝนจากเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้หนี้บัตรเครดิตที่คุณมีจะหายไปอย่างหมดจดได้ ทำให้คุณกลับมามีความสุขได้มากขึ้นอีกครั้งจากการปลอดหนี้

อ้างอิง

SET

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บัตรเครดิตหนี้บัตรเครดิตวิธีปลดหนี้บัตรเครดิตการเงินและการลงทุนการเงิน

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 00:20 น.