แม้เด็กจะมีรูปร่างสมส่วนหรือดูแข็งแรงจากภายนอก แต่ภายในร่างกายอาจกำลังเผชิญภาวะ "Triple Burden" หรือปัญหาทุพโภชนาการ 3 มิติซ้อน ทั้งการขาดสารอาหาร การขาดวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น รวมถึงภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน  

รศ.พญ.สุชาอร แสงนิพันธ์กูล สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ปรกติแล้วเรามักจะคุ้นเคยกับภาวะขาดสารอาหารในเด็กเล็กที่เรียกว่า Double Burden ซึ่งประกอบไปด้วยภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ และ ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน  แต่ปัจจุบันปัญหาภาวะการขาดสารอาหารรอง หรือการขาดวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ กลายเป็น  Triple Burden และเป็นปัญหาที่สามารถพบได้แม้ในเด็กที่ดูเหมือนปรกติ น้ำหนักและส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ และพบได้ในเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน เช่นกัน

Triple Burden หรือ  ปัญหาโภชนาการ 3 ด้านที่เด็กไทยกำลังเผชิญ มีดังนี้

1. ภาวะขาดสารอาหาร (Under-nutrition) เด็กที่ผอมหรือเตี้ยกว่าเกณฑ์ ซึ่งแม้จะมีแนวโน้มลดลงแต่ยังคงพบได้ในกลุ่มเด็กเปราะบาง เช่น เด็กเกิดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ เด็กที่มีโรคประจำตัว

2. ภาวะโภชนาการเกิน (Over-nutrition) ปัญหาเด็กอ้วนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีระดับความอ้วนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

3. การขาดสารอาหารรอง เช่นขาดวิตามินและแร่ธาตุ (Micronutrient Deficiency) หรือที่เรียกว่า Hidden Hunger (ความหิวที่ซ่อนอยู่) ซึ่งเป็นด้านที่น่ากลัวที่สุด เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กที่มีรูปร่างปกติหรือแม้แต่ "เด็กอ้วน" ก็ตาม

...


วิธีการป้องกันและแนวทางแก้ไข Triple Burden 

ทั้งนี้เพื่อปกป้องบุตรหลานจากภาวะ Triple Burden พ่อแม่และผู้ปกครองสามารถดำเนินการได้ดังนี้ 

1. อย่าชะล่าใจเพียงเพราะลูกน้ำหนักตามเกณฑ์ หากลูกเริ่มมีพฤติกรรมกินยาก หรือเลือกกิน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อซักประวัติอาหารอย่างละเอียด เพราะรูปร่างภายนอกไม่ได้การันตีว่าลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน

2. การคัดกรอง (Screening) คือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการคัดกรองภาวะซีดตั้งแต่อายุ 9-12 เดือน เพื่อตรวจเช็กระดับความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงในร่างกาย เพราะภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เป็นปัญหาที่สำคัญและพบบ่อยในเด็กเล็ก

3. เน้นความหลากหลายของอาหาร (Diversity)  ส่งเสริมให้เด็กกินอาหารที่หลากหลายเพื่อสร้าง Gut Health (สุขภาพลำไส้) ที่ดี และป้องกันการขาดวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ

4. ใช้ตัวช่วยเสริมในเด็กกินยาก  สำหรับเด็กที่ยังกินอาหารได้ไม่หลากหลาย การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เช่น Young Child Formula ที่มีการเสริม (Fortify) สารอาหารที่จำเป็น เช่น ธาตุเหล็ก วิตามิน และแร่ธาตุเข้าไป หรือการเสริมวิตามินและแร่ธาตุหลักด้วยยา ภายใต้การดูและและแนะนำจากแพทย์ จะเป็นตัวช่วยเสริมที่สำคัญเพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของสมองและร่างกาย ในระหว่างที่ผู้ปกครองปรับพฤติกรรมการกินให้กับลูก

ทั้งหมดนี้เพราะโภชนาการที่ดีไม่ใช่แค่การทำให้ลูก อิ่ม หรือ อ้วน แต่คือการทำให้ลูกได้รับสารอาหารที่ ครบถ้วน การตระหนักถึงภาวะ Triple Burden และการคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลเสียต่อศักยภาพของเด็กไปตลอดชีวิต

ข้อมูล : รศ.พญ.สุชาอร แสงนิพันธ์กูล สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  จากการบรรยายหัวข้อเรื่อง The Relevancy of YCF in Thai Children : bridging the Iron Gap and Tackling Thailand’s Triple burden จัดโดยสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (PNMA)