ไลฟ์สไตล์
100 year

รับมือความ (ไม่) สัมพันธ์ หลังจาก ‘คู่ชีวิต’ มีลูก

ไทยรัฐออนไลน์
20 ก.ค. 2564 10:24 น.
SHARE
  • ท่ามกลางความท้าทายใหม่ๆ ในการเลี้ยงลูก สามีภรรยาบางคู่อาจเห็นอกเห็นใจและเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การดูแลลูกร่วมกัน แต่บางคู่อาจกลับยิ่งห่างเหิน เมื่อไม่สามารถหาจุดสมดุลระหว่างการดูแลลูกและชีวิตคู่ได้ ภาพครอบครัวสุขสันต์ ‘พ่อ-แม่-ลูก’ อย่างที่จินตนาการไว้จึงไม่เคยเกิดขึ้นจริง

  • การมีลูกอาจทำให้คู่แต่งงานหลายคู่ได้ค้นพบว่า การเลี้ยงลูกเป็นหน้าที่อันเหน็ดเหนื่อยไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งช่วงขวบปีแรกของลูก พ่อแม่แทบไม่ได้นอนหลับเป็นเวลา และสำหรับฝ่ายหญิงก็อาจถึงขั้นเผชิญกับอาการซึมเศร้าหลังคลอด ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ที่หากคู่ชีวิตไม่เข้าใจ ก็อาจกลายเป็นความบาดหมาง ห่างเหิน และนำไปสู่จุดแตกหักของชีวิตคู่ได้


ความเปลี่ยนแปลงจาก ‘ชีวิตคู่’ ไปสู่ ‘ชีวิตครอบครัว’ หลังจากให้กำเนิดลูกน้อย อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่หลายๆ คนคงไม่ทันได้ตั้งตัว

ท่ามกลางความท้าทายใหม่ๆ ในการเลี้ยงลูก สามีภรรยาบางคู่อาจเห็นอกเห็นใจและเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การดูแลลูกร่วมกัน แต่บางคู่อาจกลับยิ่งห่างเหิน เมื่อไม่สามารถหาจุดสมดุลระหว่างการดูแลลูกและชีวิตคู่ได้

ภาพครอบครัวสุขสันต์ ‘พ่อ-แม่-ลูก’ อย่างที่จินตนาการไว้จึงไม่เคยเกิดขึ้นจริง

การมีลูกอาจทำให้คู่แต่งงานหลายคู่ได้ค้นพบว่า การเลี้ยงลูกเป็นหน้าที่อันเหน็ดเหนื่อยไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งช่วงขวบปีแรกของลูก พ่อแม่แทบไม่ได้นอนหลับเป็นเวลา และสำหรับฝ่ายหญิงก็อาจถึงขั้นเผชิญกับอาการซึมเศร้าหลังคลอด ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ที่หากคู่ชีวิตไม่เข้าใจ ก็อาจกลายเป็นความบาดหมาง ห่างเหิน และนำไปสู่จุดแตกหักของชีวิตคู่ได้


รักไม่ช่วยอะไรเลย

การให้กำเนิดชีวิตน้อยๆ ถือเป็นความสุขที่ทุกคนในครอบครัวรอคอย ทารกตัวน้อยจึงกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของคนทั้งครอบครัว โดยในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังคลอด สำหรับพ่อแม่มือใหม่แล้ว ทุกอย่างอาจดูวุ่นวายแต่ก็น่าตื่นเต้น เหนื่อยล้าแต่ก็มีความสุข ความรู้สึกคละเคล้าปะปนจนบอกไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ แต่เมื่อช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่สิ้นสุดลง พ่อแม่มือใหม่จึงเริ่มตระหนักได้ว่า ชีวิตของเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…

งานวิจัยจากโครงการ Bringing Baby Home โดย ดร.จอห์น ก็อตต์แมน พบว่า 2 ใน 3 ของคู่แต่งงานมีความพึงพอใจต่อความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ลดลงภายใน 3 ปีแรกหลังมีลูก ส่วนหนึ่งมาจากความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะความเหนื่อยล้าเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ (เด็กแรกเกิดมักนอนกลางวันและตื่นกลางคืน) ผนวกกับความเครียดจากหน้าที่การงาน ภาระต่างๆ ที่ต้องรับผิดชอบ รวมถึงภาวะซึมเศร้าหลังคลอดที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงทำให้ความสุขในชีวิตคู่ลดลง

หากพ่อแม่มือใหม่เลี้ยงลูกเองตามลำพังโดยไม่มีผู้ช่วย การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างเท่าเทียมว่า ใครจะลุกขึ้นมาดูลูกตอนกลางคืน, ใครจะเปลี่ยนผ้าอ้อมกลางดึก, เมื่อคืนใครได้นอนยาว, เช้านี้ใครจะตื่นพร้อมลูก, ฯลฯ -- เรื่องที่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นปัญหาเหล่านี้อาจกลายเป็นสิ่งกวนใจ นำไปสู่ความขัดแย้งที่ไม่มีวันจบสิ้น

และแม้แต่ความรักที่มี ก็ไม่อาจช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้


ความต้องการที่ไม่ตรงกัน

เมื่อการเลี้ยงลูกและการปรับตัวหลังคลอดเป็นเรื่องที่แสนเหนื่อยล้า คุณแม่มือใหม่จึงอาจไม่ต้องการมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างนั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงหลังคลอดทั่วไป เพราะกว่าร่างกายจะกลับสู่สภาพปกติ ก็ต้องใช้เวลาถึง 4-6 สัปดาห์ และถึงแม้ร่างกายจะฟื้นฟูจนปกติแล้ว แต่จิตใจของคุณแม่มือใหม่บางรายก็อาจยังไม่พร้อมสำหรับกิจกรรมนี้ โดยสาเหตุที่พบบ่อยได้แก่ ความเหนื่อยล้า, การทุ่มเทความสนใจให้กับลูกจนไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่น หรือบางรายอาจขาดความมั่นใจเพราะรูปร่างที่เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยที่พบว่า มุมมองและความคาดหวังที่มีต่อคู่ชีวิตของคุณแม่มือใหม่ อาจเป็นปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อความรู้สึก ‘เบื่อเซ็กซ์’ หลังคลอด

งานวิจัยปี 2015 ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Marriage and Family ของสหรัฐอเมริการะบุว่า คู่ชีวิต 182 คู่ที่ต่างคนต่างก็ทำงานนอกบ้านก่อนมีลูก และแบ่งภาระความรับผิดชอบอย่างเท่าเทียมกัน จนกระทั่ง 9 เดือนแรกหลังคลอด ผู้หญิงเริ่มรู้สึกว่าตนต้องรับผิดชอบดูแลลูกและงานบ้าน 37 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่ฝ่ายชายกลับดูแลลูกและทำงานบ้านเพียงสัปดาห์ละ 24 ชั่วโมง

แน่นอนว่าสิ่งที่คุณแม่มือใหม่ต้องการคือ ความเข้าใจและแรงสนับสนุน แต่เมื่อคุณพ่อมือใหม่ยังเก้ๆ กังๆ กับการดูแลลูก จนทำให้การมีส่วนร่วมลดน้อยลง ความคาดหวังของแม่มือใหม่จึงกลายเป็นความผิดหวังที่สามีไม่พร้อมแบ่งเบาความรับผิดชอบ ความรู้สึกเชิงลบที่เกิดขึ้นผนวกกับความอ่อนล้าจากการเลี้ยงลูกยิ่งทำให้ความรู้สึกอยากใกล้ชิดค่อยๆ หายไป

พอยิ่งห่าง จึงยิ่งไม่ได้พูดคุย และอาจทำให้คุณพ่อมือใหม่รู้สึกว่าตัวเองถูกกีดกัน เป็นส่วนเกินของแม่กับลูก จนแปรสภาพเป็นปัญหาความสัมพันธ์ที่ยากจะเยียวยา


เปลี่ยนความเหินห่างเป็นความเข้าใจ

สิ่งที่น่าจะช่วยรับมือกับความห่างเหินในชีวิตคู่หลังมีลูกได้ คงหนีไม่พ้นการ ‘ลดความคาดหวัง’ และการ ‘เพิ่มความเข้าใจ’

งานวิจัยจากต่างประเทศพบว่า แม่มือใหม่มักอ่อนไหวกับความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ และมักไม่มีความสุข เพราะรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมที่ต้องรับหน้าที่ดูแลลูกและงานบ้านเพียงลำพัง ไม่ว่าจะเป็นแม่เต็มเวลา หรือเป็นแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน ภาระในการเลี้ยงดูลูกก็แทบไม่ต่างกัน

ขณะที่พ่อมือใหม่ก็มักรู้สึกโดดเดี่ยวและเป็นส่วนเกินในครอบครัว บางรายอาจรู้สึกว่าลูกเป็นคู่แข่งแย่งความสนใจจากคู่ชีวิตไป จนกลายเป็นความรู้สึกสับสนในบทบาทของตัวเอง และอาจทำให้มีภาวะซึมเศร้าได้ โดยผลจากการสำรวจคุณพ่อมือใหม่ 2,000 รายในประเทศอังกฤษ พบว่า กว่า 40% ของพ่อมือใหม่รู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่รู้ว่าตนเองต้องทำอะไร’ ในการเลี้ยงลูก เพราะฝ่ายหญิงได้จัดการตามหน้าที่ต่างๆ ไปหมดแล้ว

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณแม่มือใหม่อาจแย้งว่า สามีเองก็ไม่เคยใส่ใจถามไถ่ หรือถึงช่วยก็มักทำให้เสียเรื่องอยู่ร่ำไป ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ คุณแม่มือใหม่อาจต้องลดความคาดหวัง และปรับเปลี่ยนวิธีสื่อสารของตนเอง เช่น หากต้องการความช่วยเหลือ แทนที่จะบอกว่า “เหนื่อยจะตาย ไม่คิดช่วยเลยหรือไง” ก็ลองเปลี่ยนเป็นคำพูดเชิงบวกอย่าง “วันนี้แม่เหนื่อยจัง ถ้าพ่อช่วยดูลูกสักครึ่งชั่วโมง คงจะดีมากเลย” โดยหลังจากสื่อความต้องการออกไปด้วยคำพูดเชิงบวกแล้ว คุณแม่มือใหม่ก็ควรลดความคาดหวังว่า พ่อมือใหม่จะดูแลลูกได้ดีโดยไม่ติดขัด แต่ควรเปิดโอกาสให้คุณพ่อมือใหม่ได้เรียนรู้การเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง กล่าวชมและให้กำลังใจแทนการวิพากษ์วิจารณ์หรือตำหนิ

สำหรับคุณพ่อมือใหม่ ความใส่ใจอย่างการหมั่นถามไถ่ความรู้สึกของคู่ชีวิต และการคอยให้ความช่วยเหลือแบ่งเบาหน้าที่ จะช่วยลดช่องว่างในความสัมพันธ์ได้ โดยควรเข้าใจว่าคุณแม่หลังคลอดต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน นับจากระดับฮอร์โมนที่ไม่คงที่ ไปจนถึงความเหนื่อยล้าที่ต้องดูแลลูก (เช่น การตื่นมาปั๊มนมให้ลูกทุก 3 ชั่วโมง) ซึ่งอาจส่งผลให้แม่หลังคลอดเป็นคนหงุดหงิดง่ายและขี้น้อยใจ ดังนั้น พ่อมือใหม่จึงควรให้เวลาแม่มือใหม่ค่อยๆ ปรับตัว รวมถึงแสดงให้เห็นว่าคุณห่วงใยและพร้อมแบ่งเบาหน้าที่ต่างๆ เสมอ

งานวิจัยปี 2016 ที่ตีพิมพ์ใน The Journal of Personality and Social Psychology ได้ศึกษาพฤติกรรมของคู่รัก 100 คู่เกี่ยวกับความรู้สึกทางเพศของตนที่มีต่อคู่ชีวิตหลังแต่งงาน พบว่า ความต้องการทางเพศจะเพิ่มขึ้นเมื่อฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายเห็นคุณค่าและให้เกียรติกัน (Appreciate & Respect)

ความห่างเหินหลังจากมีลูกอาจไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งโดยเฉพาะ หากแต่เป็นเหตุการณ์เล็กๆ หลายๆ เหตุการณ์ที่สะสมต่อเนื่องมาโดยไม่ได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ การสื่อสารที่ไม่ได้บอกความต้องการอย่างชัดเจน เน้นการพูดประชดหรือทำท่าทีบึ้งตึง แต่กลับคาดหวังให้อีกฝ่ายเข้าใจ ก็ยิ่งทำให้ช่องว่างในความสัมพันธ์กว้างขึ้น

การสื่อสารเชิงบวกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรฝึกฝน อีกทั้งคุณพ่อควรมองเห็นความทุ่มเทของคุณแม่มือใหม่ ขณะที่คุณแม่ก็ควรมองเห็นความพยายามของคุณพ่อมือใหม่ด้วย

เมื่อต่างฝ่ายต่างมองเห็นข้อดี เห็นคุณค่าของกันและกัน ซาบซึ้งในสิ่งที่อีกฝ่ายเสียสละเพื่อลูก ความเข้าอกเข้าใจก็จะเพิ่มขึ้น สุดท้ายเมื่อเห็นคุณค่า ...ความสัมพันธ์ของคู่ชีวิต-ในฐานะพ่อแม่มือใหม่ที่ร่วมกันฝ่าฟันเลี้ยงดูลูกไปด้วยกัน-ก็จะเติบโตอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าที่เคย


อ้างอิง: Gottman.com, Self.com, DailyMail

  • Clements, Mari L., et al. “Declines in Marital Satisfaction Among New Mothers: Broad Strokes Versus Fine Details.” Journal of Marriage and Family, vol. 73, no. 1, 2011, pp. 13–17. JSTOR, www.jstor.org/stable/29789552. Accessed 15 July 2021.
อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเลี้ยงลูกพ่อแม่เด็กความสัมพันธ์ครอบครัวspecial contentpremium content

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 เวลา 17:47 น.