ไลฟ์สไตล์
100 year

จัดการกับ ‘ความรู้สึกผิดต่อลูก’ ในแต่ละวัน ปมทางใจของแม่ที่ชอบ ‘ตัดสิน’ ตัวเอง

ไทยรัฐออนไลน์
5 ก.ค. 2564 13:52 น.
SHARE
  • มนุษย์แม่ส่วนใหญ่น่าจะเคยมี ‘ความรู้สึกผิดต่อลูก’ ไม่ต่างกัน บางทีอาจมีแม่หลายคนที่รู้สึกผิดลึกๆ ในใจอยู่เกือบตลอดเวลา ทั้งรู้สึกผิดที่ต้องฝากลูกไว้กับคนอื่น, รู้สึกผิดที่ไม่มีเวลาเล่นกับลูก, รู้สึกผิดที่เหนื่อยจนเผลอตวาดลูก, ฯลฯ -- ความรู้สึกผิดนี้คืออะไรกันแน่ เราคาดหวังกับตัวเองมากเกินไป? หรือสังคมกดดันเรามากเหลือเกิน?

  • บทความนี้จะลองชวนแม่ๆ มาเดินทางตามรอยความรู้สึกผิด แล้วเผชิญหน้ากับความรู้สึกนี้อย่างกล้าหาญ เพื่อที่จะสามารถก้าวข้ามความรู้สึกผิดในใจ สู่การเป็นแม่ที่ ‘ไม่สมบูรณ์แบบ’ แต่ ‘มีความสุข’ ไปด้วยกัน


บ่อยครั้งที่มักได้รับข้อความจากเพื่อนสาวที่ต่างก็มีลูกอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นข้อความที่แสดงความกังวลใจในฐานะคนเป็น ‘แม่’ อย่างเช่น “ฉันต้องประชุมออนไลน์ทั้งวัน ประชุมเสร็จถึงได้เห็นว่าลูกนอนหลับอยู่หน้าทีวีท่ามกลางกองขนม” หรือ “ฉันต้องฝากคนอื่นเลี้ยงลูก แล้วเขาก็เลี้ยงลูกฉันได้ไม่ดี รู้สึกผิดกับลูกจัง”

เชื่อว่ามนุษย์แม่ส่วนใหญ่น่าจะเคยมี ‘ความรู้สึกผิดต่อลูก’ ไม่ต่างกัน บางทีอาจมีแม่หลายคนที่รู้สึกผิดลึกๆ ในใจอยู่เกือบตลอดเวลา ทั้งรู้สึกผิดที่ต้องฝากลูกไว้กับคนอื่น, รู้สึกผิดที่ไม่มีเวลาเล่นกับลูก, รู้สึกผิดที่เหนื่อยจนเผลอตวาดลูก, ฯลฯ

ความรู้สึกผิดนี้คืออะไรกันแน่ เราคาดหวังกับตัวเองมากเกินไป? หรือสังคมกดดันเรามากเหลือเกิน?

บทความนี้จะลองชวนแม่ๆ มาเดินทางตามรอยความรู้สึกผิด แล้วเผชิญหน้ากับความรู้สึกนี้อย่างกล้าหาญ เพื่อที่จะสามารถก้าวข้ามความรู้สึกผิดในใจ สู่การเป็นแม่ที่ ‘ไม่สมบูรณ์แบบ’ แต่ ‘มีความสุข’ ไปด้วยกัน


ทำไมคนเป็นแม่ถึง ‘รู้สึกผิด’ ตลอดเวลา

ลูกไม่สบาย แม่ก็รู้สึกผิด
ลูกวิ่งเอง ล้มเอง แม่ก็รู้สึกผิด
ลูกต้องอยู่กับพี่เลี้ยง แม่ก็รู้สึกผิด
ลูกดูหน้าจอเยอะ แม่ก็รู้สึกผิด

ความรู้สึกผิดของคนเป็นแม่อาจเกิดจากความคาดหวังต่อ ‘บทบาทความเป็นแม่’ ของตัวเอง ซึ่งความคาดหวังที่ว่า อาจมาจากบรรทัดฐานของสังคมที่วางมาตรฐานของคนเป็นแม่ไว้ เช่น แม่ต้องเลี้ยงลูกเอง, ต้องให้ลูกกินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน, ต้องเล่นกับลูกตลอดเวลา ห้ามเหนื่อย ห้ามพัก ห้ามขี้เกียจ คนที่พยายามเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบส่วนใหญ่ จึงมักใช้มาตรฐานเหล่านี้คอยโบยตีตนเองตลอดเวลา แต่เมื่อทำไม่ได้ตามที่คาดหวัง จึงเกิดความรู้สึกผิด โดยลืมไปว่า ‘แม่’ ก็คือ ‘มนุษย์ปุถุชน’ ที่เหนื่อยได้ ร้องไห้เป็น

ก่อนจะกำจัดความรู้สึกผิดในใจได้ บรรดามนุษย์แม่อย่างเราๆ จึงอาจต้องยอมรับก่อนว่า ‘แม่ไม่ใช่ยอดมนุษย์’ คุณอาจทุ่มเทเพื่อลูกได้ แต่สุดท้ายก็ต้องดูแลตัวเองด้วย เพราะแม่ที่มีความสุขเท่านั้น จึงจะสามารถทำให้ลูกมีความสุขได้

ข้อมูลจาก สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า คนที่มีความรู้สึกผิด ต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน 4 ประการ คือ

1) มีคุณธรรม (Moral) : คนที่มีคุณธรรมเท่านั้นถึงจะมีความรู้สึกผิด ในทางกลับกัน คนที่ไม่มีคุณธรรม ก็มักสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่ยังพูดเล่น ทำท่าล้อเลียนได้ โดยไม่ละอายใจ อาจเพราะคนเหล่านี้มีพัฒนาการทางจิตใจบกพร่องมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่สามารถรู้สึกผิดบาปกับการกระทำผิดของตนเองได้ ฉะนั้น ผู้ที่มีคุณธรรมมาก จึงยิ่งรู้สึกผิดได้ง่ายมาก


2) มีความรับผิดชอบต่อการกระทำ (Responsibility) : คนเป็นแม่ส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่า ‘ลูกคือความรับผิดชอบของแม่’ ดังนั้น หากมีอะไรเกี่ยวกับลูกที่ผิดพลาดไปจากมาตรฐาน ก็มักทำให้แม่รู้สึกผิดได้


3) มีความรู้สึกว่าต้องช่วยผู้อื่น (Altruism) : โดยทั่วไปหมายถึงการทำเพื่อผู้อื่น ช่วยเหลือ เสียสละ แต่หากนำมาอธิบายพฤติกรรมของคนเป็นแม่ จะเห็นว่า แม่มีหน้าที่ทำเพื่อลูกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะแม่ลูกอ่อนที่ต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิด เมื่อแม่มีความรู้สึกว่าต้องช่วยเหลือลูก แต่ไม่อาจทำได้อย่างที่หวัง ความรู้สึกผิดจึงเกิดขึ้น


4) มีความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) : คนที่มีความเห็นอกเห็นใจมักรับรู้และเข้าใจถึงความทุกข์หรือความเจ็บปวดของคนอื่นได้ และอยากให้ความช่วยเหลือ ซึ่งสำหรับคนเป็นแม่ย่อมมีความเห็นอกเห็นใจลูกตัวเองมากเป็นพิเศษ จึงไม่แปลกที่มนุษย์แม่จะรู้สึกผิด เมื่อลูกต้องเผชิญกับความยากลำบาก แม้ว่าสาเหตุนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับแม่เลยก็ตาม


จัดการความรู้สึกผิด เพื่อชีวิตที่เป็นสุข

ความรู้สึกผิดของคนเป็นแม่ มีสาเหตุจากหลายประการ ทั้งลักษณะนิสัยส่วนตัวของแม่; ความกดดันจากครอบครัว เพื่อน หรือโซเชียลมีเดีย ยิ่งเปิดเข้าเฟซบุ๊กมาเห็นเพื่อนพาลูกไปเพลย์กรุ๊ปดีๆ หรือลูกสาวอีกบ้านเริ่มเขียนหนังสือได้แล้ว ขณะที่ลูกของเรายังไม่จับดินสอเลย; หรือกระทั่งคำแนะนำจากหมอและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก ที่บางอย่างเราก็ไม่อาจทำตามได้ -- ทั้งหมดนี้อาจกลายเป็นสิ่งตอกย้ำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า “นี่เราเป็นแม่ที่ล้มเหลวหรือเปล่า?”

เพื่อค้นหาคำตอบที่ทำให้เรายังสงสัยความสามารถในการเป็นแม่ของตนเอง ลองค้นลึกลงไปถึงสาเหตุที่แท้จริงของความรู้สึกผิด เช่น เราพยายามที่จะไม่เลี้ยงลูกอย่างที่พ่อแม่ของเราเลี้ยงเรามาหรือเปล่า? เพราะบางครั้ง การพยายามมากเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกผิด หรือเรามีภาวะซึมเศร้า ย้ำคิดย้ำทำ หรือภาวะทางจิตเวชหรือไม่? เมื่อได้คำตอบแล้ว การเผชิญหน้ากับความจริงนั้น ก็น่าจะช่วยลบล้างความรู้สึกผิดได้

การเชื่อสัญชาตญาณความเป็นแม่ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวข้ามความรู้สึกผิดได้ เราควรเชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง เพราะไม่มีใครรู้จักลูกได้ดีกว่าคนเป็นแม่

และจริงๆ แล้ว คำแนะนำหรือมาตรฐานต่างๆ ที่สังคมกำหนดขึ้นเป็นเพียง ‘แนวทาง’ ที่แต่ละครอบครัวสามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับวิถีชีวิตของตนเองเท่านั้น เราจึงต้องหาจุดสมดุลให้พบ หากรู้สึกว่าให้เวลากับลูกน้อยเกินไป เมื่อมีเวลาว่างก็ให้ความสำคัญกับลูกเป็นอันดับแรก หรือหากต้องฝากลูกให้คนอื่นเลี้ยง ก็อาจวิดีโอคอลหาลูกเป็นประจำอย่างตรงเวลา เพื่อให้ลูกรู้ว่าเราไม่ได้ละเลย ทำให้เต็มที่เท่าที่จะทำได้ และยอมรับความจริงที่เป็นไป ซึ่งก็อาจช่วยให้เราเป็นแม่ที่มีความสุขเพิ่มขึ้น

งานวิจัยจากประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2013 พบว่า ทุกคนต้องการเป็น ‘คนที่มีคุณค่า’ ไม่ว่าจะในฐานะคนทำงาน คู่ชีวิต หรือคนเป็นแม่ ซึ่งถึงแม้ว่า แม่อาจไม่ได้เลี้ยงลูกเอง เพราะต้องทำงาน แต่แม่ก็ยังต้องการได้รับการยอมรับและเล็งเห็นคุณค่า ทั้งในฐานะคนที่มีความสามารถในการทำงาน และฐานะแม่ที่เลี้ยงลูกได้ดี คนรอบข้างจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่จะช่วยลบความรู้สึกผิดในใจแม่ ทั้งสามีที่ให้กำลังใจภรรยาและหัวหน้างานที่มองเห็นความเสียสละ ล้วนเป็นอีกปัจจัยสำคัญสู่การเป็นแม่ที่มีความสุข


ในหัวใจของมนุษย์แม่ ทุกคนล้วนอยากเป็นแม่ที่ดีที่สุด แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า แม่ที่ดีที่สุดไม่มีอยู่จริง แม่ทุกคนล้วนเคยผิดพลาด การเป็นแม่จึงไม่ใช่แค่พยายามเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบ แต่ควรเป็นแม่ที่อยู่ในชีวิตของลูก เรียนรู้ความผิดพลาดและเติบโตไปพร้อมกับลูก รู้จักยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ ลดความคาดหวัง และหยุดเปรียบเทียบตัวเองกับใครคนอื่น

หากวันไหนเรารู้สึกว่า ตัวเองเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ก็แค่ดึงลูกเข้ามากอด เพื่อเตือนตัวเองว่า วันหนึ่งเมื่อลูกเติบโตออกจากอ้อมกอดเราไป เราคงไม่อยากมองย้อนกลับมาแล้วเสียดายเวลาที่มัวแต่นั่งรู้สึกผิด แทนที่จะได้ใช้เวลาอย่างมีความสุขกับลูก

มารักลูกในแบบของเรา เป็นแม่ในแบบที่เราเป็น มั่นใจในทางที่เลือก เรียนรู้และเติบโต รวมถึงฉกฉวย ‘วันเวลาแห่งความสุข’ ไปพร้อมกับลูกกันดีกว่า


อ้างอิง: Healthline.com, Wiley Online Library

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แม่เลี้ยงลูกครอบครัวความรู้สึกผิดความคาดหวังspecial contentpremium content

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 เวลา 01:08 น.