การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือเนอร์สซิ่งโฮม ไม่ใช่แค่เรื่องของการมองหาสถาบันพักอาศัย แต่คือการวางแผนคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของคนที่เรารักในระยะยาว สำหรับใครที่กำลังมองหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องงบประมาณและรายละเอียดบริการ ไทยรัฐออนไลน์สรุปเรตราคาและข้อมูลสำคัญมาให้เช็กแบบครบถ้วนในที่เดียว
เช็กราคาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 2569 อัปเดตรายเดือน/รายปี แต่ละระดับต่างกันอย่างไร?
เมื่อสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว การมองหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home) ที่ได้มาตรฐานจึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญของหลายครอบครัว ซึ่งค่าบริการในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามระดับการดูแล สภาพแวดล้อม และความเชี่ยวชาญของบุคลากร ดังนี้
1. ศูนย์ดูแลของรัฐบาลและองค์กรสาธารณกุศล (เน้นประหยัด)
เรตราคาโดยประมาณ 0 – 15,000 บาท/เดือน (หรือประมาณ 0 – 180,000 บาท/ปี)
ตัวอย่างสถานที่ สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (พม.), มูลนิธิวัยวัฒนนิวาส
สิ่งที่จะได้รับ
- ที่พักอาศัย อาหาร 3 มื้อ และเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นฐาน
- กิจกรรมกลุ่มสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมสุขภาพตามตารางของศูนย์
- การประสานงานส่งต่อโรงพยาบาลกรณีเจ็บป่วย
ข้อสังเกต มีจำนวนจำกัด คิวยาวมาก (อาจต้องรอคิวนานหลายปี) และส่วนใหญ่รับเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ดีในระดับหนึ่ง
2. ศูนย์ดูแลเอกชนระดับมาตรฐาน
เรตราคาโดยประมาณ 12,000 – 28,000 บาท/เดือน (หรือประมาณ 144,000 – 336,000 บาท/ปี)
ตัวอย่างสถานที่ สุขสบาย เนอร์สซิ่งโฮม, บ้านแสนรัก เนอร์สซิ่งโฮม, ธนบุรีเนอร์สซิ่งโฮม, เอเชียเนอร์สซิ่งโฮม, อ้อมกอด Nursing Home, อินเฮลท์แคร์ เซอร์วิส
สิ่งที่จะได้รับ
- ห้องพัก (มีให้เลือกทั้งแบบห้องรวม และห้องเดี่ยว)
- อาหารหลัก 3 มื้อ + อาหารว่าง 1–2 มื้อ (ปรับตามสภาวะโรค เช่น เบาหวาน ความดัน)
- ผู้ดูแล (NA/Caregiver) คอยสอดส่องและช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
- การตรวจวัดสัญญาณชีพ บันทึกค่าน้ำตาล จัดยาตามแพทย์สั่ง
- บริการซักรีด ทำความสะอาดห้องพัก และกิจกรรมนันทนาการประจำวัน
ข้อสังเกต เหมาะสำหรับผู้สูงอายุทั่วไป ผู้ป่วยระยะพักฟื้น หรือผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ซับซ้อน
3. ศูนย์ดูแลเอกชนระดับพรีเมียม / ศูนย์ฟื้นฟูเฉพาะทาง
เรตราคาโดยประมาณ 25,000 – 60,000+ บาท/เดือน (หรือประมาณ 300,000 – 720,000+ บาท/ปี)
ตัวอย่างสถานที่ KIN Rehabilitation & Home Care, บางกอก แคร์ เนอร์สซิ่งโฮม, LTC Nursing Home, Winest Rehabilitation
สิ่งที่จะได้รับ
- ห้องพักสไตล์โรงแรมหรือรีสอร์ต มีความเป็นส่วนตัวสูง สภาพแวดล้อมปลอดโปร่ง
- ทีมดูแลระดับสหวิชาชีพประกอบด้วย แพทย์ตรวจเยี่ยม พยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด
- โปรแกรมกายภาพบำบัดและการฟื้นฟูเฉพาะบุคคล เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, อัลไซเมอร์, หรือผู้ป่วยหลังผ่าตัด
- อุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ทันสมัย เช่น เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS) หรือธาราบำบัด
ข้อสังเกต เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายอย่างจริงจังใน "ช่วงเวลาทอง" (Golden Period) หรือครอบครัวที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสูง
ตารางเปรียบเทียบราคาและบริการแยกตามประเภทศูนย์ดูแล
ประเภทศูนย์ดูแล | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ/เดือน | ทีมผู้ดูแลหลัก | บริการกายภาพบำบัด | กลุ่มผู้สูงอายุ ที่เหมาะสม |
รัฐบาล / มูลนิธิ | 0 – 15,000 บาท | เจ้าหน้าที่สังกัดรัฐ / อาสาสมัคร | กายบริหารกลุ่มพื้นฐาน | ผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองได้ คิวไม่เร่งด่วน |
เอกชนระดับมาตรฐาน | 12,000 – 28,000 บาท | ผู้ดูแล (NA) + พยาบาลตรวจเยี่ยม | กิจกรรมบำบัด / กายภาพพื้นฐาน | ผู้สูงอายุทั่วไป ผู้ป่วยติดเตียง |
เอกชนพรีเมียม / ฟื้นฟู | 25,000 – 60,000+ บาท | แพทย์ + พยาบาล RN + นักกายภาพ | กายภาพเฉพาะบุคคล + อุปกรณ์ทันสมัย | ผู้ป่วย Stroke, อัลไซเมอร์, หลังผ่าตัด |
สิ่งที่ไม่รวมในแพ็กเกจ (ค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องสำรอง)
ในการเข้าพักศูนย์ดูแลผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ค่าบริการรายเดือนมักยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนตัวบางประการ ดังนี้
- เวชภัณฑ์และของใช้ส่วนตัว ผ้าอ้อมผู้ใหญ่, แผ่นรองซับ, สายอาหาร, สายดูดเสมหะ (ประมาณ 1,500 – 3,500 บาท/เดือน ตามการใช้จริง)
- ยาประจำตัวและเวชภัณฑ์เฉพาะโรค ยาเดิมที่แพทย์สั่งจ่าย หรือค่านมผงสูตรเฉพาะกรณีให้อาหารทางสายยาง
- ค่าพาไปพบแพทย์ตามนัด ค่ารถรับ-ส่ง และค่าบริการเจ้าหน้าที่ติดตามไปโรงพยาบาล (กรณีญาติไม่สะดวกพาไปเอง)
- ค่าบริการกายภาพบำบัดเพิ่มเติม กรณีซื้อคอร์สพิเศษนอกเหนือจากแผนพื้นฐาน
4 เทคนิคเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้ปลอดภัยและคุ้มค่า
- ตรวจสอบการขึ้นทะเบียนถูกต้อง ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข
- สัดส่วนผู้ดูแลต่อผู้สูงอายุ ควรอัตราส่วนที่ไม่แออัดจนเกินไป (เช่น ผู้ดูแล 1 คน ต่อผู้สูงอายุ 3–5 คน สำหรับผู้ป่วยติดเตียง)
- สำรวจสถานที่จริงก่อนเซ็นสัญญา ตรวจสอบระบบความปลอดภัย เช่น ราวจับในห้องน้ำ ปุ่มเรียกฉุกเฉิน ระบบระบายอากาศ และความสะอาด
- ทดลองเข้าพักระยะสั้น เลือกศูนย์ที่มีแพ็กเกจทดลองอยู่ 7–15 วัน เพื่อดูว่าผู้สูงอายุสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้หรือไม่ก่อนทำสัญญาระยะยาว
ข้อแนะนำ ควรสอบถามรายละเอียดเงื่อนไขเงินมัดจำ ค่าแรกเข้า และนโยบายการคืนเงินอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนชำระเงินทุกครั้ง
การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุขึ้นอยู่กับสภาวะสุขภาพของผู้สูงวัยและงบประมาณของแต่ละครอบครัว สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพอย่างเข้มข้น ศูนย์ฟื้นฟูเฉพาะทางอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า ขณะที่ศูนย์เอกชนระดับมาตรฐานก็ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับการดูแลระยะยาว การเข้าเยี่ยมชมสถานที่จริงและพูดคุยกับทีมบุคลากรทางการแพทย์ล่วงหน้า จะช่วยให้ครอบครัวตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจที่สุด


