นอกจากประเทศไทยกำลังเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามก็คือสวัสดิการของผู้สูงอายุในประเทศไทยที่ไม่ทั่วถึงและเป็นธรรมมากพอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างยากลำบาก การผลักดัน พ.ร.บ.ผู้สูงอายุและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติฯ ก็เพื่อสิทธิพื้นฐานที่ดีในอนาคต

พ.ร.บ.ผู้สูงอายุและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติฯ คืออะไร

ร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ เป็นกฎหมายที่มีเพียง 25 มาตรา โดยสาระสำคัญคือ การยกระดับรายได้ของผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ให้ได้รับสิทธิบำนาญแห่งชาติอย่างเสมอภาคกัน พร้อมทั้งให้มีกลไกกำกับอย่าง "คณะกรรมการบำนาญแห่งชาติ" คอยกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และสังคม และมีหน้าที่พิจารณาอนุมัติแผนงบประมาณประจำปีเพื่อจ่ายบำนาญแห่งชาติ รวมถึงเป็นคนกำหนดวิธีการจ่ายบำนาญแห่งชาติให้สะดวกสบายและครอบคลุมประชาชนทุกคน

(ร่าง) พรบ.ผู้สูงอายุและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมจาก พรบ.ผู้สูงอายุฯ โดยมีหลักการสำคัญ 5 ข้อ ประกอบด้วย

  1. เปลี่ยนแนวคิด ของการสร้างหลักประกันรายได้ของผู้สูงอายุจากการสงเคราะห์เป็นการให้แบบถ้วนหน้าอย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยการเปลี่ยนเบี้ยยังชีพให้เป็นบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้า
  2. ใช้หลักเกณฑ์เดียว คือจ่ายบำนาญให้ทุกคนเมื่อมีอายุครบ 60 ปี โดยไม่มีเงื่อนไข
  3. กำหนดอัตราการจ่าย ที่ใช้เกณฑ์เส้นความยากจน มีการกำหนดให้พิจารณาเกณฑ์ทุก 3 ปี โดยภาคประชาชนเสนอ 3,000 บาทถ้วนหน้า
  4. จัดการระบบบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้าในรูปแบบกองทุน ที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ ทั้งการดูแลเงินในกองทุนและการหารายได้เพิ่มเพื่อความยั่งยืน
  5. มีการกำหนดแหล่งที่มาของรายได้กองทุน ผ่านการจัดเก็บภาษี ทั้งระบบภาษีที่มีอยู่เดิม ที่ยังจัดเก็บได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ และนำมาเข้ากองทุนบำนาญเฉพาะ รวมทั้งเสนอให้มีการจัดเก็บภาษี ที่ยังไม่มีการเก็บอย่างชัดเจน เช่นภาษีความมั่งคั่งเป็นต้น

...

ทำไมต้องแก้กฎหมายผู้สูงอายุเดิม

1. เพราะการสงเคราะห์ ไม่เท่ากับ สิทธิพื้นฐาน

กฎหมายเดิมยังมีหลักการแนวคิดการจ่ายเงินสนับสนุนผู้สูงอายุ เป็นลักษณะเบี้ยยังชีพที่ยังมีเบื้องหลังความเชื่อในลักษณะสงเคราะห์ที่ไม่ใช่สิทธิ์พื้นฐาน

2. เพราะไม่ระบุจำนวนเงิน

กฎหมายเดิมไม่มีการระบุอัตราการจ่าย ส่งผลให้สามารถเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินในการจ่ายตามนโยบายรัฐบาลปัจจุบันมีการจ่าย “เบี้ยยังชีพ” ให้คนที่อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 600, 700, 800 และ 1,000 บาทตามอายุ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต

3. เพราะไม่กำหนดเกณฑ์การจ่ายที่ชัดเจน

แม้ว่าปัจจุบันมีการจ่ายถ้วนหน้าให้ผู้สูงวัยทุกคน แต่เนื่องจากไม่มีกฎหมายกำหนดความชัดเจนว่าควรมีเกณฑ์การจ่ายอย่างไร แต่ละปีจึงขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐว่าจะเสนอเปลี่ยนแปลงเกณฑ์หรือไม่ เช่น เปลี่ยนจากให้ถ้วนหน้าเป็นเลือกให้บางกลุ่มเท่านั้นเป็นต้น

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามี “บำนาญ พื้นฐานถ้วนหน้า”

  • ทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้ที่แน่นอนทุกเดือน
  • ผู้สูงอายุวางแผนชีวิตระยะยาวได้ ว่าจะนำเงินที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอไปทำอะไร เช่น ลงทุนค้าขาย ซ่อมแซมที่พักอาศัย เป็นต้น
  • กระตุ้นเศรษฐกิจจากการจับจ่ายใช้สอยของผู้สูงอายุ
  • ลดภาระการพึ่งพิงลูกหลานด้านค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่ง
  • ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพิ่มศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และช่วยตัดวงจรความยากจนเรื้อรัง

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มี “บำนาญถ้วนหน้า” หรือให้บำนาญเฉพาะกลุ่ม

  • ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก อาจต้องอดมื้อกินมื้อเพราะไม่มีเงินออม และต้องพึ่งพิงเงินจากรัฐ
  • ลูกหลานมีภาระมากขึ้นในการดูแลผู้สูงอายุ
  • เกิดชนชั้นในสังคม แบ่งแยกคนรวยคนจน
  • วงจรความยากจนเรื้อรังส่งต่อจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูก

ด้วยเหตุนี้เราจึงควรร่วมลงชื่อเสนอกฎหมายบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ เพื่อเปลี่ยนจากเบี้ยยังชีพแบบรัฐสงเคราะห์ ให้เป็นบำนาญถ้วนหน้าด้วยรัฐสวัสดิการ ซึ่งต้องการอย่างน้อย 10,000 รายชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายนี้ 

...

คุณสมบัติของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายคือ 1. ต้องเป็นคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้ง (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ในวันที่ลงชื่อ 2. ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง

สามารถลงรายชื่อได้ช่องทางต่อไปนี้

  1. ลงรายชื่อออนไลน์ได้ที่ www.pension-4all.com 
  2. สำหรับผู้ที่ต้องการแบบฟอร์ม สามารถโหลดแบบฟอร์มได้ที่ 2 ลิงก์นี้
    https://shorturl.asia/KnmXQ และ https://shorturl.asia/qWwDS 
  3. พิมพ์ (Print) แบบฟอร์มลงชื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
  4. กรอกแบบฟอร์ม เว้นตรงวันที่ไว้ ยังไม่ต้องกรอก และไม่ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน
  5. ส่งไปรษณีย์มาที่: เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ 48/282 ซ.รามคำแหง104 ถ.รามคำแหง แขวง/เขต สะพานสูง กรุงเทพฯ 10240

เมื่อครบ 10,000 รายชื่อแล้วจะทำการส่งเข้าสภา เพื่อส่งร่างกฎหมายให้นายกฯ รับรองเนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน กรณีที่นายกฯ ไม่เห็นชอบ กฎหมายนี้ก็ไม่ได้เข้าสภา แต่ถ้านายกฯ เห็นชอบก็จะนำไปถกกันในสภาอีกรอบเพื่อลงรายละเอียดต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง : เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ (Welfare Watch Network), iLaw, สภาองค์กรของผู้บริโภค