เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงมีประชากรอายุเกิน 60 ปี เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด คำถามคือ การให้บริการต่างๆ ทั้งด้านสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน และบริการต่างๆ มีการเตรียมพร้อมแล้วหรือไม่
ปัญหาของสังคมผู้สูงอายุของไทย ส่งสัญญาณน่าเป็นห่วง เพราะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราเร่งที่เร็วกว่าต่างชาติ อย่างที่สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษา แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้หยิบยกรายงานข่าว เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ของสำนักข่าวดิอีโคโนมิสต์ที่พูดถึงผู้สูงอายุในเอเชีย
ในเนื้อหาได้ระบุถึงประเทศไทยกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุว่า เป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงอายุเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้ คือใช้เวลาเพียง 19 ปีจากปี 2545 ถึง 2564 มีจำนวนผู้อายุเกิน 65 ปี เพิ่มจาก 7% ไปเป็น 14% ของประชากรทั้งหมด ในขณะที่ญี่ปุ่นใช้เวลาประมาณ 24 ปี สหรัฐอเมริกาใช้เวลา 72 ปี และฝรั่งเศสใช้เวลาถึง 115 ปี
ที่น่ากังวลกว่านั้น คือไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยก่อนที่ประชาชนจะมีรายได้สูง โดยในปี 2564 รายได้ต่อหัวของคนไทยอยู่ที่ระดับ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในปี 2537 นั้น ประชากรของญี่ปุ่นมีรายได้สูงกว่าคนไทยเกือบ 5 เท่า
การมีผู้สูงอายุมาก เร็ว แต่ยังจน จะสร้างปัญหาอย่างมาก เมื่อไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสุดยอดในอีกเพียงสิบกว่าปีข้างหน้า
รองศาสตราจารย์ วิทยา ด่านธำรงกูล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่าในภูมิภาคนี้ ญี่ปุ่นซึ่งมีประชากรสูงอายุสูงสุด ใช้เวลาถึง 40 ปีเตรียมการล่วงหน้าเพื่อรับมือกับปัญหา แต่ประเทศไทยเริ่มจริงจังกับเรื่องนี้ เมื่อราว 10 กว่าปีมานี้เอง หลายฝ่ายจึงอดห่วงไม่ได้ว่าประเทศไทยจะรับมือกับความท้าทายนี้อย่างไร
...
“แต่ในข่าวร้ายก็ยังพอมีข่าวดี เพราะแม้จะเพิ่งเริ่มต้น แต่พัฒนาการของเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้เกิดความหวังว่าเราจะสามารถรับมือกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุได้ นอกจากนั้นเทคโนโลยีที่ง่ายขึ้นในปัจจุบันทำให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น อีกทั้งโครงสร้างการสื่อสารที่แผ่ขยายออกไปทุกพื้นที่รวมถึงชนบท ทำให้เกิดโอกาสที่จะนำเทคโนโลยีไปขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสังคมผู้สูงอายุได้” รองศาสตราจารย์ วิทยา กล่าว
ขณะเดียวกันสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทีมนักวิจัยที่ทำงานร่วมกันในลักษณะสหสาขาวิชา ได้พยายามค้นหาวิธีการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของผู้สูงอายุและการดูแลผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง
AI ช่วยคัดกรองผู้ป่วยด้วยโรคร้าย
ตัวอย่างเทคโนโลยีที่ถูกใช้แล้วคือ การใช้ AI ในการช่วยอ่านฟิล์มเอกซเรย์และภาพจาก MRI คัดกรองผู้ป่วยด้วยโรคร้าย การใช้ AI เพื่อคัดกรองโรคจอประสาทตาเสื่อม หรือเตียงอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง
ในส่วนของการใช้ AI ในการช่วยอ่านฟิล์มเอกซเรย์และภาพจาก MRI ที่มีความแม่นยำถึง 95% จะช่วยทำให้การคัดกรองผู้ป่วยด้วยโรคร้ายต่างๆ เช่น มะเร็งปอด วัณโรค โรคทรวงอก ทำได้อย่างรวดเร็วมาก จากเดิมที่มีปัญหาจำนวนแพทย์ที่อ่านผลไม่เพียงพอทำให้ผู้ป่วยต้องรอกันนานๆ เมื่อใช้ AI เข้ามาช่วยประมวลผล ไม่เพียงเร็วขึ้นแต่ยังลดค่าใช้จ่ายลงได้ ทำให้โรงพยาบาลขนาดเล็กในต่างจังหวัดสามารถให้บริการผู้ป่วยได้ดีขึ้น
AI เพื่อคัดกรองโรคจอประสาทตาเสื่อม
การวิจัยที่นำโดย ดร.จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับทีมแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ยังขยายผลไปถึงการใช้ AI เพื่อคัดกรองโรคจอประสาทตาเสื่อมซึ่งเป็นโรคที่มักมากับผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปก่อนจะลุกลามจนผู้สูงอายุสูญเสียการมองเห็น
เทคโนโลยีนี้ทำผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งให้ความแม่นยำถึง 99% ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขของผู้ป่วยในเมืองและชนบทได้อย่างมาก
เตียงอัจฉริยะควบคุมผ่านแอปฯ สำหรับผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ในงานวิจัยของ ดร.จิณพิชญ์ชา สาธิยมาส จากคณะพยาบาลศาสตร์ ระบุถึงการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเตียงอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ให้สามารถพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผลกดทับโดยไม่ต้องใช้แรงคนยกเหมือนเตียงผู้ป่วยสมัยก่อน เตียงนี้ยังมีเซนเซอร์วัดแรงกดติดตั้งบนเบาะนอนที่จะแจ้งเตือนการเกิดแผลกดทับ ทั้งหมดควบคุมผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ สามารถแก้ปัญหาครอบครัวที่ไม่มีลูกหลานหรือลูกหลานออกไปทำงาน เหลือเพียงผู้สูงอายุดูแลผู้สูงอายุกันเองเท่านั้น การลดภาระให้ผู้ดูแลนับเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การดูแลตัวผู้ป่วยเอง
...
เกษตรกรสูงอายุกับการดูแลป้องกันหกล้ม
เกษตรกรสูงอายุซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศก็ต้องได้รับการดูแลด้วยเช่นกันจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรที่ง่าย สะดวก ต้นทุนต่ำ ซึ่งเป็นงานวิจัยของ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงผู้สูงอายุในเมืองที่ควรได้รับการใส่ใจด้วยเทคโนโลยีเพื่อหลีกเลี่ยงการพลัดตกหกล้ม การสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่สะดวก ไปจนถึงการออกแบบเมืองให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพไม่ตัดขาดจากสังคมรอบข้าง ซึ่งเป็นงานของ ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง
...
รองศาสตราจารย์วิทยากล่าวว่าความสำคัญนี้ ทำให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พยายามแสวงหาคำตอบสำหรับการแก้ปัญหาของสังคมผู้สูงอายุไทย ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำเสนอในงาน The Silver Tech National Conference 2023 ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในโอกาสครบ 90 ปีการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ณ SCBX NextTech Hall ศูนย์การค้าสยามพารากอน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 09-0575-1066
ภาพ : iStock