การดูแลผู้สูงวัย เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเข้าใจและความอดทนค่อนข้างสูง เพราะผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยมักดื้อรั้น หรือเอาแต่ใจตัวเอง คิดว่าตนเองมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ได้ดีกว่าคนรุ่นหลัง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอาการเจ็บป่วย ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ก็อาจจะดื้อรั้นมากกว่าผู้สูงอายุที่มีร่างกายปกติด้วย
ลูกหลานหลายบ้านจำนวนไม่น้อยที่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลผู้สูงวัยในครอบครัวตนเองด้วย ปัญหาที่พบได้บ่อยคือผู้สูงวัยมักดื้อรั้น ไม่ค่อยเชื่อฟังในสิ่งที่ลูกหลานตนเองแนะนำเท่าไร ส่งผลให้คนที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงวัยเกิดความเครียดได้ และมักส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างให้เครียดตามไปด้วย ดังนั้น จึงควรต้องหาวิธีคลายเครียด เพื่อลดภาวะที่จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ที่ดูแลผู้สูงวัย
4 วิธีดูแลผู้สูงวัย แบบสบายใจ ไม่ทำให้เครียด
การดูแลผู้สูงวัย เป็นหน้าที่ที่ทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงวัย อาจแสดงอาการต่อไปนี้เมื่อเกิดความเครียด เช่น หงุดหงิด โมโหง่าย อ่อนเพลียเป็นเวลานาน ขาดสมาธิในการทำงาน หรือมีอาการทางด้านร่างกายร่วมด้วย อาทิ ปวดท้อง ปวดศีรษะบ่อยๆ จึงควรจะหาทางผ่อนคลายความเครียด เพราะหากมีความเครียดสะสมมากๆ จะทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพร่างกายตามมาได้ด้วย ซึ่งวิธีการคลายเครียดนั้นมี 4 วิธีมาแนะนำ ให้ลองนำไปปรับใช้ในการดูแลผู้สูงวัย ไม่ให้เครียด
1. เลือกทำกิจกรรมที่ชอบ
ต้องจัดสรรหรือหาเวลาว่าง ในการทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ หลังจากดูแลผู้สูงวัยแล้ว เช่น การดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ไปท่องเที่ยวหรือซื้อของ ออกไปเสริมสวย การออกกำลังกาย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย ลดภาวะความเครียดได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นสิ่งที่เราชื่นชอบอยู่แล้ว
...
2. แก้ไขที่สาเหตุ
การแก้ไขปัญหาความเครียด ควรจะเริ่มต้นจากการหาสาเหตุว่าทำไมถึงเครียด แล้วแก้ปัญหานั้น แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้ด้วยตนเอง อาจจะต้องใช้ตัวช่วยหรือขอให้คนอื่นเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ เช่น ผู้สูงอายุดื้อ ไม่ยอมทำในสิ่งที่เราบอก ก็อาจจะต้องให้หมอ หรือคนที่ผู้สูงวัยเชื่อใจมาช่วยพูดแทน เป็นต้น หากแก้ปัญหาได้สำเร็จ ความเครียดก็จะหมดไปด้วย
3. สร้างทัศนคติบวก
การสร้างทัศนคติบวก เป็นวิธีที่แก้ไขปัญหาความเครียดได้ดี และเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตัวเราเอง ด้วยการหามุมมองในด้านดีๆ เพื่อทำให้ตัวเราเข้าใจปัญหา และยอมรับกับปัญหาที่เกิดขึ้น เราก็จะได้ไม่เครียด การมองปัญหาในมุมบวก จะทำให้จิตใจเราไม่เศร้าหมอง หรือหดหู่ เพราะบางทีแค่เรายอมรับปัญหาที่เกิดขึ้น และค่อยๆ แก้ไขไป ความเครียดก็ลดลงแล้ว
4. ฝึกจิตใจให้สงบ
นอกจากการสร้างทัศนคติบวกให้ตัวเราเองแล้ว บางครั้งก็ต้องมีวิธีการอื่นๆ มาเสริม อย่างการฝึกจิตใจให้สงบ ไม่คิดมาก ไม่ฟุ้งซ่าน จะทำให้จิตใจเราไม่หวั่นไหวต่อปัญหาที่เข้ามา ซึ่งการฝึกจิตใจให้สงบช่วยคลายเครียดได้จริง ซึ่งเป็นไปตามหลักทางจิตวิทยา ส่วนวิธีการฝึกมีหลายวิธี เช่น ฝึกการหายใจ ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ฝึกสมาธิ เป็นต้น
ทั้งหมดนี้ เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตนเอง และช่วยคลายเครียดได้ดี แต่ก็อาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคน เพราะบางคนอาจจะมีปัญหามากกว่าความเครียดได้ หากทดลองทำตามแล้วยังไม่เห็นผล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกาย หรือปรึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นก็ได้
สำหรับ 4 วิธีดูแลผู้สูงวัย ไม่ทำให้เครียดนี้ ยังสามารถนำไปปรับใช้กับตัวผู้สูงอายุเองได้อีกด้วย เพื่อลดปัญหาหรือภาวะความเครียด โดยทำร่วมกับวิธีการอื่นๆ เช่น การรับบริการปรึกษากับจิตแพทย์ ในผู้สูงอายุบางคน การจัดสภาพแวดล้อมที่ดีให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างมีความสุขและปลอดภัย การสร้างคุณค่าให้กับผู้สูงอายุ ด้วยการให้ผู้สูงอายุทำงาน หรือใช้ความรู้ที่มีให้เกิดประโยชน์ การแสดงความรักต่อผู้สูงอายุ ไม่ให้รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง ด้วยการพูดคุย หรือมาเยี่ยมเยียนเป็นประจำ เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุไม่เครียด แถมจะมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย
ข้อมูลอ้างอิง: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์