สโตรก (Stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมอง ภัยอันตรายที่เป็นสภาวะเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้บ่อยกับผู้สูงอายุ และคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งมีความรุนแรงที่สามารถทำให้เป็นอัมพาต สมองถูกทำลาย จวบจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงควรเฝ้าระวัง
ปัจจุบัน สโตรก (Stroke) หรือ โรคหลอดเลือดสมอง กลายเป็นโรคฮิตที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ในตัวผู้สูงอายุ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มีผู้สูงวัยหลายๆ คน กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เป็นอัมพาตครึ่งซีก หรือรุนแรงถึงขั้นอัมพฤกษ์ รวมทั้งการเดิน การพูด ที่อาจจะไม่ได้สะดวกเหมือนเดิม จนต้องเกิดการกายภาพ บางรายร้ายแรงถึงขึ้นเสียชีวิต เรียกได้ว่าเป็นโรคหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว
สโตรก (Stroke) หรือ โรคหลอดเลือดสมอง เกิดขึ้นได้อย่างไร
โรคหลอดเลือดสมอง เกิดขึ้นจากสิ่งต่างๆ ที่ทำให้สมอง (เปรียบเสมือนตัวควบคุม และสั่งการร่างกาย) ไม่สามารถลำเลียงเลือดที่มีทั้งสารอาหาร และออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์สมองได้ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติแก่สมองให้ไม่สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายได้ จนลุกลามไปถึงอวัยวะบางส่วนทำให้ร่างกายเสียหายตามไปด้วย เช่น ขา แขน ปาก ลำตัว และอีกมากมาย
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง
- หลอดเลือดในสมองแตก
สาเหตุหลักที่เกิดขึ้น และทำให้มีผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองอย่างเฉียบพลันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเกิดกับผู้ที่มีความดัน และเบาหวานร่วมด้วย ทำให้เส้นเลือดนั้นเปราะบาง และสามารถกระตุ้นให้เลือดในสมองปริ และแตกได้ง่ายขึ้น จนทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
- หลอดเลือดในสมองตีบ และตัน
...
หลอดเลือดในสมองตีบจะเกิดจากการที่ลิ่มเลือดจากส่วนต่างๆ ของร่างกายไหลมาอุดตันอยู่ในตำแหน่งของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งก่อตัวขยายใหญ่ขึ้นจากการสะสม และทำให้การยืดหยุ่นของเส้นเลือดขยายได้ไม่มากพอจนเกิดอาการตีบ และเลือกไม่สามารถผ่านเข้าไปหล่อเลี้ยงสมองได้ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากคอเลสเตอรอล และไขมันในเลือดสูง
ทั้ง 2 สาเหตุดังกล่าวข้างต้น มาจากโรคที่ผู้สูงอายุเป็นกันอยู่จำนวนมาก เช่น ความดัน เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง หากไม่ได้มีการควบคุม ยับยั้ง และตรวจสุขภาพเป็นประจำ ก็อาจจะเป็นชนวนสำคัญในการทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรกได้ โดยผู้ที่มีความเสี่ยงส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวดังกล่าวข้างต้น หรือพันธุกรรมจากครอบครัวที่มีประวัติการป่วยจากโรคหลอดเลือดสมอง
อาการ และสัญญาณเตือนของสโตรก
- อาการลมชัก
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
- มีอาการชา หรืออ่อนแรงใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน
- ปากตก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด พูดตะกุกตะกัก
- นึกคำพูดไม่ออก สื่อสารไม่ได้
- สายตาพร่ามัว เกิดภาพซ้อน ตาบอดฉับพลัน
หนึ่งวิธีที่ใช้เช็กผู้ป่วยแบบ ‘FastStroke’ คือ หนึ่งวิธีในการช่วยเช็ก และกู้สภาพร่างกายของคนในครอบครัวที่ป่วยได้ทันท่วงที โดยใช้หลักการของ ‘F.A.S.T’ มีดังต่อนี้
Face : ใบหน้ามีลักษณะที่เปลี่ยนไป เกิดการอ่อนแรง ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว น้ำลายไหล ไม่สามารถควบคุมได้
Arm : แขนขาเกิดอาการไม่มีแรง อ่อนล้า และชาอยู่บ่อยครั้ง จะเกิดขึ้นบริเวณด้านใดด้านหนึ่ง
Speak : ลักษณะการพูดที่เปลี่ยนไป มีน้ำเสียงไม่เหมือนเดิม ดูมีอาการในการพูดติดขัด ติดอ่าง หรือนึกคำพูดไม่ออก
Time : เวลา เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากหากเกิดอาการสโตรก หากช่วยเหลือหลังจากเกิดอาการผิดปกติ และส่งถึงมือหมอภายใน 4.5 ชั่วโมง จะได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นตัวได้ไวขึ้น และพ้นจากสภาพความพิการได้
วิธีป้องกันโรคหลอดเลือดในสมอง
- ออกกำลังกายเป็นประจำ
- ควบคุมโรคประจำตัวอย่าง โรคความดัน โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคซิฟิลิส ไขมัน และคอเรสเตอรอลในเลือดสูง
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่เป็นประจำ
- ปรึกษาแพทย์หากมีความเครียดสะสม
- หมั่นตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำในทุกๆ ปี
โรคหลอดเลือดสมอง หรือ สโตรก จึงเป็นหนึ่งโรคภัยที่ควรระมัดระวัง และสำคัญอย่างมาก หากมีปัจจัยเสี่ยงควรตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ และรักษาโรคที่สามารถเป็นต้นเหตุได้ตามอาการอย่างเคร่งครัดเพื่อที่จะป้องกัน และยับยั้งไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองเป็นการดีที่สุด อย่างไรก็ตามโรคหลอดเลือดสมองนี้สามารถรักษาให้หายได้ หรือยังคงสภาพการใช้ชีวิตได้อยู่ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น สภาพร่างกายของผู้ป่วย, การฟื้นฟูร่างกายของผู้ป่วย, การพบแพทย์เมื่อเกิดโรคโดยเร็ว, การกายภาพบำบัด และความรุนแรงของอาการ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นตัวกำหนดที่สามารถบ่งบอกได้ว่าผู้ป่วยจะสามารถฟื้นฟูกลับมาได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องขึ้นอยู่กับการดูแล การกายภาพ การวินิจฉัยอาการ และรักษาจากแพทย์ผู้รักษาตามลำดับ
ข้อมูล : sikarin, pnkg-recoverycenter, medparkhospital