แนะนำแผนการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุวัย 50+ ควรมีอะไรบ้าง เพื่อป้องกันภัยอันตรายจากโรคร้ายที่สามารถเกิดขึ้นได้ในวัยสูงอายุ ทำให้สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดี และร่างกายแข็งแรงได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
สุขภาพที่ดีเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น คงเป็นจุดประสงค์หลักที่ใครๆ ก็คงใฝ่ฝันกันในอนาคต ปัจจุบันประเทศไทยนั้นกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มตัว (Complete Aged Society) โดยพบว่าเมื่อสิ้นปี 2565 มีผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 12,698,362 คน หรือคิดเป็นจำนวน 19.21% ของประชากรทั้งหมด 66,090,475 คน สถิติผู้สูงอายุกว่า 12 ล้านคน เป็นเพศชาย 5,622,074 คน และเพศหญิง 7,076,288 คน โดยกลุ่มสูงอายุที่มากที่สุด มีปริมาณครึ่งหนึ่งของกลุ่ม คือ กลุ่มอายุ 60-69 ปี
ประเทศไทยในอนาคตจะก้าวเข้าสู่ยุค Super Aged Society ที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มสูงกว่า 30% ทำให้ปัจจุบันเทรนด์ของการดูแลสุขภาพร่างกายจากผู้สูงอายุวัย 50 ปีขึ้นไป กำลังเป็นที่สนใจ และมีศูนย์บำบัดดูแล รวมทั้งโปรแกรมการตรวจสุขภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น ณ เวลานี้ในประเทศไทย
...
เนื่องจากผู้สูงวัย เป็นวัยที่เปราะบางจากร่างกายที่ค่อยๆ สึกหรอตามกาลเวลา กรรมพันธุ์ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตสะสมจนเกิดเป็นโรคที่ป่วยทาง NDCs ได้ โดยโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ได้แก่ กลุ่มโรคในระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ เช่น กล้ามเนื้อฝ่อ กระดูกพรุน กลุ่มโรคภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง กลุ่มโรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาท โรคพาร์กินสัน ตลอดจนภาวะสมองเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากขึ้นพอๆ กับมะเร็งและโรคหัวใจ รวมถึงกลุ่มโรคอื่นๆ เช่น ความผิดปกติของการมองเห็นและการได้ยิน ตลอดจนภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ)
การตรวจสุขภาพได้อย่างเป็นประจำ และถูกต้อง เพื่อรับการดูแลอย่างทั่วถึงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้สามารถผู้สูงวัยมีสุขภาพร่างกายที่ดี รู้ทันโรค ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสีย ลดค่าใช้จ่าย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งผู้สูงวัย และสมาชิกในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้คงเป็นสุขภาพร่างกายที่ผู้สูงวัยใฝ่ฝันกันในอนาคต
แนะนำแผนตรวจสุขภาพสำคัญของผู้สูงวัย (เพศชาย และ เพศหญิง)
แผนโรคมะเร็งแนะนำสำหรับ ‘ผู้ชาย’
ต่อมลูกหมาก : อาการเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ ที่มักจะเกิดบ่อยในผู้สูงวัย ควรตรวจขนาดต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นค่าบ่งชี้ของมะเร็งต่อมลูกหมาก
ลำไส้ : ตรวจอุจจาระอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทุก 10 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประวัติมะเร็งลำไส้ในครอบครัว
แผนตรวจอวัยวะ ‘ผู้ชาย’
ฟัน : ควรตรวจสุขภาพฟันทุกๆ 6 เดือน เพื่อสุขภาพฟันที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต
ตา : ควรตรวจสุขภาพตาในทุกๆ ปี ป้องกันโรคภัยที่เกี่ยวกับตา เช่น ต้อหินตา, ต้อกระจก, ตาพร่ามัว, ต้อลม, ต้อเนื้อ ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัยเกิดอุบัติเหตุอื่นๆ ตามมา และส่งผลต่อคุณภาพในการใช้ชีวิต
มวลกระดูก : สภาพกระดูกในเพศชาย สามารถพบปัญหาได้บ่อยในช่วงวัย 70 ปี ขึ้นไป ส่วนใหญ่จะเกิดจากภาวะกระดูกบาง, กระดูกพรุน, ข้อต่อเสื่อมสภาพ เนื่องจากการขาดวิตามินสะสม และสภาพร่างกาย
...
แผนโรคมะเร็งแนะนำสำหรับ ‘ผู้หญิง’
เต้านม : มะเร็งเต้านม โรคร้ายแรงที่มักแอบแฝงอยู่ในตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งมีผู้ป่วยโรคนี้มาเป็นอันดับ 1 ในปัจจุบัน ในทุกๆ 1-2 ปี ควรตรวจมะเร็งเต้านม และอาจคาดเดาอาการเบื้องต้นได้ด้วยการคลำเต้านมด้วยตนเองได้ทุกเดือน
ปากมดลูก : มะเร็งปากมดลูก เป็นอีกหนึ่งโรคที่ผู้หญิงเป็นอันดับสอง รองจากมะเร็งเต้านม ควรตรวจภายในปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย และสามารถตรวจหาเชื้อมะเร็งปากมดลูกได้ในทุก 2-3 ปี ทั้งนี้ยังสามารถรับวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV (มะเร็งปากมดลูก) ได้เช่นกัน
ลำไส้ : ตรวจอุจจาระอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทุก 10 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประวัติมะเร็งลำไส้ในครอบครัว
แผนตรวจอวัยวะ ‘ผู้หญิง’
ฟัน : ควรตรวจสุขภาพฟันทุกๆ 6 เดือน เพื่อสุขภาพฟันที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต
ตา : ควรตรวจสุขภาพตาในทุกๆ ปี ป้องกันโรคภัยที่เกี่ยวกับตา เช่น ต้อหินตา, ต้อกระจก, ตาพร่ามัว, ต้อลม, ต้อเนื้อ ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัยเกิดอุบัติเหตุอื่นๆ ตามมา และส่งผลต่อคุณภาพในการใช้ชีวิต
มวลกระดูก : สภาพกระดูกในเพศหญิง สามารถพบปัญหาได้บ่อยในช่วงวัย 65 ปี ขึ้นไป ส่วนใหญ่จะเกิดจากภาวะกระดูกบาง, กระดูกพรุน, ข้อต่อเสื่อมสภาพ เนื่องจากการขาดวิตามินสะสม และสภาพร่างกาย
...
แผนตรวจสุขภาพโรคหลอดเลือด และหัวใจ (ทั้งเพศชาย และ เพศหญิง)
- ตรวจน้ำตาลในเลือด
- ตรวจไขมันในเลือด
- ตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ
- ตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดสมอง
แผนตรวจสุขภาพการทำงานของระบบภายใน (ทั้งเพศชาย และ เพศหญิง)
- การทำงานของไต
- การทำงานของตับ
- การทำงานของปอด
- การทำงานของหัวใจ
- การทำงานของระบบกล้ามเนื้อ
- การทำงานของระบบสมอง
แผนทั้งหมดข้างต้นเป็นเหตุที่สามารถทำให้เกิดภัยเงียบ ซึ่งเกิดได้บ่อยกับผู้สูงวัย และสามารถเกิดได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไปก็ได้เช่นกัน ทำให้การตรวจสุขภาพเบื้องต้นนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแต่ผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ยังสามารถทำได้เลยเนิ่นๆ ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ ศักยภาพ และคุณภาพให้แก่ชีวิตได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
...
แพทย์หญิงมนฑรัตน์ เจนทวีพรกุล แพทย์ผู้ชำนาญการเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลวิมุต กล่าวถึง 'เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพ' ง่ายๆ หากเริ่มได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยเคล็ดลับการดูแลร่างกายให้ห่างไกลโรคทั้ง 6 อ. ที่ประกอบด้วย ก็สามารถใช้ชีวิตในช่วงสูงวัยได้อย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. อาหาร ต้องรับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่
2. อากาศ ต้องอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศดี
3. ออกกำลังกาย ต้องหมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ
4. อารมณ์ ต้องดูแลอารมณ์ของตนเองให้แจ่มใส
5. อย่าอดนอน ต้องนอนหลับพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมง
6. ออกไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพทุกปี
เป้าหมายในการเดินหน้าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ในปี 2574 (ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข) โรงพยาบาลวิมุต ได้เตรียมการบริการเฮลท์แคร์สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และนวัตกรรมทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากล ให้พร้อมรองรับสถานการณ์การเจ็บป่วยที่เพิ่มขึ้นจากโรคเรื้อรัง และโรคยาก-ซับซ้อน
โครงการ “ViMUT Healthy 50 Plus สุขภาพในฝันหลัง 50+” พร้อมรองรับการดูแลสุขภาพในยุคสังคมผู้สูงวัย สานต่อ กลยุทธ์ Seamless and Comprehensive Care อย่างเข้มแข็งเพื่อเติมเต็มบริการสุขภาพในแบบองค์รวมตั้งแต่การป้องกันโรค การวินิจฉัยที่แม่นยำ การดูแลติดตามผล ตลอดจนการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
นายแพทย์สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าว การสร้างอีโคซิสเต็มด้านสุขภาพของโรงพยาบาลวิมุต กล่าวเสริม การเตรียมเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันรับมือ และเตรียมความพร้อม โดยโลกที่เปลี่ยนไปปัจจุบันการดูแลรักษาผู้ป่วยไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในโรงพยาบาล ในฐานะ Seamless and Comprehensive Care โรงพยาบาลวิมุต ได้เตรียมแผนระยะยาวคือ การสร้างอีโคซิสเต็มด้านสุขภาพที่แข็งแกร่ง และเข้าถึงคนจำนวนมาก เช่น คลินิกสุขภาพ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์ดูแล และบริบาลผู้สูงอายุ รวมทั้งการให้บริการดูแลสุขภาพถึงบ้านที่ตอบโจทย์สำหรับการใช้ชีวิตในยุคใหม่ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
โรงพยาบาลต้องการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รู้เท่าทันโรค และรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสีย ลดค่าใช้จ่าย และยกคุณภาพชีวิตในช่วงสูงวัยได้
ภาพ : istock