การเตรียมพร้อมและป้องกันอันตรายในกลุ่มผู้สูงวัย ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวังในฤดูฝน เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นความเสี่ยง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้สูงอายุได้

ฤดูฝน หนึ่งในฤดูที่ต้องระวังอันตรายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่เปลี่ยนแปลง สิ่งสกปรกที่มาจากน้ำ ความชื้น สัตว์ต่างๆ และอีกมากมาย เพราะสิ่งเหล่านี้มักจะสร้างอันตรายทั้งทางอุบัติเหตุและร่างกายได้ทุกเมื่อ เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และหลอดลมอักเสบ เป็นต้น

ผู้สูงอายุ เป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องคอยระมัดระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งสุขภาพทางกาย และอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายในฤดูฝนนี้ ที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อผู้สูงวัยได้ ผู้ดูแลควรตรวจสอบสภาพร่างกายของผู้สูงอายุ สภาพบ้าน รถยนต์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ทุกครั้ง การรับมือต่อภัยจากฤดูฝนจึงเป็นเรื่องเล็กๆ ที่สำคัญอย่างมากอีกหนึ่งฤดูกาล ดังนั้น เราควรเตรียมความพร้อม ระมัดระวัง และการรับมือต่อฤดูฝนที่กำลังเข้ามาในแต่ละปีเพื่อความปลอดภัย

5 ปัจจัยอันตรายต่อ ‘ผู้สูงวัย’ ในฤดูฝน

  • เลี่ยงการเปียกฝนและละอองฝน

ช่วงเวลาที่ฝนตกเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไม่สบาย เนื่องมาจากอุณหภูมิของเยื่อบุจมูกลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การแบ่งตัวของเชื้อไวรัสที่อยู่ในช่องจมูกเป็นอย่างดี รวมถึงไวรัสที่รับมาในขณะที่ฝนตกด้วยเช่นกัน เนื่องจากผู้สูงอายุมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงเท่าวัยอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถต้านทานโรคภัยได้ เวลารับเชื้อโรคเหล่านี้มานั้น อาการจะทวีความรุนแรงกว่าช่วงวัยอื่นๆ

วิธีป้องกัน : ไม่ควรตากฝน หากโดนฝนให้อาบน้ำ และรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยทันทีหลังจากเข้าบ้าน เพื่อป้องกันโรคภัยที่จะเกิดขึ้น

...

  • ระวังอุบัติเหตุภายในบ้านและนอกบ้าน

สังเกตอุปกรณ์สวมใส่ของผู้สูงวัยในบ้านช่วงฤดูฝนให้ดี เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ชนวนเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ในขณะที่ฝนตกอยู่ หรือแม้แต่ขณะที่ฝนหยุดตกแล้วก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้อาจสร้างอันตรายให้ผู้สูงอายุได้อย่างไม่คาดคิด สิ่งที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ คือ การลื่นล้ม ฟ้าผ่า และรวมไปถึงการสัญจรโดยรถยนต์ ก็อาจจะเกิดอันตรายได้ 

วิธีป้องกัน : ควรให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ และตรวจเช็กอุปกรณ์สวมใส่ของผู้สูงอายุในบ้านทุกครั้ง เช่น รองเท้าที่สวมใส่ลื่นหรื่อไม่, สวมใส่เครื่องประดับที่สามารถล่อสายฟ้าได้หรือเปล่า, และหากผู้สูงวัยในบ้านต้องการสัญจรเดินทางไปข้างนอก ห้ามขับรถยนต์เอง เพราะมักจะเกิดอันตรายบนท้องถนนได้ง่าย ควรใช้ขนส่งสาธารณะ หรือความช่วยเหลือจากคนในครอบครัว จึงจะปลอดภัยกว่า

  • สุขภาพอนามัยพื้นฐาน

ฤดูฝนเป็นหนึ่งฤดูที่ทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับกลุ่มโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ รวมถึงกลุ่มโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร และกลุ่มโรคติดต่อทางผิวหนัง ซึ่งทั้งหมดสามารถติดต่อได้โดยง่าย หากมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง 

วิธีป้องกัน : ทานอาหารปรุงสุก และไม่ควรทิ้งอาหารไว้ค้างคืน เพราะอาจจะทำให้อาหารเกิดเสียได้ง่าย และควรล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร 

อุปกรณ์ชนิดผ้าที่มีอยู่ในบ้านควรหมั่นทำความสะอาดและทำให้แห้ง เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียและเชื้อรา เพื่อสุขอนามัยและระบบผิวหนังร่ายกายที่ดีขึ้นในหน้าฝน และไม่เป็นต้นเหตุของโรคต่างๆ ที่ตามมา

หมั่นออกกำลังกายดูแลสุขภาพเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ ที่จะตามมา ใส่หน้ากากอนามัยเวลาเดินทางไปในชุมชนแออัด 

  • สภาพแวดล้อมภายในบ้าน

ปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ สภาพแวดล้อมภายในบ้าน เพื่อทำให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตในบ้าน และสถานที่โดยรอบอย่างปลอดภัย และสบายใจผู้ดูแลมากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดสรรส่วนต่างๆ ให้มีระเบียบ ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและเชื้อโรคได้ทั้งสิ้น

วิธีป้องกัน : การจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ลดความเสี่ยงของคนในบ้าน รวมทั้งผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน เช่น การปรับจุดเสี่ยงต่างๆ ภายในบ้านให้ดีขึ้น, ทำราวจับในห้องน้ำ หรือมุมต่างๆ ในบ้านที่มีผู้สูงอายุชอบใช้งาน, เปลี่ยนหลอดไฟ เพิ่มความสว่างในบ้านให้ชัดเจน, แหล่งน้ำและหญ้ารกต่างๆ ที่ควรปรับเปลี่ยน เพื่อป้องกันสัตว์ร้าย

  • อันตรายจากสัตว์มีพิษ

แมลงมีพิษและสัตว์อันตรายหลายๆ ชนิด มักจะเติบโตได้ดีในช่วงหน้าฝน หรือบางชนิดก็อพยพหนีฝนเข้ามาในบ้าน ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีฝนเป็นปัจจัยทั้งสิ้น ซึ่งสัตว์เหล่านี้บางชนิดก็มีพิษร้าย หรือบางชนิดก็เป็นพาหะนำโรค ทั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และอันตรายจากพิษต่างๆ มาสู่คนจนถึงชีวิตได้ เช่น ยุงลาย แมลงสาบ ตะขาบ หนู แมงป่อง แมงมุม และงู

วิธีป้องกัน : สังเกตพื้นที่ในบ้าน และหมั่นทำความสะอาดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ลดซอกและมุมอับต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่หลบซ่อนอาศัยของแมลงและสัตว์มีพิษ บริเวณภายนอกบ้านควรทำให้พื้นที่โล่งเตียนและไม่รก พร้อมหมั่นกำจัดเศษใบไม้ใบหญ้าทุกครั้ง และเทน้ำที่ขังภายในและนอกบ้านให้หมด เพื่อลดอันตรายจากสัตว์ต่างๆ รวมไปถึงการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง โดยทิ้งขยะที่มีเศษอาหารในภาชนะที่มีฝาปิดอย่างมิดชิด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ที่มีเชื้อโรคเข้ามาภายในรั้วบ้าน

...

ข้อมูล : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข