ที่ร้านกาดโกโก้ (KAD KOKOA) หากใครได้ลองมาสัมผัสแล้ว จะรู้ว่าไม่ใช่แค่คาเฟ่ ที่มี เครื่องดื่ม ขนม เบเกอรี่ ที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลต ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ที่ผ่านการหมัก คั่ว บด อย่างดีเท่านั้น เพราะเรื่องราวความตั้งใจของผู้ก่อตั้งร้านนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากแค่ชอบรสชาติในช็อกโกแลตเท่านั้น แต่ยังมีความมุ่งมั่นพาให้โกโก้ไทยไปไกลในระดับโลกอีกด้วย
จากเสน่ห์ในรสชาติจากเมล็ดโกโก้ เป็นที่ถูกใจของคนทั่วโลก รวมทั้งคนไทย ทำให้ประเทศไทยต้องนำเข้าโกโก้มากกว่าส่งออกทุกปี คำถามคือแล้วโอกาสของเมล็ดโกโก้ จะเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่เติบโตกว่าปัจจุบันได้หรือไม่
แน่นอนว่าคำถามนี้ ก็ทำให้ ปณิธิ และณัฐญา ชุณหสวัสดิกุล สองสามีภรรยานักกฎหมายคนไทยก็สงสัย หลังจากที่ได้สัมผัสกับเสน่ห์ของโกโก้โดยบังเอิญ จากการเริ่มซื้อที่ดินที่เชียงใหม่ เพียงเพราะคิดว่าจะไว้อยู่อาศัยพักผ่อนยามเกษียณ แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลับผันตัวเองมาทำงานกับเกษตรกรที่ปลูกโกโก้อย่างจริงจัง
...
หลังซื้อที่ดินที่เชียงใหม่ แล้วลองปลูกต้นโกโก้ และได้ลองทำเป็นช็อกโกแลตออกมา จนมาถึงการเดินทางของ ปณิธิ และณัฐญา บนเส้นทางของการเรียนรู้เรื่องราวของเมล็ดโกโก้อย่างจริงจัง ทั้งการเสาะหาเมล็ดโกโก้ในไทยจากหลายจังหวัด ไปหาความรู้ รับการอบรมจากแหล่งความรู้ ทั้งจากในออนไลน์ ไปจนถึงการเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อเข้าคอร์สเวิร์กช็อปกับผู้เชี่ยวชาญ จนสอบผ่านการเป็นผู้คัดเกรดตามมาตรฐาน Fine Cacao and Chocolate Institute (FCCI) ของสหรัฐอเมริกา ที่นับเป็นคนไทยสองคนแรกที่สอบได้มาตรฐาน FCCI นี้
รวมไปถึงการได้รับรางวัลในเวทีประกวดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของโกโก้มากมาย พร้อมกับการเติบโตของแบรนด์ กาดโกโก้ (KAD KOKOA) ที่ชื่อมีความหมายถึง ตลาดโกโก้ จากคำพื้นเมืองที่รู้จักกันดีว่า คำว่า กาด หมายถึงตลาด และที่กรุงเทพมหานคร มีร้านสำหรับคนที่ชื่นชอบเครื่องดื่ม และขนมจากโกโก้ของ คาเฟ่กาดโกโก้ แล้ว 2 สาขา คือย่านถนนนราธิวาสราชนครินทร์ สาทร และสุขุมวิท 31
...
หลังการทำงานกับเกษตรมาระยะหนึ่ง ปณิธิ และณัฐญา ตระหนักดีว่า หากช่วยให้เกษตรกรมีความรู้ในการเพาะปลูก และได้โกโก้ไทยที่มีคุณภาพดี จะทำให้เกษตรกรขายได้ราคาดี
ความมุ่งมั่นนี้ทำให้ล่าสุดกาดโกโก้ ได้ร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้ง ศูนย์นวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาโกโก้ไทยเพื่อความยั่งยืน (ISTC) ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางให้ความรู้เกษตรกรในการเพาะปลูกโกโก้ และพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพเพื่อส่งต่อให้ผู้ผลิตนำไปผลิตเป็นสินค้าคุณภาพดีระดับโลก
การร่วมมือกับศูนย์ ISTC ยังเป็นก้าวแรกนำพากาดโกโก้ไปสู่ความยั่งยืนระดับโลกตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะโกโก้เป็นพืชที่สามารถใช้ได้จนหมด สอดคล้องกับ หลักการเหลือขยะเป็นศูนย์ (zero waste)
นอกจากนี้ โกโก้เป็นไม้ยืนต้นที่ต่อไปยังผลักดันให้เป็นพืชที่สามารถปลูกเป็นป่าเพื่อขอรับ carbon credit ได้ รวมไปถึงกาดโกโก้จะทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรที่โกโก้ของกาดโกโก้จะไม่มาจากพื้นที่ที่ถูกถางป่า (deforestation) อย่างเด็ดขาด เพื่อสอดคล้องกับมาตรฐานของ European Green Deal
...
นี่คือเป้าหมายที่ ปณิธิ และณัฐญา เริ่มจากความรักในโกโก้ ที่มาไกลจนมาถึงเรื่องของการคิดถึงเรื่องความยั่งยืนของโลกใบนี้ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเริ่มต้นช่วยกันได้
ที่มาภาพ : KAD KOKOA