รวมนโยบายพรรคก้าวไกลสำหรับผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ในด้านสิทธิต่างๆ และสวัสดิการที่ควรได้รับ จากทั้งหมด 300 นโยบาย

พรรคก้าวไกล เป็นพรรคที่มีนโยบายถึง 300 ข้อ ที่ถูกใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง 2566 นี้ ซึ่งแต่ละนโยบาย ทางพรรคก้าวไกลเชื่อว่าสามารถทำได้จริง และแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

พรรคก้าวไกล ใช้คอนเซปต์ว่า “กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม” เป็นการออกแบบนโยบายจากสถานการณ์ที่เป็นจริงของประเทศ โดยมี 3 หัวข้อหลักที่ใช้กับนโยบาย ดังนี้

1. การเมืองดี สร้างประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนเป็นเจ้าของ ระบบราชการอยู่ข้างประชาชน

2. ปากท้องดี จัดสรรทรัพยากรให้เป็นธรรมกับประชาชนทุกกลุ่ม เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขจัดความเหลื่อมล้ำ 

3. มีอนาคต พร้อมเปลี่ยนแปลงในทุกๆ เรื่อง เพื่อประโยชน์ประชาชน มีเศรษฐกิจและสังคมที่เท่าทันโลก สร้างประเทศที่ “การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต”

นโยบายพรรคก้าวไกลสำหรับผู้สูงอายุ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทางพรรคก้าวไกลต้องเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนยุคเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) อีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ความสามารถของพรรคในวาระที่จะถึงนี้

นโยบายพรรคก้าวไกลสำหรับผู้สูงอายุ ด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ มีอะไรบ้าง

  • กองทุนดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยติดเตียง งบประมาณเฉลี่ย 9,000 บาท/คน/เดือน
  • ศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองในชุมชน อย่างน้อยอำเภอละหนึ่งแห่ง
  • ธนาคารอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
  • ตรวจสุขภาพประจำปี ฟรีทั้งค่าตรวจ-ค่าเดินทาง
  • ตรวจสุขภาพประจำปี รวมคัดกรองมะเร็ง 6 ชนิดฟรี สำหรับกลุ่มเสี่ยง
  • วัคซีนเพิ่มเติมฟรีในเด็กและผู้ใหญ่
  • สุขภาพดี มีรางวัล (Health Score)
  • ทบทวนสิทธิประโยชน์ของกองทุนหลักประกันสุขภาพ และกองทุนประกันสังคม
  • ตรวจสุขภาพประจำปี และตรวจสุขภาพจิต
  • ดูแลสุขภาพจิตครบวงจร เพิ่มบุคลากร-ขยายบัญชียา-ใช้เทคโนโลยี
  • สร้างสังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพจิตที่ดี
  • สร้างแนวหน้าสุขภาพจิต ช่วยดูแล-บำบัด-ฟื้นฟูสุขภาพจิตของคนใกล้ตัว
  • ยกระดับ รพ. สต. และศูนย์สาธารณสุขชุมชน Primary Care Unit (PCU)
  • ปลดล็อกระบบการแพทย์ออนไลน์ Telemedicine
  • ตายดี-สิทธิยุติชีวิตตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี สำหรับคนที่ป่วยจากโรคทางกายที่รักษาไม่ได้

นโยบายของพรรคก้าวไกลต่อตัวผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง

เงินผู้สูงอายุ เดือนละ 3,000 บาท

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี ทำให้มีการดูแลอย่างไม่ทั่วถึง และได้รับสวัสดิการเก่าอยู่ที่ 600 - 1,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ การเพิ่มเงินให้ผู้สูงวัยเป็นเดือนละ 3,000 บาท เป็นตัวช่วยให้ผู้สูงวัยมีความมั่นคงทางการเงินเพิ่มขึ้น

ผู้สูงอายุ เจ็บ หรือป่วยติดเตียง มีระบบดูแล

ยิ่งสูงวัยโรคภัยไข้เจ็บยิ่งตามมา เป็นปัญหาสำหรับผู้สูงอายุ โดยนโยบายนี้จะมีการสร้างระบบดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผ่านการสมทบเงินจากเงินผู้สูงวัยเข้าสู่กองทุนดูแลผู้สูงอายุ เพื่อเป็นงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้พัฒนาระบบ โครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงภายในพื้นที่นั้นๆ 

ท้องถิ่นมีช่องทางหารายได้ใหม่ กู้เงิน-ออกพันธบัตร

ตามท้องถิ่นและต่างจังหวัดในประเทศไทย มีอัตราผู้สูงอายุอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มีงานประจำ และเป็นการทำอาชีพงานไร่ สวน งานฝีมือท้องถิ่นมากมาย การปลดล็อกให้ท้องถิ่นมีอำนาจหารายได้ผ่านช่องทางใหม่ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากส่วนกลาง เช่น กู้เงิน ออกพันธบัตร ร่วมทุนเอกชน ตั้งสหการ สร้างวิสาหกิจท้องถิ่นเอง ซึ่งสามารถสร้างอาชีพให้กับผู้สูงอายุ

ทุกบริการภาครัฐ ทำได้ผ่านมือถือ

เทคโนโลยีเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจสำหรับผู้สูงอายุ รวมทั้งสภาพร่างกายที่ไม่เป็นดังเดิม การออกไปทำธุรกรรมจากภาครัฐเป็นเรื่องที่ยากลำบากและใช้เวลานาน โดยนโยบายนี้เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์สำหรับผู้สูงอายุและสมาชิกครอบครัวผู้ดูแล ที่เป็นเรื่องสะดวกสบายมากขึ้น โดย 99% ของธุรกรรมภาครัฐที่ให้บริการแก่ประชาชน ต้องทำได้ผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ ที่รวบรวมบริการภาครัฐของทุกหน่วยงานในที่เดียว

สวัสดิการโอนเข้าอัตโนมัติ ไม่ต้องรอ ไม่ต้องลงทะเบียน

การลงทะเบียนในการรับสวัสดิการต่างๆ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยากลำบากต่อผู้สูงอายุ ยากต่อการทำความเข้าใจ ทำให้เกิดความล่าช้าและความผิดพลาดได้ง่ายๆ นโยบายนี้เข้ามาลดภาระการลงทะเบียนของประชาชนในการได้รับสวัสดิการ โดยการให้รัฐจ่ายสวัสดิการให้ประชาชนที่คุณสมบัติครบถ้วนทันทีแบบอัตโนมัติ โดยไม่เป็นภาระของประชาชนที่ต้องลงทะเบียน เพราะทางรัฐจะจ่ายสวัสดิการให้ผู้สูงอายุทันที เมื่ออายุครบ 60 ปี 

ปลดหนี้ ธ.ก.ส. เกษตรกรสูงวัย จ่ายหนี้ถึงครึ่ง รัฐยกอีกครึ่งให้ทันที

ปัญหาหนี้สินของเกษตรไทยเป็นส่วนหนึ่งที่น่าเป็นห่วง โดยมีลูกหนี้ที่เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีจำนวนเกือบ 1.4 ล้านราย (หนี้กับ ธ.ก.ส.) ด้วยหนี้ผูกพันและทับถม จนกระทั่งเมื่อเกษตรกรมีอายุมากขึ้น และแม้ว่าเกษตรกรเหล่านี้จะได้ชำระหนี้ไปมากแล้ว แต่มูลหนี้คงค้างที่มีอยู่ก็ยังมีอัตราสูง โดยนโยบายนี้จะมีการยกหนี้ให้เกษตรกรสูงวัย (60 ปีขึ้นไป) หรือมีข้อกำหนด ดังนี้ เมื่อชำระหนี้ได้ถึงครึ่งหนึ่งของหนี้ปัจจุบันที่มีอยู่ รัฐจะยกหนี้ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งให้, จ่ายหนี้ดี ลดดอกเบี้ย, ผ่อนประภาระหนี้สินให้กับลูกหนี้บุคคลธนาคารรัฐที่จ่ายดี จ่ายตรงเวลาเกินกว่า 12 งวด ด้วยการลดดอกเบี้ย 10% โดยรัฐบาลจะเป็นผู้อุดหนุนงบประมาณชดเชยการลดดอกเบี้ย

“เกษตรข้ามรุ่น” - จ้างเกษตรกรรุ่นใหม่ สอนเกษตรกรวัยเก๋าใช้เทคโนโลยี

ผลผลิตจากเกษตรไทยสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งเกษตรกรไทยส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้สูงอายุ และเข้าถึงเทคโนโลยีได้ยาก จึงจำเป็นต้องช่วยเหลือเกษตรกรสูงวัย ด้วยการสร้างการเรียนรู้ทางเทคโนโลยีต่างๆ โดยเกษตรกรรุ่นใหม่ แถมยังเป็นการจ้างงาน สร้างรายได้ และสนับสนุนการจัดตั้งธุรกิจของเกษตรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ในการให้คำปรึกษาและบริการต่อเกษตรกรรุ่นเก๋า ส่งผลบวกกับเกษตรกรทุกรุ่น

โทษ ปรับขึ้น-ลง ตามฐานรายได้

เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เคยเกิดขึ้นแล้ว จากกรณี “สองตายายเก็บเห็ด” ในคดีบุกรุกป่าสงวน ซึ่งทั้งสองนั้นไม่รู้กฎหมายมากนัก จนเกิดโทษที่รุนแรงเกินรายได้ของทั้ง 2 ที่เป็นชาวไร่ชาวสวนธรรมดา นโยบายนี้จึงมีความสอดคล้อง ทำให้ข้อพิพาทต่างๆ ที่เกิดขึ้นมีความสมเหตุสมผล และทำให้ผู้ไม่มีรายได้หลักอย่างผู้สูงอายุ ไม่ต้องหวาดระแวงต่อการใช้ชีวิต แต่ก็ต้องระวังตนเองให้มากขึ้น.

ข้อมูล : moveforwardparty