การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีอาการที่ต่างจากผู้ป่วยทั่วไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ หากดูแลด้วยความรักและความเข้าใจ
หากคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย พี่น้อง หรือว่าคนรัก ต้องกลายเป็นผู้ป่วยสมองเสื่อม มักจะมีพฤติกรรมและนิสัยที่เปลี่ยนไป รวมถึงมีภาวะหลงลืม และอารมณ์แปรปรวนอีกด้วย ทำให้ผู้ดูแลหรือคนใกล้ชิดเกิดความทุกข์ใจกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บางรายอาจถึงขั้นทอดทิ้งผู้ป่วยสมองเสื่อม เพราะทำใจไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
วิธีดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมด้วยความรักและความเข้าใจ
เว็บไซต์ CaregiverThai.com พลังใจสู้สมองเสื่อม ได้เผยหลักการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่เหมาะสมโดยเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ ยอมรับ เห็นใจ ปรับตัว และหาความรู้ เพื่อให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมและผู้ดูแลสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข
1. ทำความเข้าใจผู้ป่วยสมองเสื่อม
อาการระยะแรกผู้มีภาวะสมองเสื่อมจะดูเหมือนคนปกติ แค่ขี้ลืมหรือทำอะไรแปลกๆ แต่ก็มักจะหาเหตุผล ที่สมเหตุสมผล ทำให้ญาติแยกไม่ออกว่าปกติหรือป่วย หรือญาติคิดมากไปเอง และลังเลใจที่จะเริ่มชวนไปพบแพทย์
ผู้มีภาวะสมองเสื่อมมีการรับรู้เปลี่ยนไปจากคนปกติ อาการที่พบได้บ่อย เช่น พูด บอกอะไรก็ลืมง่ายๆ การใช้เหตุผลบิดเบี้ยวไปจากเดิม และไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลที่เราพยายามอธิบาย ในบางรายการมีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย เช่น หลงผิด มโนคิดว่าสิ่งที่ไม่มีจริงเป็นจริง หูแว่ว หรือเห็นภาพหลอน
นิสัยใจคอและพฤติกรรมที่ผิดแปลกไป เรื่องง่ายๆ ที่เคยทำได้กลับทำไม่ได้ ถามซ้ำวกวน เดี๋ยวขี้ใจน้อย เดี๋ยวของขึ้น ญาติก็อาจมองว่าน่ารำคาญ น่าโมโห แต่ก็ต้องเข้าใจว่าทั้งหมดนั้นมาจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นในสมอง
...
2. ยอมรับความจริง
สมองเสื่อมของผู้ป่วยเกิดจากสาเหตุที่รักษาไม่หาย แต่ชะลออาการได้ด้วยการรักษาและการดูแลจากครอบครัว สิ่งสำคัญคือการยอมรับในตัวผู้ป่วยที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนคนเดิม ไม่เก่งเท่าอดีต หลงลืม ทำตัวแปลกๆ เข้าใจอะไรยากขึ้น ฯลฯ และใช้วิธีปรับพฤติกรรมผู้มีภาวะสมองเสื่อมเข้าช่วย
3. เข้าใจ เห็นใจ และเมตตา
ผู้มีภาวะสมองเสื่อมอาจทำอะไรให้เราขุ่นเคืองใจ หรือไม่ได้ดั่งใจ บางครั้งมีอารมณ์ร้าย สร้างความปั่นป่วน ฯลฯ ผู้ดูแลอาจโกรธได้ แต่พึงเตือนตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากความเจ็บป่วย และไม่มีใครอยากป่วยเป็นแบบนี้ ก็จะให้อภัยผู้ป่วยได้
4. ปรับตัวปรับใจรับความเปลี่ยนแปลง
เมื่อผู้ดูแลไม่ใช่คนป่วยจึงเป็นคนที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ควรดูแลกันเป็นทีม ครอบครัวควรปรึกษากัน แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ทั้งด้านการดูแลและค่าใช้จ่าย อย่าลืมว่าผู้ดูแล 1 คน ไม่สามารถเฝ้าผู้ป่วยสมองเสื่อมได้ตลอดเวลา ควรต้องมีการหยุดพัก ผลัดเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นผู้ดูแลอาจเครียดและป่วยเองได้
5. หาความรู้
เพื่อทำความเข้าใจและรู้วิธีดูแล ปรึกษาแพทย์ โรงพยาบาล หน่วยงานที่ให้ความรู้ความช่วยเหลือ อ่านหนังสือ และศึกษาจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือ
ข้อแนะนำการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม
การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมด้วยการให้ผู้ป่วยเข้าใจตัวเอง การยอมรับในความเจ็บป่วยเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดูแลรักษา แต่ก็ต้องพิจารณาจากพื้นฐานเดิมของแต่ละคนด้วยว่าจะเข้าใจ ทำใจยอมรับข่าวร้ายได้มากเพียงใด เลือกวิธีที่เหมาะสม อ่อนโยนกับแต่ละคน สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะหลงลืมมากแล้วก็อาจจะลืมว่าตนไม่สบาย ผู้ดูแลไม่ควรกดดันหรือบังคับด้วยประโยคที่ว่า “ป่วยนะยอมรับสิ” ซึ่งอาจกระทบต่อจิตใจผู้ป่วย และเกิดผลเสียตามมาแทน
- ให้กำลังใจ กระตุ้น เชียร์ให้ผู้มีภาวะสมองเสื่อมทำอะไรเองเท่าที่ทำได้ ช่วยสร้างความภูมิใจ ความมั่นใจ ความรู้สึกมีคุณค่า
- กำหนดกิจวัตรประจำวัน เพื่อคงความสามารถของผู้มีภาวะสมองเสื่อมไว้นานที่สุด ลดภาระคนดูแล
- ให้ทำกิจวัตรประจำวันเป็นเวลาทุกวัน และสามารถยืดหยุ่นได้บ้าง
- ทำตารางกิจวัตรประจำวันและสัปดาห์ เพื่อเตือนความจำผู้มีภาวะสมองเสื่อม
- เตือนความจำผู้ป่วยสมองเสื่อมอยู่เสมอ
ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมด้วยการรู้จักสมองเสื่อมในมุมของผู้ป่วย
ที่ผ่านมาคงไม่เคยมีใครบอกได้ว่าตัวผู้ป่วยสมองเสื่อมรู้สึกอย่างไร เพราะมักไม่ค่อยมีใครเข้าใจ เนื่องจากบอกเล่าความรู้สึกไม่ได้ และไม่เข้าใจตัวเองดีนัก เมื่อสมองเสื่อมผู้ป่วยจะมีความรู้สึกดังต่อไปนี้
- รู้สึกสับสน วุ่นวายใจ
- รู้สึกไม่ปลอดภัย
- ขาดความมั่นใจในตัวเอง
- รู้สึกว่าไม่สามารถทำได้อย่างใจต้องการ รวมทั้งการจดจำ
- ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกและการแสดงออกไม่ได้
- เข้าใจสิ่งต่างๆ รอบตัวน้อยลง
- ไม่อยากเข้าสังคม
...
ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่ดีจึงควรทำความเข้าใจผู้ป่วยในหลายๆ มุม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ดูแลมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น ความขัดแย้งต่างๆ ลดลง มีกำลังใจในการดูแล และยังช่วยรักษาความรักความผูกพันระหว่างกันเอาไว้ได้