ใครเคยไปอุ้มผางยกมือขึ้น ไกลและใช้เวลาเดินทางอยู่หลายชั่วโมง วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก กับคณะทีมงานซีพี ออลล์ ในวาระที่ ชมรมจิตอาสา ซีพี ออลล์ และพนักงานสำนักปฏิบัติการมณฑลพื้นที่ภาคกลาง และเอ็กซ์ต้า พลัส หน่วยธุรกิจร้านขายยาในเซเว่น อีเลฟเว่น ได้เดินทางไปมอบยา เวชภัณฑ์ และทุนสนับสนุนทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลอุ้มผาง

นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนวิทย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ที่มาเปิดเผยเล่าเบื้องลึกเบื้องหลังของโรงพยาบาลอุ้มผางให้ฟังพร้อมกันๆ

คนไร้สัญชาติ
อำเภออุ้มผาง ตั้งอยู่ในเขตชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อ 100 กว่าปีก่อน มีการแบ่งประเทศขึ้น เส้นที่แบ่งเขตอำเภออุ้มผางกับเขตของประเทศเมียนมา ไม่ได้ใช้เส้นแบ่งตามธรรมชาติอย่าง ลำธาร แม่น้ำ หลายจุดถูกแบ่งแยกจากกัน แม้อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ทำให้ชาวบ้านดั้งเดิม เช่น คนกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มายาวนานมาก แต่มักจะอยู่ในป่านั้น กลายเป็นคนไร้สัญชาติ

...

โรงพยาบาลตั้งไกลชุมชน
คนไทยในพื้นราบเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในตัวอำเภออุ้มผางเมื่อ 60-70 ปีก่อนหน้าเอง และโรงพยาบาลอุ้มผางเองเพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2527 ซึ่งจริงๆ แล้วคนในพื้นที่ไม่ได้อยู่ไกลจากโรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลต่างหากที่ตั้งอยู่ไกลจากชุมชน เพราะเรามาตั้งทีหลังชุมชน

ปัญหาและอุปสรรค
โรงพยาบาลจึงประสบปัญหาในหลายๆ ด้าน เรื่องการเดินทางมารักษาพยาบาลของคนไข้ การดูแลรักษาคนไข้ได้อย่างไม่ต่อเนื่อง การเข้าไปช่วยเหลือคนไข้ไม่ทันเวลา ปัญหาเรื่องสัญชาติ ปัญหาเรื่องสิทธิพยาบาลเอง ก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข แต่นั่นคือแนวทางของกฎหมาย

เราไม่ปฏิเสธคนไข้
ในทางการแพทย์แล้ว โรงพยาบาลจะไม่ปฏิเสธคนไข้ ไม่ว่าจะมีสัญชาติไทยหรือไม่ เพราะหากมองในแง่ด้านมนุษยธรรม โรงพยาบาลต้องทำหน้าที่ทางการแพทย์ และทำหน้าที่สกัดเชื้อโรคต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไปแพร่หลายในเมืองต่างๆ ในประเทศด้วย

วัณโรคกำลังกลับมา!!
ขณะนี้โรควัณโรคกำลังกลับมาอีกครั้ง ซึ่งอาการของโรคนี้ค่อนข้างติดกันได้อย่างง่ายดายและน่ากลัว เพราะเชื้อโรคสามารถติดต่อได้ทางลมหายใจ หากเราอยู่ใกล้คนไข้ เราอาจได้รับเชื้อโรคได้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ประเทศไทยแทบไม่พบโรคนี้มานานแล้ว โรงพยาบาลอุ้มผาง เป็นโรงพยาบาลตามแนวตะเข็บชายแดน เมื่อพบโรคดังกล่าว จึงจำเป็นต้องรักษาคนไข้เพื่อป้องกันการระบาดของโรค ไม่ว่าจะเป็นคนไทย กะเหรี่ยง ลาว มอญ เราต้องดูแลรักษาเป็นอย่างดี นี่คือหน้าที่ของเรา

หน้าที่หลักของโรงพยาบาล
เราให้บริการกับผู้ป่วยที่เป็นคนไทย และคนที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย โดยเราจะแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีหลักประกันสุขภาพ และกลุ่มที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพ กลุ่มหลังนี้รวมถึงกลุ่มคนที่ข้ามมาจากฝั่งพม่าด้วย

ที่มาโครงการรับบริจาคยา
ยาที่ใช้ในประเทศไทย เราไม่เคยผลิตได้เอง เราใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อซื้อเคมีภัณฑ์มาทำเป็นยาสำเร็จรูป และเราสูญเสียยาเหลือทิ้ง ถ้าคิดเป็นจำนวนเงินแล้วก็หลายพันล้านบาทต่อปี ผมจึงมองว่าในเมื่อประเทศไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง  และเป็นของคนไทยทุกคน ถ้าจะช่วยกันลดค่าใช้จ่ายของประเทศต้องทำอย่างไร แน่นอนคงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่แต่โรงพยาบาลเราโรงพยาบาลเดียว แต่ด้วยบริบทที่โรงพยาบาลอุ้มผางประสบปัญหาขาดแคลนยาอยู่แล้ว  จึงเกิดโครงการรับบริจาคยาขึ้น

มียาไม่เพียงพอ
ปัญหาการขาดแคลนยารักษาโรค เพราะเรารับรักษาคนไข้จำนวนมาก ทำให้ยารักษาโรคมีจำนวนไม่เพียงพอ ที่ผ่านมาเราได้รับบริจาคยาเหลือทิ้ง ซึ่งยาเหล่านั้นมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนไข้ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ณ วันนี้เราก็ยังรับบริจาคอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนทั่วไปมียาที่ไม่ได้กินและยังไม่หมดอายุ ซึ่งเป็นยาเหลือทิ้งแล้ว สามารถนำมาบริจาคได้

...

ยาเหลือทิ้งมากมาย...จริงไหม?
ข้อแรกที่น่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด คือ คนไข้กินยาได้ถูกวิธี แต่ก็มีกรณีแบบนี้ เช่น ต้นเดือนคนไข้ไปรับยา 1 ถุง กินเป็นเวลา 3 เดือน แต่พออีก 2 สัปดาห์ไปหาอีกครั้ง  หมออีกคนก็จ่ายยามาให้อีก 1 ถุง คนไข้ก็ไม่รู้จะกินอย่างไร ก็ทิ้งถุงแรก เพื่อกินถุงที่ 2 ทำให้เรามียาเหลือใช้และก็ถูกทิ้งไป และหลายๆ บ้านก็เป็นเช่นนั้น ลองคิดดูว่า ถ้าเราช่วยกันหมด เราจะช่วยลดงบประมาณในการซื้อยาได้จำนวนมาก

ยาบริจาค
ยาที่ได้รับบริจาคมา เราจะต้องมาดูว่า ยานั้นยังมีคุณภาพดี ใช้รักษาโรคได้หรือไม่ โดยเราจะดูยาซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในแผงฟรอยด์ และมีวันหมดอายุกำกับไว้ แต่เราจำเป็นต้องตั้งวันหมดอายุให้ยาใหม่ ก่อนถึงวันหมดอายุจริง เพราะแผงฟรอยด์นั้นจะควบคุมเรื่องน้ำและแสงได้ แต่ไม่สามารถควบคุมเรื่องความร้อนได้ เพื่อให้ยาดังกล่าวมีคุณภาพที่ดีจริง ซึ่งกำหนดวันใช้ไว้ก่อนวันหมดอายุ 3 เดือน หรือ 6 เดือน ตามแต่ชนิดของยา

เรากินได้ คนไข้กินได้
เราคัดแยกยาอย่างดี และกำจัดยาหมดอายุอย่างถูกวิธีด้วย เมื่อกล่องบริจาคมาถึง เราจะคักแยก 3 เดือนแรกที่ได้รับยามา เป็นยาที่ต้องกำจัดถึง 422 กิโลกรัม ยาทุกชนิดถ้าเรากินได้ คนไข้ก็กินได้ ผมเองก็กินยาเหล่านี้เช่นกัน เภสัชกรของโรงพยาบาลเราก็กินยาตัวนี้ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องนี้

...

ใจเขาใจเรา
ยาที่ได้รับมา จะถูกใช้กับทุกคน ไม่ใช่ว่าคนมีบัตรทอง จะได้กินยาใหม่ คนไม่มีบัตรกินยาเก่า คนมีบัตรก็กินยาตัวนี้เหมือนกัน ผมเองก็กินยานี้ เพราะยาเหล่านี้ยังมีคุณภาพดี  แค่มันเป็นของเหลือทิ้งสำหรับคนอื่น

พอเพียง ไม่อยากได้เงิน
เราไม่อยากเบียดเบียนคนอื่น ขอแค่ยาที่เหลือทิ้งตามบ้านดีกว่า ไม่ต้องไปซื้อใหม่ และเรารับทุกรายการ ไม่ต้องห่วงถ้าใช้ไม่ได้ เราจะส่งไปให้โรงพยาบาลอื่นใช้ และผมก็ไม่ต้องการเงิน ไม่ต้องเอาเงินมาให้ครับ มันยุ่งยาก ต้องไปหาซื้อกันอีก ขอเป็นของแบบนี้เลยจะดีกว่า

บริจาคอย่างอื่นด้วย
โรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลตามแนวตะเข็บชายแดนอย่างนี้ ยังขาดแคลนอีกมาก สิ่งที่ผมต้องการคือ สิ่งของที่นำมาให้ผู้ป่วย อย่างผ้าห่ม คนกะเหรี่ยงเขาไม่มีผ้าห่ม เวลาที่มาเฝ้าคนป่วยจะน่าสงสารมาก เราไม่ต้องการเบียดเบียนใคร แต่ถ้าเหลือใช้เรายินดี  อย่างผ้าห่มที่ทำเป็นพวงหรีด เนื้อผ้าจะดีมากๆ เพราะที่นี่อากาศค่อนข้างหนาวเย็น ผ้าอ้อมที่เป็นผ้าสำลี เราก็ต้องการ ที่นี่คนมาคลอดลูกมาก ผ้าอนามัยสำหรับหญิงคลอดลูก ตุ๊กตา เสื้อผ้า เสื้อผ้าเด็กอ่อน อะไรที่คุณเหลือใช้ แต่ยังใช้ได้ ส่งมาที่นี่ครับ ถ้าคุณใช้ได้ เราก็ใช้ได้ นี่คือสิ่งที่เราต้องการ

...

ล้อมกรอบ
โรงพยาบาลอุ้มผาง เป็นโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลตามแนวตะเข็บชายแดน ตั้งอยู่ในอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก โดยการเดินทางไปที่อุ้มผางเป็นไปอย่างยากลำบาก แม้จะเป็นถนนลาดยาง เพราะต้องใช้เวลาเดินทางไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง หากเดินทางมาจากอำเภอแม่สอด ทั้งนี้เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขา ถนนจึงถูกตัดลัดเลาะไปตามภูเขา ซึ่งหากนับจำนวนโค้งทางไปอุ้มผาง สามารถนับได้ถึง 1,219 โค้ง ทำให้ระยะเพียง 100 กว่ากิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้มียาและสิ่งของส่งมาที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง หลังเลิกงานในทุกวัน เจ้าหน้าที่จะมาช่วยกันแกะกล่อง ซึ่งจะเริ่มตัดชื่อไว้ก่อน เพราะเราจะส่งจดหมายขอบคุณกลับไปให้พวกเขาทุกคน จากนั้นจะคัดแยกสิ่งของเป็นหมวดหมู่ ใครสนใจบริจาคสามารถส่งของได้ที่นี่ นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนวิทย์ เลขที่ 159 โรงพยาบาลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก รหัสไปรษณีย์ 63170 แต่ ผอ.ฝากกำชับว่า ให้วงเล็บมาให้ด้วยว่า ของบริจาค เพื่อง่ายแก่การแยกกล่องพัสดุต่างๆ ด้วย.