ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 นอกจากความวิจิตรงดงามของเรือพระราชพิธีแล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ “กาพย์เห่เรือ” บทประพันธ์อันไพเราะที่แต่งขึ้นให้สอดคล้องกับโอกาสและวาระสำคัญของแต่ละพระราชพิธี โดยมี พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย เป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์กาพย์เห่เรือมาตั้งแต่ พ.ศ. 2539

ไทยรัฐออนไลน์ พามาทำความรู้จัก พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย จากอดีตพระมหาเปรียญธรรม 9 ประโยค สู่ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือพระราชพิธี ผู้ถ่ายทอดความงดงามของภาษาไทยผ่านวรรณศิลป์อันทรงคุณค่า บนเส้นทางการสร้างสรรค์ผลงานที่ยาวนานถึง 30 ปี

กาพย์เห่เรือขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 มีทั้งหมด 4 บท

กาพย์เห่เรือพระราชพิธี 2569 ประพันธ์ขึ้นใหม่โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย ผู้สร้างสรรค์กาพย์เห่เรือในพระราชพิธีสำคัญมาตั้งแต่ พ.ศ. 2539 มาจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 30 ปี โดยกาพย์เห่เรือขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 แบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 บท ได้แก่ 

  • บทที่ 1 บทสรรเสริญพระบารมี (สดุดีพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)
  • บทที่ 2 บทเฉลิมพระเกียรติ (เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ)
  • บทที่ 3 บทชมขบวน (พรรณนาความสง่างามและความประณีตของขบวนเรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ)
  • บทที่ 4 บทบุญกฐิน (ถ่ายทอดคุณค่าและความสำคัญของประเพณีทอดกฐินในสังคมไทย)

ประวัติ “พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย” ผู้อยู่เบื้องหลังกาพย์เห่เรือพระราชพิธี ตั้งแต่ พ.ศ. 2539

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2488 ที่จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายอิน และนางเหมิด แสงสินชัย มีคู่สมรสชื่อ นางสุดใจ แสงสินชัย นามสกุลเดิม อินทศิริ และมีบุตรธิดารวม 3 คน

ท่านเป็นอดีตข้าราชการกองทัพเรือ โดยดำรงตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ก่อนเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2548

นอกจากบทบาทในกองทัพเรือแล้ว ยังมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาไทย ภาษาบาลี และวรรณศิลป์ มีผลงานทั้งการแต่งบทกวี กาพย์เห่เรือ หนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา รวมถึงการถ่ายทอดความรู้ด้านภาษาและวรรณกรรมให้แก่หน่วยงานต่างๆ

ที่มาภาพ : กองทัพเรือ
ที่มาภาพ : กองทัพเรือ

เส้นทางด้านวรรณศิลป์ “พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย” จากสามเณรสู่พระมหาเปรียญธรรม 9 ประโยค

พลเรือตรี ทองย้อย เริ่มต้นเส้นทางการศึกษาด้วยการบรรพชาเป็นสามเณรในปี พ.ศ. 2504 ศึกษาภาษาบาลีที่วัดหนองกระทุ่ม ก่อนย้ายไปวัดมหาธาตุ จังหวัดราชบุรี โดยสอบผ่านนักธรรมชั้นตรี โท และเอก รวมถึงสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ในปี พ.ศ. 2508 จนได้รับสมณศักดิ์เป็น “พระมหาทองย้อย”

ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 ท่านสอบได้ เปรียญธรรม 9 ประโยค ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการศึกษาบาลีสนามหลวง ระหว่างบวชเรียนยังสนใจการแต่งคำประพันธ์ ทั้งโคลง ฉันท์ กาพย์ และกลอน โดยได้รับฉายาทางธรรมว่า “วรกวินฺโท” หมายถึง “จอมกวีผู้ประเสริฐ” สะท้อนความสนใจด้านภาษาและวรรณศิลป์ตั้งแต่ช่วงบวชเรียน

ในปี พ.ศ. 2516 ท่านเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอินเดีย แต่ต้องเดินทางกลับประเทศไทยเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ทำให้มหาวิทยาลัยปิดการเรียนการสอน ก่อนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในปี พ.ศ. 2530

เส้นทางรับราชการทหารเรือของ “พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย” ก่อนเป็นผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือ

หลังลาสิกขาในปี พ.ศ. 2517 พลเรือตรี ทองย้อย เริ่มทำงานเป็นนักวิชาการที่มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ เพื่อการค้นคว้าทางพระพุทธศาสนา ก่อนเข้ารับราชการเป็นนักภาษาโบราณ กองหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ในปี พ.ศ. 2521

กระทั่งปี พ.ศ. 2524 ได้เข้ารับราชการในกองทัพเรือตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ และปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆ ทั้งกรมนาวิกโยธิน โรงเรียนนายเรือ และกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ก่อนดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ในปี พ.ศ. 2546

ตลอดช่วงเวลารับราชการ ท่านยังคงสร้างสรรค์ผลงานด้านวรรณศิลป์อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับมอบหมายให้แต่งบทร้อยกรองในโอกาสสำคัญของกองทัพเรือ รวมถึงกาพย์เห่เรือที่ใช้ประกอบขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

ที่มาภาพ : กองทัพเรือ
ที่มาภาพ : กองทัพเรือ

เปิดผลงานกาพย์เห่เรือสำคัญของ “พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย” ตลอดระยะเวลา 30 ปี

จุดเริ่มต้นสำคัญของ พลเรือตรี ทองย้อย ในฐานะผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือพระราชพิธี เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 จากผลงาน “กาพย์เห่เรือกาญจนาภิเษก” ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดแต่งกาพย์เห่เรือ เพื่อชมเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และสรรเสริญพระบารมี

ภายหลังท่านได้ประพันธ์เพิ่มเติมอีก 4 บท รวมเป็น 5 บท เพื่อนำไปใช้ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 นับจากนั้น ท่านยังได้รับมอบหมายให้สร้างสรรค์กาพย์เห่เรือสำหรับพระราชพิธีและโอกาสสำคัญอีกหลายครั้ง โดยผลงานที่กองทัพเรือเผยแพร่ไว้ ได้แก่

  • พ.ศ. 2539 กาพย์เห่เรือกาญจนาภิเษก
  • พ.ศ. 2542 กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ
  • พ.ศ. 2546 กาพย์เห่เรือเอเปค เนื่องในโอกาสประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเอเปค
  • พ.ศ. 2549 กาพย์เห่เรือฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
  • พ.ศ. 2550 กาพย์เห่เรือเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา
  • พ.ศ. 2555 กาพย์เห่เรือเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ
  • พ.ศ. 2561 กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคล
  • พ.ศ. 2562 กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
  • พ.ศ. 2569 กาพย์เห่เรือพระราชพิธี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สำหรับขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

นอกจากนี้ ยังมีผลงานกาพย์เห่เรือที่ประพันธ์ตามคำขอของหน่วยงานและบุคคลต่างๆ เช่น กาพย์เห่เรือเมืองราชบุรี กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติการกีฬา และกาพย์เห่เรือสัปดาห์กีฬานาวี

แม้เกษียณอายุราชการแล้ว พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย ยังคงสร้างสรรค์ผลงานด้านภาษาและวรรณกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการประพันธ์กาพย์เห่เรือพระราชพิธี ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนความสามารถด้านวรรณศิลป์และความเชี่ยวชาญทางภาษาไทย ไม่เพียงเพิ่มความไพเราะให้แก่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสืบสานพระราชประเพณีและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย

ที่มา : กองทัพเรือ