ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 หนึ่งในพระราชประเพณีสำคัญของไทยที่สะท้อนความงดงามของศิลปกรรมและภูมิปัญญาการต่อเรือพระราชพิธี โดยในปีนี้มีเรือพระราชพิธีเข้าร่วมขบวนทั้งหมด 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้วขบวน ซึ่งมีเรือพระที่นั่งสำคัญ 4 ลำอยู่ในริ้วสายกลาง แต่ละลำมีรูปลักษณ์โดดเด่นและทำหน้าที่แตกต่างกัน
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 วันไหน-เวลากี่โมง มีเรือทั้งหมดกี่ลำ
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
สำหรับเส้นทางขบวนเรือพระราชพิธี มีกำหนดเคลื่อนจากท่าวาสุกรี ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป มุ่งหน้าสู่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ประชาชนสามารถรับชมได้ตาม 16 จุดที่กำหนดตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 ประกอบด้วย เรือพระราชพิธี 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้วขบวน มีความยาวประมาณ 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร ใช้กำลังพล 2,200 นาย แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- ริ้วสายกลาง 10 ลำ ประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสำคัญ 4 ลำ เรือกลอง เรือตำรวจ และเรือแซง
- ริ้วสายใน 14 ลำ แบ่งฝั่งละ 7 ลำ ประกอบด้วยเรือประตูหน้า เรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ และเรือคู่ชัก
- ริ้วสายนอก 28 ลำ แบ่งฝั่งละ 14 ลำ ประกอบด้วยเรือดั้งและเรือแซง
เปิดชื่อ 4 เรือพระที่นั่งสำคัญ ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 มีเรืออะไรบ้าง? ชวนทำความรู้จัก 4 เรือพระที่นั่งสำคัญ พร้อมชมความงดงามของเรือพระราชพิธีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย
1. เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 ก่อนสร้างลำปัจจุบันขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2457 โดดเด่นด้วยโขนเรือแกะสลักเป็นรูปพญานาค 7 เศียร หรือพญาอนันตนาคราช ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรตามศิลปกรรมไทย
ตัวเรือมีความยาว 42.95 เมตร กว้าง 2.95 เมตร ภายนอกทาสีเขียว ส่วนท้องเรือด้านในทาสีแดง ใช้ฝีพายจำนวน 54 คน โดยทั่วไปทำหน้าที่เป็นเรือพระที่นั่งรอง หรือใช้สำหรับอัญเชิญผ้าพระกฐิน รวมถึงประดิษฐานบุษบกสำหรับพระพุทธรูปสำคัญในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569
2. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ มีประวัติย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเรือลำปัจจุบันเริ่มสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 ประกอบพิธีลงน้ำเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454 โดดเด่นด้วยโขนเรือรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก พร้อมพู่ห้อยสีขาวบริเวณหัวเรือ
ตัวเรือมีความยาว 44.9 เมตร กว้าง 3.14 เมตร น้ำหนัก 15.1 ตัน ภายนอกทาสีดำ ส่วนท้องเรือด้านในทาสีแดง ใช้พายทอง และมีบัลลังก์กัญญาประดิษฐานอยู่กลางลำเรือสำหรับเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ถือเป็นเรือพระที่นั่งสำคัญที่สะท้อนความประณีตของศิลปกรรมไทย
3. เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เดิมใช้เป็นเรือพระที่นั่งสำหรับการเสด็จพระราชดำเนินลำลอง ก่อนนำมาใช้เป็นเรือพระที่นั่งรองในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดดเด่นด้วยโขนเรือเชิดเรียว ไม่ได้แกะสลักเป็นรูปสัตว์ในตำนาน แต่ประดับลวดลายพญานาคขนาดเล็กจำนวนมากด้วยการจำหลักปิดทอง
ชื่อ “อเนกชาติภุชงค์” มีความหมายสื่อถึงพญานาคจำนวนมาก ตัวเรือมีความยาว 45.50 เมตร กว้าง 3.15 เมตร ภายนอกทาสีชมพู ส่วนท้องเรือด้านในทาสีแดง ใช้ฝีพายจำนวน 61 คน นับเป็นเรือพระที่นั่งที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากเรือพระที่นั่งลำอื่นในขบวนพระราชพิธี
4. เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9
เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ในปี พ.ศ. 2539 โดยนำรูปแบบเรือพระที่นั่งเดิมจากสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 มาเป็นต้นแบบ เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2537 และประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2539 ปัจจุบันใช้เป็นเรือพระที่นั่งรองในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
จุดเด่นอยู่ที่โขนเรือแกะสลักเป็นรูปพระนารายณ์ 4 พระกร ทรงตรี คทา จักร และสังข์ ประทับยืนบนหลังพญาครุฑ ตัวเรือทำจากไม้ตะเคียนทอง ประดับลวดลายแกะสลักลงรักปิดทองและกระจกอย่างประณีต มีพื้นท้องเรือสีแดงชาด พร้อมบัลลังก์กัญญาสำหรับเป็นที่ประทับกลางลำเรือ
ชมถ่ายทอดสด ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค 2569 ได้ที่ไทยรัฐ
การจัดขบวนเรือพระราชพิธีตามแบบแผนโบราณราชประเพณี ไม่เพียงแสดงถึงความสง่างามของพระราชพิธีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความประณีตของช่างฝีมือไทย ตลอดจนการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมและพระราชประเพณีอันทรงคุณค่าจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ที่มาของข้อมูล : กองทัพเรือ