ในวันที่ AI เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน คำถามสำคัญในการคัดเลือกคนเข้าทำงานไม่ได้หยุดอยู่ที่ "คุณเรียนจบอะไรมา" อีกต่อไป

ตลาดแรงงานปัจจุบันสะท้อนว่า วุฒิการศึกษาเป็นเพียงใบเบิกทางเบื้องต้นเท่านั้น สิ่งที่ทำให้นายจ้างตัดสินใจเลือกผู้สมัคร คือทักษะการทำงานจริงและความสามารถในการนำเครื่องมือทันสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อต่อยอดผลงาน

งาน Entry-Level ลดลง สัญญาณเตือนตลาดแรงงานยุค AI เปลี่ยนผ่าน

เส้นทางการเริ่มต้นทำงานของคนรุ่นใหม่อาจไม่ง่ายเหมือนเดิม เมื่อโครงสร้างตลาดแรงงานโลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยน โดยประธานาธิบดีสิงคโปร์ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยในเวทีประชุม IMF-World Bank 2026 ณ กรุงเทพฯ ว่าความต้องการจ้างงานตำแหน่งระดับเริ่มต้นกำลังลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แม้ภาพรวม AI จะไม่ได้เข้ามาแย่งงานทั้งหมดในทันที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเนื้องานทีละส่วน ซึ่ง IMF ประเมินว่าตำแหน่งงานราว 40% ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบ ทำให้มาตรฐานทักษะการทำงานเดิมเริ่มไม่เพียงพอ

สัญญาณนี้เริ่มเห็นชัดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ที่ประกาศรับสมัครงาน 1 ใน 10 ตำแหน่งเริ่มต้องการทักษะใหม่อย่างน้อย 1 ทักษะ โดยเฉพาะสายงานไอทีที่พบว่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประกาศงานทั้งหมด เริ่มกำหนดความต้องการทักษะใหม่ในการคัดเลือกคน

วุฒิการศึกษาอย่างเดียวไม่พอ กุญแจสำคัญสู่การได้งานในยุค AI

แม้ใบปริญญาจะยังเป็นรากฐานสำคัญทางการศึกษา แต่สำหรับการก้าวเข้าสู่โลกการทำงานยุคนี้ การพึ่งพาวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

คุณดวงพร พรหมอ่อน ผู้บริหารจาก Jobsdb by SEEK ประเทศไทย ชี้ว่า จุดเริ่มต้นของการได้งานทำจริง คือการเข้าใจว่านายจ้างกำลังมองหาอะไร และเริ่มปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

คุณดวงพร พรหมอ่อน
คุณดวงพร พรหมอ่อน

สิ่งสำคัญคือการเปิดรับและมองเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นใหม่สามารถวางแผนพัฒนาตนเองได้อย่างตรงจุด เพราะสิ่งที่องค์กรยุคใหม่ต้องการคือผลงานจริงและความสามารถในการปรับตัว ผ่าน 3 ปัจจัยหลัก

1. ทักษะที่ตรงสายและวัดผลได้

องค์กรให้ความสำคัญกับคนที่เข้าใจเทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่กับทักษะการคิดวิเคราะห์ จึงควรเลือกพัฒนาความเชี่ยวชาญให้ตรงกับเป้าหมายอาชีพ มากกว่าการรู้รอบตัวแต่ขาดความชัดเจน

2. ผลงานจริงที่พิสูจน์ความสามารถ

สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้เรซูเม่คือหลักฐานการแก้ปัญหา ซึ่งสามารถสร้างได้ตั้งแต่ในรั้วการศึกษา ผ่านการฝึกงาน โครงงานทดลอง หรือกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบ

3. ความสามารถในการคุมเกม AI

ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงผู้สั่งการ สู่การเป็นผู้กำกับดูแลผลงาน ด้วยการฝึกวิเคราะห์ ตรวจสอบความถูกต้อง และใช้การตัดสินใจของมนุษย์เป็นตัวกำหนดคุณภาพงานขั้นสุดท้าย

เรซูเม่ไม่มีประสบการณ์ แก้ได้ด้วยการโชว์ผลงานแก้ปัญหาจริง

คำถามที่ว่า "เพิ่งจบใหม่จะเอาประสบการณ์มาจากไหน" มีคำตอบอยู่ที่การเปลี่ยนวิธีเขียนเรซูเม่ จากเดิมที่เน้นเขียนชื่อทักษะยาวเหยียด มาเป็นการแสดงผลงานเชิงประจักษ์

การบอกว่าใช้ AI เป็นจะไม่มีพลังเลย หากไร้คำอธิบายว่าเครื่องมือนั้นช่วยแก้ปัญหาอะไร และส่งมอบผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแบบไหน ซึ่งผลงานจากโครงงานระหว่างเรียนหรือการทดลองทำเคสส่วนตัว ล้วนนำมาใช้เป็นข้อพิสูจน์ความพร้อมในการทำงานได้เป็นอย่างดี

ทางลัดของการได้งานแรกไม่ใช่การวิ่งตามทุกเทคโนโลยี แต่คือการรู้ว่าตลาดต้องการอะไร แล้วใช้เครื่องมือให้ตรงเป้าหมาย เพื่อเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นผลงานที่วัดผลได้จริง