แมวหูบิน เป็นหนึ่งในท่าทางน่ารักๆ ของเจ้าเหมียวที่หลายคนอาจเคยเห็นผ่านโลกโซเชียล โดยเฉพาะเวลาที่แมวกางหูออกไปด้านข้างจนดูคล้ายปีกเครื่องบิน แม้ภาพที่เห็นจะชวนให้เอ็นดู แต่รู้ไหมว่าท่าทางดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณที่แมวกำลังพยายามสื่อสารความรู้สึกบางอย่างกับเจ้าของ
ไทยรัฐออนไลน์ ชวนทำความเข้าใจว่า “แมวหูบิน” คืออะไร ทำไมแมวถึงชอบกางหูออกด้านข้าง พร้อมไขความหมายภาษากายของแมวที่ทาสแมวควรรู้ เพื่อช่วยให้เข้าใจอารมณ์และพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมากยิ่งขึ้น
ภาษากายชวนอมยิ้ม “แมวหูบิน” คืออะไร ทำไมแมวถึงกางหูเหมือนปีกเครื่องบิน
แมวหูบิน เป็นคำที่คนรักแมวใช้เรียกลักษณะการวางหูของแมวที่กางออกไปด้านข้าง หรือเอียงต่ำลงจากตำแหน่งปกติ ทำให้ใบหูทั้งสองข้างดูคล้ายปีกเครื่องบิน แทนที่จะตั้งตรงหรือหันไปด้านหน้าเหมือนเวลาที่แมวกำลังสนใจสิ่งรอบตัว
โดยทั่วไปแมวสามารถขยับใบหูได้อย่างอิสระด้วยกล้ามเนื้อหลายมัด เพื่อรับฟังเสียงจากทิศทางต่างๆ รวมถึงใช้ตำแหน่งของหูเป็นส่วนหนึ่งในการสื่อสารอารมณ์และความรู้สึก
เมื่อแมวเริ่มกางหูออกด้านข้าง อาจเป็นสัญญาณของความไม่สบายใจ ความกังวล ความหงุดหงิด หรือความตื่นตัวต่อสิ่งกระตุ้นบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแมวกำลังโกรธทุกครั้ง เพราะจำเป็นต้องสังเกตภาษากายส่วนอื่นประกอบด้วย
เปิด 4 สาเหตุ ทำไมแมวถึงมีอาการ “หูบิน” ภาษากายนี้บอกอะไรเรา
ท่าทางหูบินของแมวสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสถานการณ์ โดยมีสาเหตุที่พบได้ เช่น
แมวกำลังตกใจหรือหวาดกลัว เมื่อได้ยินเสียงดัง พบคนแปลกหน้า หรือเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย แมวอาจกางหูออกด้านข้างหรือกดหูต่ำลง พร้อมแสดงท่าทางระมัดระวังตัว
แมวกำลังโกรธหรือหงุดหงิด หากถูกสัมผัสในจุดที่ไม่ชอบ ถูกอุ้มนานเกินไป หรือถูกรบกวนขณะพักผ่อน แมวอาจแสดงท่าทางหูบิน เพื่อส่งสัญญาณว่าไม่ต้องการให้เข้าใกล้
แมวกำลังรู้สึกระแวง เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย หรือพบสัตว์ตัวอื่นที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย แมวอาจเปลี่ยนตำแหน่งหูเพื่อแสดงความระมัดระวัง
แมวกำลังตื่นตัวกับสิ่งรอบข้าง บางครั้งแมวอาจหมุนหูออกด้านข้างเพื่อรับฟังเสียงจากหลายทิศทาง ซึ่งไม่ได้หมายความว่ากำลังโกรธหรือกลัวเสมอไป
เมื่อเห็นน้องแมวหูบิน ทาสแมวควรทำอย่างไร
หากพบว่าแมวกำลังกางหูออกด้านข้าง พร้อมแสดงพฤติกรรมไม่สบายใจ เจ้าของไม่ควรฝืนเข้าไปอุ้ม กอด หรือเล่นกับแมวทันที เพราะอาจทำให้แมวรู้สึกถูกคุกคามมากขึ้น
วิธีที่เหมาะสมคือหยุดกิจกรรมที่อาจรบกวนแมว เว้นระยะห่าง และปล่อยให้แมวมีพื้นที่ส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อมีอาการขู่ฟ่อ หางสะบัดแรง หรือพยายามหลบหนี ควรรอให้แมวสงบก่อนจึงค่อยเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์อีกครั้ง
นอกจากนี้ หากแมวมีพฤติกรรมกดหูผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับอาการเกาหู สะบัดศีรษะ เจ็บเมื่อสัมผัสใบหู หรือมีสิ่งคัดหลั่งจากหู ควรพาไปพบสัตวแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพหู ไม่ใช่เพียงการแสดงอารมณ์


