คำว่า “เด็กอมมือ” กลายเป็นวลีร้อนในโลกออนไลน์ หลังนายพนัส ไทยล้วน อดีตกรรมการประกันสังคม 8 สมัย เดินทางด้วยรถเข็นมาใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ก่อนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการแข่งขันกับคู่แข่งที่ถูกเรียกว่า “เด็กอมมือ” โดยนายพนัสกล่าวว่า หากแข่งขันกันตัวต่อตัว อีกฝ่ายได้คะแนนถึง 100 คะแนนก็ถือว่าเก่งแล้ว แต่ก่อนจะตัดสินว่าใครเป็น “เด็กอมมือ” กันแน่ ไทยรัฐออนไลน์ชวนย้อนกลับไปทำความรู้จักความหมายของสำนวนไทยคำนี้กัน
เปิดความหมาย “เด็กอมมือ” หมายถึงอะไร
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายคำว่า “เด็กอมมือ” ว่า ผู้ไม่รู้ประสีประสา หมายถึง ผู้ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจหรือประสบการณ์ในการรับมือกับเรื่องราวต่างๆ เมื่อนำมาใช้เปรียบเปรยบุคคล จึงมักสื่อถึงคนที่ยังอ่อนหัด ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม หรือไม่มีประสบการณ์มากพอเมื่อเทียบกับอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม คำว่าเด็กอมมือไม่ได้หมายถึงเด็กเล็กตามอายุเสมอไป เพราะผู้ใหญ่ก็อาจถูกเรียกว่าเด็กอมมือได้ หากยังไม่รู้ประสีประสาในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่นเดียวกับคนอายุน้อยที่อาจมีความรู้ความสามารถมากกว่าผู้สูงวัยในบางด้าน
ที่มาของสำนวนไทย ทำไมต้องเรียกว่า “เด็กอมมือ”
สำนวน “เด็กอมมือ” อาจเชื่อมโยงกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของเด็กทารกอายุ 0-12 เดือน ที่มักนำมือหรือนิ้วเข้าปาก โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรก ซึ่งเป็นวัยที่สมองและร่างกายยังอยู่ระหว่างการพัฒนา เด็กยังมีความรู้และประสบการณ์ต่อโลกภายนอกจำกัด อีกทั้งต้องพึ่งพาผู้ใหญ่ในการดำรงชีวิต
ขณะที่เด็กบางคนอาจยังดูดนิ้วต่อเนื่องจนถึงอายุ 2-4 ปี ก่อนค่อยๆ เลิกพฤติกรรมดังกล่าวเมื่อเติบโตขึ้น จึงอาจเป็นที่มาของการนำภาพเด็กเล็กที่กำลังอมมือมาเปรียบเปรยถึงคนที่ยังอ่อนประสบการณ์หรือไม่รู้ประสีประสา
สรุป “เด็กอมมือ” ไม่ได้วัดกันที่อายุ แล้วใครคือเด็กอมมือ
เมื่อย้อนกลับมาที่วลีร้อนในสนามเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม คำว่า “เด็กอมมือ” จึงมีความหมายที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะในทางภาษาไม่ได้ใช้ตัดสินกันจากอายุหรือจำนวนปีในการทำงาน แต่การเรียกใครว่า “เด็กอมมือ” อาจสะท้อนมุมมองของผู้พูดที่มีต่ออีกฝ่าย แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าบุคคลนั้นขาดความรู้หรือความสามารถจริง


