การใส่หูฟังฟังเพลง ดูหนัง หรือคุยโทรศัพท์ทุกวัน อาจทำลายประสาทรับเสียงหูชั้นใน โดยเฉพาะการใช้หูฟังที่ระดับเสียงดังติดต่อกันนานๆ  เสี่ยงทำให้การได้ยินลดลงโดยไม่รู้ตัว  จึงควรสังเกตอากาๅรผิดปกติก่อนที่จะรุนแรงขึ้นจนการได้ยินส่งผลต่อชีวิตประจำวัน

วิธีสังเกต 5 อาการเตือนประสาทหูเสื่อมเบื้องต้น

หากมีอาการผิดปกติ 5 ข้อต่อไปนี้ ควรเริ่มพักการใช้หูฟัง เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนประสาทหูเสื่อม 

1. มีเสียงวิ้งๆ หรือเสียงหึ่งในหู หลังถอดหูฟังแล้วได้ยินเสียงวิ้ง เสียงหึ่ง หรือเสียงจี๊ด ทั้งที่รอบตัวเงียบ อาจเป็นสัญญาณว่าหูได้รับเสียงดังมากเกินไป

2. หูอื้อ ได้ยินเสียงเบาลง รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดหู ได้ยินเสียงรอบตัวเบาลง แม้อาการอาจหายได้เอง แต่หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งไม่ควรมองข้าม

3. ฟังคนอื่นพูดไม่ชัด จับคำพูดไม่ได้ ต้องให้พูดซ้ำบ่อยๆ แม้อยู่ในที่เงียบ ก็ยังฟังคำพูดบางคำไม่ชัด ทั้งที่เมื่อก่อนฟังได้ตามปกติ 

4. ต้องเพิ่มเสียงหูฟังให้ดังขึ้นกว่าเดิม จากที่เคยฟังเพลงด้วยระดับเสียงปกติ แต่ช่วงหลังกลับได้ยินไม่ชัดเหมือนเดิม ต้องเร่งเสียงให้ดังขึ้นจึงจะได้ยิน

5. ได้ยินเสียงไม่เท่ากันทั้งสองข้าง รู้สึกว่าหูข้างหนึ่งได้ยินเสียงเบากว่าอีกข้างอย่างผิดปกติ แม้อยู่ในที่เงียบ หากเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ควรรีบพบแพทย์ทันที  

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการได้ยินผิดปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากการใส่หูฟังเสมอไป หากมีอาการต่อเนื่องควรตรวจการได้ยิน โดยเฉพาะอาการได้ยินลดลงอย่างฉับพลันที่ต้องรีบพบแพทย์

ใส่หูฟังอย่างไร ไม่ให้ประสาทหูเสื่อมเร็ว

ไม่อยากหูเสื่อมก่อนวัย ควรปรับพฤติกรรมการใช้หูฟังด้วย 5 วิธีง่ายๆ ดังนี้

  1. ไม่เปิดเสียงดังเกินไป ควรใช้ระดับเสียงที่ฟังได้ชัดโดยไม่ต้องเร่งเสียงจนสุด

  2. พักหูเป็นระยะ ไม่ใส่หูฟังฟังเสียงดังติดต่อกันหลายชั่วโมง

  3. เลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน ช่วยให้ได้ยินเสียงชัดเจน โดยไม่ต้องเร่งเสียงแข่งกับเสียงภายนอก

  4. ลดเวลาการใช้หูฟัง เมื่อจำเป็นต้องฟังเสียงดัง ยิ่งเสียงดังมาก ยิ่งควรใช้เวลาฟังให้น้อยลง

  5. สังเกตความผิดปกติการได้ยิน หากหูอื้อ มีเสียงดังในหู หรือฟังไม่ชัดต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

การใส่หูฟังทุกวันไม่ได้ทำให้ประสาทหูเสื่อมเสมอไป แต่การเปิดเสียงดังเป็นเวลานานอาจทำให้การได้ยินลดลงจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน จึงควรปรับระดับเสียงให้เหมาะสม พักการใช้หูฟังเป็นระยะ และสังเกตอาการผิดปกติ หากมีอาการหูอื้อหรือได้ยินไม่ชัดต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจการได้ยิน