ปัญหาเสื้อขาวมีคราบเหลือง โดยเฉพาะบริเวณใต้รักแร้ เป็นเรื่องกวนใจที่หลายคนต้องเจอ แม้จะซักทำความสะอาดเป็นประจำ แต่คราบบางจุดกลับไม่ยอมจางหายไปง่ายๆ โดยเฉพาะคราบเหงื่อและคราบโรลออนที่สะสมจนฝังแน่นในเนื้อผ้า ทำให้เสื้อตัวโปรดดูเก่า หมอง และไม่น่าสวมใส่
ไทยรัฐออนไลน์ แนะนำ 5 วิธีขจัดคราบเหลืองใต้รักแร้เสื้อ ด้วยของใช้ใกล้ตัวที่หาได้ง่าย สามารถนำไปทำความสะอาดเองที่บ้าน เพื่อช่วยลดคราบฝังแน่นและคืนความสะอาดให้เสื้อตัวโปรดกลับมาน่าสวมใส่อีกครั้ง
ไขข้อสงสัย "คราบเหลืองใต้รักแร้เสื้อ" เกิดจากอะไร
คราบเหลืองใต้รักแร้เสื้อไม่ได้เกิดจากเหงื่อเพียงอย่างเดียว แต่มีสาเหตุจากการสะสมของเหงื่อ ไขมันจากผิวหนัง และสารบางชนิดในผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ โดยเฉพาะสารประกอบอะลูมิเนียมที่พบในผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อ ซึ่งอาจทำปฏิกิริยากับส่วนประกอบของเหงื่อจนเกิดเป็นคราบเหลืองติดอยู่บนเนื้อผ้า
ยิ่งปล่อยคราบเหล่านี้สะสมไว้นานโดยไม่ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ก็ยิ่งมีโอกาสฝังแน่นจนขจัดออกได้ยาก แม้จะซักด้วยผงซักฟอกตามปกติแล้วก็ตาม จึงควรรีบทำความสะอาดตั้งแต่เริ่มสังเกตเห็นคราบ เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อขาวกลายเป็นสีเหลืองจนดูเก่าก่อนเวลา
เคล็ดลับ 5 วิธีขจัดคราบเหลืองใต้รักแร้เสื้อ ทำเองง่ายๆ ด้วยของใช้ใกล้ตัวในบ้าน
1. เบกกิ้งโซดา ผงสีขาวที่ใช้ทำขนม ช่วยทำความสะอาดคราบเหงื่อ
เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) คือผงสีขาวที่นิยมใช้เป็นส่วนผสมในการทำขนม และยังนำมาใช้ทำความสะอาดสิ่งของภายในบ้านได้ด้วย สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า "เบกกิ้งโซดา" หรือ "Sodium Bicarbonate" ซึ่งอาจช่วยขจัดคราบเหงื่อที่สะสมบนเสื้อผ้าได้
วิธีทำ
- ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำสะอาดเล็กน้อยให้เป็นเนื้อครีม
- ป้ายลงบนบริเวณใต้รักแร้เสื้อที่มีคราบเหลือง
- ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที
- ใช้แปรงขนนุ่มถูเบาๆ แล้วซักตามปกติ
2. น้ำส้มสายชูขาว น้ำส้มสายชูสำหรับทำอาหาร ช่วยลดคราบโรลออน
น้ำส้มสายชูขาวที่ใช้ปรุงอาหารทั่วไปสามารถนำมาช่วยทำความสะอาดคราบตกค้างบนเสื้อผ้าได้ โดยมีความเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งอาจช่วยให้คราบจากผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อบางชนิดหลุดออกง่ายขึ้น ควรเลือกน้ำส้มสายชูกลั่นสีใส ไม่ใช่น้ำส้มสายชูหมักที่มีสีเข้ม และห้ามนำไปผสมกับน้ำยาฟอกขาวที่มีคลอรีน
วิธีทำ
- ผสมน้ำส้มสายชูขาวกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:1
- ชโลมส่วนผสมลงบนคราบเหลืองใต้รักแร้เสื้อ
- ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที
- ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วนำไปซักตามปกติ
3. น้ำยาซักผ้าชนิดน้ำ เลือกสูตรขจัดคราบเหงื่อและไขมัน
น้ำยาซักผ้าชนิดน้ำเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต แนะนำให้เลือกสูตรขจัดคราบฝังแน่น หรือสูตรที่มีเอนไซม์ช่วยสลายคราบโปรตีนและไขมัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งสกปรกที่สะสมบนเสื้อผ้า เหมาะสำหรับคราบเหงื่อที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือยังไม่ฝังแน่นมาก
วิธีทำ
- เทน้ำยาซักผ้าชนิดน้ำลงบนบริเวณที่มีคราบโดยตรง
- ใช้นิ้วมือหรือแปรงขนนุ่มถูเบาๆ
- ทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ฉลากผลิตภัณฑ์แนะนำ
- ซักตามปกติ และตรวจสอบคราบก่อนนำไปตาก
4. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 3% น้ำยาฆ่าเชื้อที่อาจช่วยลดคราบเหลืองบนเสื้อขาว
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) เป็นสารที่พบในผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อบางชนิด มีลักษณะเป็นของเหลวใส และมีคุณสมบัติช่วยฟอกสีคราบบางประเภท สำหรับการทำความสะอาดเสื้อผ้า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุความเข้มข้น 3% และไม่มีส่วนผสมอื่นที่ไม่เหมาะกับเนื้อผ้า โดยควรใช้กับเสื้อขาวที่ฉลากอนุญาตให้ใช้สารฟอกขาวชนิดไม่มีคลอรีนเท่านั้น
วิธีทำ
- ตรวจสอบฉลากเสื้อผ้าก่อนใช้ และทดสอบกับผ้าบริเวณเล็กๆ
- แตะไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 3% ลงบนคราบเหลือง
- ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที
- ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วซักตามปกติ
5. ผงขจัดคราบฝังแน่น เลือกสูตรออกซิเจนสำหรับซักผ้า
สำหรับเสื้อขาวที่มีคราบเหลืองสะสมมานาน แนะนำให้มองหาผลิตภัณฑ์ขจัดคราบสำหรับเสื้อผ้าที่ระบุว่า "Oxygen Bleach" หรือ "สารฟอกขาวชนิดออกซิเจน" ซึ่งมีจำหน่ายทั้งแบบผงและแบบน้ำ โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ช่วยขจัดคราบฝังแน่นและลดความหมองของเนื้อผ้าได้
ควรเลือกสูตรที่ระบุว่าใช้กับเสื้อผ้าขาวหรือผ้าสีได้ตามความเหมาะสม และไม่ควรสับสนกับน้ำยาฟอกขาวชนิดคลอรีน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์คนละประเภท
วิธีทำ
- เลือกผงขจัดคราบสูตรออกซิเจนสำหรับเสื้อผ้า
- ผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่ระบุบนฉลาก
- แช่เสื้อผ้าตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ
- นำไปซักและล้างออกให้สะอาด
- ตรวจสอบคราบก่อนนำเสื้อไปตาก
คราบเหลืองใต้รักแร้เสื้อจากเหงื่อและโรลออน แม้จะเป็นปัญหากวนใจ แต่ก็สามารถทำความสะอาดให้จางลงหรือขจัดออกได้ หากเลือกวิธีที่เหมาะสมกับชนิดของคราบและเนื้อผ้า แนะนำควรตรวจสอบฉลากดูแลเสื้อผ้าและทดสอบผลิตภัณฑ์กับบริเวณเล็กๆ ก่อน รวมถึงหลีกเลี่ยงการผสมสารเคมีต่างชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อป้องกันเนื้อผ้าเสียหายและช่วยยืดอายุการใช้งานของเสื้อตัวโปรดให้ดูสะอาดน่าสวมใส่ได้นานขึ้น


