ทำไมเงินเดือนเพิ่งออกได้ไม่กี่วัน แต่เงินในบัญชีกลับลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ไม่ได้ซื้อของชิ้นใหญ่หรือใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเป็นพิเศษ ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากรายได้ไม่เพียงพอเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากพฤติกรรมการใช้เงินเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันที่สะสมจนกลายเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่โดยไม่รู้ตัว
สำรวจ 7 พฤติกรรมทำเงินรั่วโดยไม่รู้ตัว เงินเดือนหมดไวเพราะอะไร
ไทยรัฐออนไลน์ ชวนสำรวจ 7 พฤติกรรมทำเงินรั่ว ที่หลายคนเผลอทำจนเคยชิน พร้อมวิธีปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่าย เพื่อช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และทำให้มีเงินเก็บมากขึ้นในแต่ละเดือน
1. ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ เพราะคิดว่าไม่กี่บาท
กาแฟแก้วละ 60 บาท ขนมระหว่างวัน 40 บาท หรือของจุกจิกที่ซื้อเพราะราคาไม่แพง แม้แต่ละครั้งจะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่หากใช้จ่ายวันละ 100 บาท ติดต่อกัน 30 วัน ก็เท่ากับเสียเงินไปถึง 3,000 บาทต่อเดือน โดยไม่รู้ตัว ลองจดรายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อดูว่าเงินส่วนนี้หมดไปกับอะไรบ้าง
2. กดสั่งอาหารเดลิเวอรีบ่อยเกินไป
ความสะดวกสบายของบริการสั่งอาหารออนไลน์ อาจทำให้หลายคนเผลอใช้เงินมากกว่าที่คิด ทั้งค่าอาหาร ค่าจัดส่ง และค่าบริการต่างๆ โดยเฉพาะการสั่งอาหารเพียงมื้อเดียว หากสั่งเป็นประจำทุกวัน อาจกลายเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ ลองกำหนดจำนวนวันที่จะสั่งเดลิเวอรีต่อสัปดาห์ หรือเลือกทำอาหารกินเองบางมื้อเพื่อลดค่าใช้จ่าย
3. สมัครบริการรายเดือน แต่แทบไม่ได้ใช้งาน
ค่าสมาชิกแพลตฟอร์มดูหนัง ฟังเพลง แอปพลิเคชัน หรือบริการออนไลน์ต่างๆ ที่ตัดเงินอัตโนมัติทุกเดือน อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เงินรั่วโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะบริการที่สมัครไว้แล้วไม่ได้ใช้งาน หากมีค่าสมาชิกเดือนละ 199 บาท จำนวน 3 บริการ จะเท่ากับจ่ายเงิน 597 บาทต่อเดือน หรือ 7,164 บาทต่อปี
4. ซื้อของเพราะโปรโมชัน ทั้งที่ไม่ได้จำเป็น
โปรโมชันลดราคา 50% ซื้อ 1 แถม 1 หรือส่งฟรีเมื่อซื้อครบยอดที่กำหนด อาจกระตุ้นให้หลายคนตัดสินใจซื้อสินค้าที่ไม่ได้วางแผนไว้ แม้จะรู้สึกว่าประหยัดเงินจากส่วนลด แต่หากเป็นสิ่งของที่ไม่จำเป็น ก็เท่ากับมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ก่อนซื้อจึงควรถามตัวเองว่า หากสินค้าไม่ลดราคา ยังอยากซื้ออยู่หรือไม่
5. ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือแอปจ่ายเงินจนเพลิน
การจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต โมบายแบงก์กิ้ง หรือระบบผ่อนชำระ อาจทำให้ไม่ทันสังเกตว่าใช้เงินไปมากเท่าไร เพราะไม่ต้องหยิบเงินสดออกจากกระเป๋า โดยเฉพาะการผ่อนสินค้าหลายรายการพร้อมกัน ซึ่งอาจทำให้ภาระค่าใช้จ่ายสะสมในแต่ละเดือน ควรตรวจสอบยอดใช้จ่ายเป็นประจำ และชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวนตรงเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ย
6. ใช้เงินก่อน แล้วค่อยเก็บเงินที่เหลือ
หนึ่งในพฤติกรรมที่ทำให้เก็บเงินไม่อยู่ คือการรอให้ถึงสิ้นเดือนแล้วค่อยนำเงินที่เหลือมาออม แต่เมื่อมีรายจ่ายเข้ามาเรื่อยๆ เงินที่ตั้งใจเก็บอาจหมดไปก่อน วิธีแก้ไขคือเปลี่ยนมาใช้หลักการ "ออมก่อนใช้" โดยแบ่งเงินเก็บทันทีที่เงินเดือนเข้า เช่น เริ่มต้นออม 10% ของรายได้ หรือเลือกจำนวนที่เหมาะสมกับภาระค่าใช้จ่ายของตัวเอง
7. ไม่ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
หลายคนรู้ว่าตัวเองมีรายได้เดือนละเท่าไร แต่กลับไม่รู้ว่าแต่ละเดือนใช้เงินไปกับอะไรบ้าง การไม่ติดตามรายจ่ายอาจทำให้มองไม่เห็นพฤติกรรมใช้เงินเกินตัว ลองจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายผ่านสมุดหรือแอปพลิเคชัน และแบ่งหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าช้อปปิ้ง และค่าความบันเทิง เพื่อให้เห็นภาพรวมทางการเงินชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้ พฤติกรรมทำเงินรั่ว ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกซื้อกาแฟ งดช้อปปิ้ง หรือใช้ชีวิตอย่างประหยัดจนไม่มีความสุข แต่เป็นการรู้เท่าทันพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง และเลือกลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เพราะบางครั้งการมีเงินเก็บมากขึ้น อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการหารายได้เพิ่มเสมอไป แต่อาจเริ่มต้นจากการจัดการเงินที่มีอยู่ให้ดีขึ้น