ทุกวันที่ 30 กันยายน ชื่อเพลง “Wake Me Up When September Ends” ของวง Green Day มักวนกลับมาปรากฏบนหน้าฟีดอีกครั้ง เพลงร็อกที่มีอายุกว่า 20 ปี และมิวสิกวิดีโอมียอดรับชมบน YouTube มากกว่า 239 ล้านครั้ง

จากชื่อเพลงที่กลายเป็นทั้งประโยคติดหูและมีมประจำเดือนกันยายน สู่เพลงที่หลายคนหยิบกลับมาเปิดฟังเพื่อส่งท้ายเดือนที่ 9 ของทุกปี

ไทยรัฐออนไลน์ ชวนฟัง “Wake Me Up When September Ends” พร้อมเปิดที่มาและความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเพลงดังของ Green Day ว่าเหตุใดจึงต้องเป็น “เดือนกันยายน” และประโยคนี้กำลังสื่อถึงอะไรกันแน่

ประวัติที่มาเพลง “Wake Me Up When September Ends” ของวง Green Day

“Wake Me Up When September Ends” เป็นหนึ่งในเพลงดังของวง Green Day เป็นวงร็อกจากสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 โดยวงมีสมาชิกหลัก 3 คน ได้แก่ บิลลี โจ อาร์มสตรอง (Billie Joe Armstrong) นักร้องนำและมือกีตาร์, ไมค์ เดิร์น (Mike Dirnt) มือเบส และ เทร คูล (Tré Cool) มือกลอง

ภาพจากเฟซบุ๊กวง Green Day
ภาพจากเฟซบุ๊กวง Green Day

จากอัลบั้ม American Idiot ที่ออกในปี 2004 แม้อัลบั้มชุดนี้จะมีเนื้อหาหลายส่วนที่พูดถึงสังคมและการเมืองของสหรัฐฯ จนทำให้เพลงนี้เคยถูกนำไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ 9/11 แต่ที่มาของเพลงแท้จริงแล้วเป็นเรื่องส่วนตัวของ “บิลลี โจ อาร์มสตรอง”  (Billie Joe Armstrong) นักร้องนำของวง Green Day นั่นเอง

บิลลี เขียนเพลงนี้ขึ้นจากความทรงจำถึงคุณพ่อแอนดรูว์ อาร์มสตรอง (Andrew Armstrong) ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหลอดอาหาร เมื่อวันที่ 10 กันยายน 1982 ขณะที่บิลลีมีอายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น

การสูญเสียครั้งนั้นทำให้ “เดือนกันยายน” กลายเป็นช่วงเวลาที่เชื่อมโยงกับความเศร้าของเขา และเป็นความรู้สึกที่บิลลีใช้เวลาหลายปีกว่าจะถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงที่ชื่อว่า “Wake Me Up When September Ends” 

ภาพจากเฟซบุ๊กวง Green Day
ภาพจากเฟซบุ๊กวง Green Day

เปิดความหมายเพลง “Wake Me Up When September Ends” สื่อถึงอะไร

ชื่อเพลง “Wake Me Up When September Ends” แปลตรงตัวได้ว่า “ปลุกฉันเมื่อเดือนกันยายนสิ้นสุดลง” แต่เมื่อมองจากเรื่องราวของบิลลี นักร้องนำแห่งวง Green Day ทำให้เดือนกันยายนไม่ได้เป็นเพียงแค่เดือนหนึ่งในปฏิทิน หากยังเป็นช่วงเวลาที่พาเขาย้อนกลับไปหาความทรงจำเกี่ยวกับการจากไปของคุณพ่อ

เนื้อเพลงถ่ายทอดภาพของกาลเวลาที่เดินไปข้างหน้า ฤดูกาลที่หมุนเวียนผ่านพ้น และความทรงจำที่อาจค่อยๆ สงบลงตามวันเวลา แต่ความสูญเสียและความคิดถึงคนที่จากไปยังคงอยู่

“Wake Me Up When September Ends” จึงเป็นมากกว่าหนึ่งในเพลงดังของ Green Day แต่เป็นบทเพลงที่ Billie Joe ใช้ถ่ายทอดทั้งความสูญเสีย ความคิดถึง และการเติบโตขึ้นพร้อมกับความทรงจำอันเจ็บปวดที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา

ภาพจากเฟซบุ๊กวง Green Day
ภาพจากเฟซบุ๊กวง Green Day

แปลเนื้อเพลง “Wake Me Up When September Ends” ของวง Green Day บทเพลงแห่งความทรงจำและการจากลา

Summer has come and passed
The innocent can never last
Wake me up when September ends

ฤดูร้อนมาเยือน ก่อนจะผ่านพ้นไป
ความไร้เดียงสาไม่อาจคงอยู่กับเราตลอดกาล
ปลุกฉันขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเดือนกันยายนสิ้นสุดลง

Like my father's come to pass
Seven years has gone so fast
Wake me up when September ends

เหมือนกับพ่อของฉันที่จากโลกนี้ไป
เจ็ดปีล่วงผ่าน รวดเร็วจนน่าใจหาย
ปลุกฉันขึ้นมา เมื่อเดือนกันยายนผ่านพ้นไป

Here comes the rain again
Falling from the stars
Drenched in my pain again
Becoming who we are

สายฝนกลับมาโปรยปรายอีกครั้ง
ร่วงหล่นลงมาราวกับมาจากหมู่ดาว
พาฉันกลับไปจมอยู่กับความเจ็บปวดอีกครา
ความเจ็บปวดที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราในวันนี้

As my memory rests
But never forgets what I lost
Wake me up when September ends

แม้ความทรงจำจะค่อยๆ สงบนิ่งลง
แต่ฉันไม่เคยลืมสิ่งที่ต้องสูญเสียไป
ปลุกฉันขึ้นมา เมื่อเดือนกันยายนสิ้นสุดลง

Summer has come and passed
The innocent can never last
Wake me up when September ends

ฤดูร้อนมาเยือน ก่อนจะผ่านพ้นไป
ความไร้เดียงสาไม่อาจอยู่กับเราได้ตลอดกาล
ปลุกฉันขึ้นมา เมื่อเดือนกันยายนผ่านพ้นไป

Ring out the bells again
Like we did when spring began
Wake me up when September ends

ให้เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้ง
เหมือนที่เคยดังก้องเมื่อฤดูใบไม้ผลิเริ่มต้น
ปลุกฉันขึ้นมา เมื่อเดือนกันยายนสิ้นสุดลง

Here comes the rain again
Falling from the stars
Drenched in my pain again
Becoming who we are

สายฝนกลับมาโปรยปรายอีกครั้ง
ร่วงหล่นลงมาราวกับมาจากหมู่ดาว
ทำให้ฉันเปียกชุ่มไปด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง
ความรู้สึกเหล่านั้นหล่อหลอมให้เราเป็นตัวเราในวันนี้

As my memory rests
But never forgets what I lost
Wake me up when September ends

แม้วันเวลาจะทำให้ความทรงจำค่อยๆ สงบลง
แต่ฉันไม่เคยลืมสิ่งที่สูญเสียไป
ปลุกฉันขึ้นมา เมื่อเดือนกันยายนผ่านพ้นไป

Summer has come and passed
The innocent can never last
Wake me up when September ends

ฤดูร้อนมาแล้วก็จากไป
เช่นเดียวกับความไร้เดียงสาที่ไม่อาจอยู่ตลอดกาล
ปลุกฉันขึ้นมา เมื่อเดือนกันยายนสิ้นสุดลง

Like my father's come to pass
Twenty years has gone so fast
Wake me up when September ends
Wake me up when September ends
Wake me up when September ends

เหมือนกับพ่อของฉันที่จากไปแสนนาน
ยี่สิบปีผ่านพ้น รวดเร็วจนน่าใจหาย
ปลุกฉันขึ้นมา เมื่อเดือนกันยายนสิ้นสุดลง
ปลุกฉันขึ้นมา เมื่อเดือนกันยายนผ่านพ้นไป
ปลุกฉันขึ้นมา เมื่อเดือนกันยายนจบลง

แม้เวลาจะผ่านไปมากกว่า 20 ปีแล้ว แต่บทเพลง “Wake Me Up When September Ends” ยังคงเป็นเพลงที่ถูกหยิบกลับมาฟังทุกครั้งเมื่อเดือนกันยายนกำลังจะสิ้นสุดลง จากชื่อเพลงที่เป็นประโยคติดหู สู่บทเพลงที่ซ่อนเรื่องราวและความสูญเสียเอาไว้มากกว่าที่หลายคนเคยรู้ 

ทุกครั้งที่เดือนกันยายนสิ้นสุดลง เพลงนี้ของ Green Day ก็ยังคงกลับมาทำหน้าที่ฉายภาพเรื่องราวแห่งความทรงจำให้แจ่มชัดอีกครั้ง...

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง