หากพูดถึงร้านขายยาที่เป็นที่พึ่งยามดึก ชื่อของ “ร้านยากรุงเทพ” คงเป็นคำตอบแรกๆ ในใจใครหลายคน ธุรกิจนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ก่อนจะขยายเครือข่ายเป็นร้านยา 24 ชั่วโมงที่ครอบคลุมมากกว่า 80 สาขา

ปัจจุบัน ร้านยากรุงเทพกำลังยกระดับบทบาทของตัวเองอีกครั้ง ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพื่อก้าวสู่การเป็น “ศูนย์สุขภาพชุมชน” พร้อมรับการสนับสนุนจาก บสย. ที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง

จุดกำเนิดจากวิกฤต สู่ที่พึ่งยามเจ็บป่วย 24 ชั่วโมง

ย้อนกลับไปในปี 2541 ช่วงหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ร้านยากรุงเทพได้ก่อตั้งขึ้นโดยนายแพทย์สมเกียรติ นามประดิษฐ และคุณแก้ว (พี่ชายของคุณชูวิทย์ วัยศิริโรจน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ) จากแนวคิดที่อยากให้ร้านยาช่วยคัดกรองอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น และลดความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาล

คุณชูวิทย์ วัยศิริโรจน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ(ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์)
คุณชูวิทย์ วัยศิริโรจน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ(ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์)

จุดเริ่มต้นของบริการ 24 ชั่วโมง เกิดขึ้นที่สาขาแรกในซอยสุขุมวิท 71 โดยทีมงานใช้เวลาทดลองระบบนานถึง 3 ปีจนลงตัว ก่อนจะขยายไปยังสุขุมวิท 101 และ 103 การเปิดบริการตลอดวันตลอดคืนเริ่มต้นจากการสังเกตเห็นผู้คนที่จำเป็นต้องใช้ยายามดึกหลังเที่ยงคืน สะท้อนเจตนารมณ์ที่ยึดการช่วยเหลือชุมชนเป็นหลักก่อนผลกำไร

การปรับตัวและทรานส์ฟอร์มธุรกิจ สู่ “ศูนย์สุขภาพชุมชน”

คุณชูวิทย์ เผยว่ากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ร้านยากรุงเทพได้พัฒนาและปรับรูปแบบการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวจากร้านขายยาแบบเดิมไปสู่การเป็นศูนย์สุขภาพชุมชนเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • ขยายพื้นที่และที่จอดรถ ปรับจากร้าน 1 คูหา (50-60 ตารางเมตร) เป็น 2 คูหา (100-120 ตารางเมตร) เพิ่มลานจอดรถ 4-5 คัน และเปิดพื้นที่เช่าจุดชาร์จรถ EV ในบางสาขา
  • ปรับพอร์ตสินค้าเน้นการป้องกัน มีสัดส่วนยารักษาโรค 70% และเพิ่มสินค้าสุขภาพ อาหารเสริม รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์เป็น 30%
  • บริการ Telepharmacy พัฒนาแอปพลิเคชันช่วงโควิด-19 ในปี 2564 ให้คำปรึกษาและจัดส่งยาถึงบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายใน 40 นาที ค่าบริการเหมาจ่าย 50 บาท
  • ฐานข้อมูลอัจฉริยะ บันทึกประวัติและข้อมูลการแพ้ยาของลูกค้าทุกรายเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ฝ่าอุปสรรคขาดแคลนบุคลากร ด้วยความเข้าใจ

การขาดแคลนบุคลากรนับเป็นโจทย์ใหญ่ของธุรกิจร้านยา เนื่องจากแต่ละปีมีเภสัชกรจบใหม่เพียง 1,000–1,500 คน และมีทางเลือกอาชีพหลากหลาย ทำให้ร้านยากรุงเทพที่มีกว่า 80 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องเน้นปักหลักในพื้นที่เดิมก่อน และยังไม่ขยายไปต่างจังหวัด

ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์

ร้านยากรุงเทพเลือกปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีไอทีเข้ามาดูแลงานด้านเอกสารและบัญชียาแทน เพื่อให้เภสัชกรมีเวลาให้คำแนะนำผู้ป่วยอย่างเต็มประสิทธิภาพ การปรับรูปแบบนี้ไม่เพียงตอบโจทย์เภสัชกรรุ่นใหม่ แต่ยังช่วยให้ร้านรักษามาตรฐานการมีเภสัชกรประจำการตลอด 24 ชั่วโมงได้สำเร็จถึง 99% ของสาขาทั้งหมด

บสย. หนุน “ร้านยากรุงเทพ” ฝ่าวิกฤต ต่อยอดธุรกิจสู่ความยั่งยืน

การเติบโตและการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ย่อมต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ร้านยากรุงเทพเองก็เคยเผชิญกับปัญหาขาดสภาพคล่องและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อ (Soft Loan) ในช่วงวิกฤตโควิด-19

ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์

จุดเปลี่ยนสำคัญคือการได้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อ ปลดล็อกให้ได้รับวงเงินจากสถาบันการเงินมาขยายธุรกิจ ปรับปรุงร้าน และพัฒนาระบบ Telepharmacy ได้สำเร็จ ทั้งยังช่วยดูแลผู้ลงทุนแฟรนไชส์ในอดีต

ความสำเร็จของร้านยากรุงเทพสะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ยึด “การแก้ปัญหาให้ลูกค้า” เป็นศูนย์กลาง ผสานกับการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ และการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง บสย. ทำให้ธุรกิจเติบโตเคียงคู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน