คนรู้ข่าวน้ำท่วมได้จากแอปและข้อความเตือนภัย แต่สุนัขและแมวรู้ได้ก็ต่อเมื่อน้ำมาถึงตัว การเตรียมพื้นที่ให้พวกเขาหนีน้ำได้จึงต้องเริ่มจากเจ้าของ

เราเช็กระดับน้ำได้จากมือถือ และรับข้อความเตือนภัยได้ก่อนน้ำมาถึงหลายชั่วโมง แต่สุนัขและแมวในบ้านไม่มีช่องทางแบบนั้น สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้เมื่อน้ำขึ้นคือหนีไปหาที่สูง หากไม่มีอะไรรั้งตัวไว้

ช่วงที่หลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วม คำถามที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรตอบให้ได้ตั้งแต่วันนี้คือ จะดูแลและจัดการสัตว์เลี้ยงอย่างไร

อย่าผูก อย่าขังไว้ในจุดที่น้ำขึ้นถึง

สุนัขที่ถูกผูกไว้หน้าบ้าน หรือแมวที่ถูกขังในกรงซึ่งวางอยู่กับพื้น จะไม่มีทางหนีเมื่อระดับน้ำสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำท่วมฉับพลันที่ระดับน้ำเปลี่ยนเร็ว จึงควรปลดสายผูก เปิดกรง และให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในบริเวณที่ขยับขึ้นที่สูงได้ด้วยตัวเอง

จัดพื้นที่ปลอดภัยไว้ล่วงหน้า

เลือกจุดที่สูงที่สุดของบ้าน เช่น ชั้นบนหรือห้องที่ยกพื้น แล้วยกอาหาร น้ำสะอาด ทรายแมว และยาประจำตัวขึ้นไปไว้ให้พอใช้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เก็บสายไฟและปลั๊กให้พ้นจากทางที่สัตว์เดินผ่าน และระวังงูหรือสัตว์มีพิษที่อาจหนีน้ำเข้ามาในบ้าน หากพบให้แจ้งสายด่วน 199

กรงมีไว้เคลื่อนย้าย ไม่ใช่ขังทิ้งไว้

กรงหรือกระเป๋าใส่สัตว์ยังจำเป็นเมื่อต้องอพยพ เพราะช่วยให้พาสุนัขและแมวออกจากพื้นที่ได้ปลอดภัยและไม่พลัดหลงระหว่างทาง ควรเตรียมไว้คู่กับสายจูง ชามอาหาร และสมุดวัคซีน พร้อมถ่ายรูปสัตว์เลี้ยงเก็บไว้ในมือถือ เผื่อต้องใช้ตามหาหากพลัดหลงกับเจ้าของ

ถ้าต้องอพยพ พาไปด้วยได้ให้พาไป

ก่อนออกจากบ้าน ควรสอบถามศูนย์พักพิงในพื้นที่ว่ารับสัตว์เลี้ยงหรือไม่ หากจำเป็นต้องทิ้งไว้จริงๆ ให้อยู่ในห้องที่สูงที่สุดของบ้าน ไม่ผูก ไม่ขัง พร้อมอาหารและน้ำหลายภาชนะ หากต้องการความช่วยเหลือในการอพยพ ติดต่อสายด่วน ปภ. 1784

หลังน้ำลด

อย่าให้สัตว์เลี้ยงดื่มหรือเล่นน้ำที่ท่วมขัง เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อโรค รวมถึงโรคเลปโตสไปโรซิสที่พบในสุนัขได้บ่อยกว่าแมว หากสัตว์เลี้ยงเปียกน้ำ ควรเช็ดตัวให้แห้งสนิท แล้วสังเกตอาการ เช่น ซึม ไม่กินอาหาร มีไข้ หรือตัวเหลือง หากพบควรพาไปพบสัตวแพทย์