ถูกเรียกขานว่าเป็นลูกสาวนายกฯ และทายาทธุรกิจหลายหมื่นล้าน แต่ตัวตนของ “นุ้บ–ชนัญดา ทวีสิน” ซีอีโอรุ่นใหม่ไฟแรงแห่ง BEANS ก็คือคุณหนูสู้ชีวิต ผู้แสนจะติดดิน ซึ่งพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถปลุกปั้นธุรกิจให้สำเร็จได้ ลบคำสบประมาท...เป็นถึงลูกคุณพ่อ ทำได้แค่นี้เองเหรอ!!

“นุ้บเรียนจบด้าน Neuroscience (ประสาทวิทยาและพฤติกรรม) จากอเมริกา และต่อโทด้านสังคมสงเคราะห์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ตอนเรียนมีโอกาสฝึกงานที่โรงเรียนประถมในย่านบรูคลิน ได้คุยกับเด็กๆที่ครอบครัวมีปัญหา มีทั้งที่โดน Mentally abuse และ Physically abuse เราก็ต้องไปบ้านของเด็ก ไปดูโรงเรียน ไปพูดคุยกับพ่อแม่เด็ก พยายามทำให้มันโอเคขึ้น เพื่อช่วยเหลือเด็ก เพราะสิ่งที่ครอบครัวเขากลัวที่สุดคือรัฐบาลจะมาเอาลูกเขาไป นุ้บสนใจด้านนี้เพราะมองว่าชีวิตคนแต่ละคนมีแบ็กกราวด์ไม่เหมือนกัน สิ่งที่เจอก็ไม่เหมือนกัน ถ้าเราเปิดใจรับฟังคนอื่น ก็น่าจะสามารถช่วยเหลือเขาได้ ทักษะเรื่อง good listener คือการรับฟังคนอื่น นุ้บได้นำมาใช้บริหารคนด้วย ตั้งแต่ตอนทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษา จนถึงการบริหารธุรกิจกาแฟ”...ซีอีโอ สาววัย 32 ปี เปิดใจกับทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเป็นครั้งแรก

เกิดในครอบครัวที่พ่อแม่เก่งสุดๆ สร้างความกดดันเยอะไหม

ถ้าตอบจริงก็กดดันอยู่แล้ว ความคาดหวัง ของคนอื่นคือแรงกดดันที่นุ้บเจอมาตลอดชีวิต คำที่เรากลัวมากๆเลยก็คือคำที่ว่าเป็นถึงลูกคุณพ่อ ทำได้แค่นี้เองเหรอ มีต้นทุนที่ดี มีฐานะที่ดี มีครอบครัวที่พร้อมซัพพอร์ต มีโอกาสตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมทำได้แค่นี้ เธอควรประสบความสำเร็จได้มากกว่านี้หรือเปล่า คำพูดพวกนี้ทำให้เรากลัวและกดดันกับตัวเอง

คุณพ่อถ่ายทอดวิชาอะไรให้บ้าง

คุณพ่อเป็นคนเด็ดขาด ทำอะไรทำจริง แล้วก็เร็วมาก ซึ่งนุ้บพยายามเรียนรู้ แต่ยังทำไม่ได้ดี คุณพ่อไม่เคยบังคับว่าเรียนจบต้องกลับมาทำงานที่แสนสิริ เขาขอแค่ทำอะไรต้องทำเต็มที่ แล้วให้รู้เสมอว่าเราอยู่จุดนี้ถ้าเมื่อไหร่คุณแข็งแรงพอมีกำลังพอ คุณต้องช่วยเหลือคนอื่น คุณต้องโตไปพร้อมๆกับสังคมที่ยั่งยืนให้ได้

เป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน คุณพ่อคุณแม่หวงมากไหม

พ่อแม่จะตีกรอบว่าอันนี้โอเคไม่โอเค ถ้าเราสามารถทำตามกรอบได้ เขาก็ปล่อย คุณจะเรียนอะไรก็ได้ เขาไม่เคยบังคับ แต่ต้องทำให้ได้ดีต้องตั้งใจเรียน ตอนเรียนไฮสกูลที่อังกฤษ มันจะมีเกรดสองแบบ เกรดทั่วไปและเกรดความตั้งใจ เขาไม่ได้ขออะไรเลยขอแค่เกรดความตั้งใจต้องได้ A ทุกวิชา ถึงผลสอบได้ C เขาก็รับได้ เพราะถือว่าคุณตั้งใจเต็มที่แล้ว ส่วนเรื่องหวงก็มีเคอร์ฟิวห้ามกลับบ้านเกินเที่ยงคืน

พี่น้องสามคนใครเรียนเก่งสุด

พี่ชายสองคนเรียนเก่งทั้งคู่ ส่วนนุ้บเป็นน้องเล็กค่อนข้างชิล เราสามคนไปเรียนอังกฤษเข้าบอร์ดดิ้งสกูลโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่เล็ก เพิ่งแยกกันตอน Undergraduate นุ้บเข้ามหาวิทยาลัยที่อเมริกา

ตัวตนจริงๆของ “นุ้บ–ชนัญดา ทวีสิน” เป็นยังไง

คนชอบบอกว่านุ้บดุ แค่หน้าเหวี่ยงหรือเปล่า เวลาอยู่เฉยๆหน้านิ่งๆ แต่ที่จริงไม่มีอะไร ถ้าเจอก็ทักได้

แต่งงานเป็นเจ้าสาว หมาดๆ ตอนนี้ชินกับสถานภาพใหม่หรือยัง

คู่เราไม่ค่อยสวีต “พี่กฤต” (กฤตธี ธนวิพุธ) โตกว่านุ้บ 6 ปี เจอกันตอนเรียนปริญญาโท ชีวิตไม่เปลี่ยนเท่าไหร่ เราเป็นทั้งแฟนทั้งพาร์ตเนอร์ธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น ความยากคือต้องแมนเนจรีเลชันชิประหว่างพาร์ตเนอร์ธุรกิจและเรื่องส่วนตัว แต่ข้อดีคือเราเริ่มก่อตั้งธุรกิจ “บริษัท กินดื่ม จำกัด” ด้วยกัน และค่อยๆโตมาด้วยกัน

จากคนไม่ดื่มกาแฟเลย ทำไมสนใจธุรกิจร้านกาแฟ

มันเริ่มต้นที่อยากจะลองอะไรใหม่ๆ และคิดว่าควรเป็นธุรกิจที่เจ็บตัวไม่มาก ถ้าเกิดเราทำได้ไม่ดี การซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟจึงเป็นคำตอบในตอนนั้น แบรนด์แม่จะคอยดูแลทุกอย่าง เรามีหน้าที่โฟกัสเรื่องโลเกชันและการโอเปอเรชันเท่านั้น


แล้วอะไรทำให้ตัดสินใจลุยธุรกิจเป็นของตัวเองเต็มตัว

การทำ “BEANS” มีจุดเริ่มต้นมาจาก “พี่ฟาน” (อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์) ที่มีไร่กาแฟและทำโรงคั่วกาแฟอยู่แล้ว นุ้บมีโอกาสได้คุยกับพี่ฟาน รู้สึกว่าเราไปกันได้ดี ก็เลยอยากทำธุรกิจด้วยกัน เปิดสาขาแรกที่ทองหล่อ เมื่อปี 2023 ค่อยๆโตมาเรื่อยๆ จนปีนี้มี 38 สาขา “BEANS” มีเรื่องราว behind the scenes หลายอย่างในการทำธุรกิจ ซึ่งขึ้นกับจังหวะและโอกาสที่เข้ามา พวกเราตั้งใจสร้าง “BEANS” ให้เป็น “Premium Mass Coffee Destination” เป็นกาแฟแบรนด์แรกๆที่อยู่ในใจทุกคน เมื่อนึกถึงกาแฟคุณภาพระดับพรีเมียมจากทุกมุมโลกที่เข้าถึงได้ง่ายในราคาจับต้องได้ พวกเราเชื่อว่ากาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือประสบการณ์ที่ลูกค้าสามารถเลือกสร้างได้เองเพื่อตอบโจทย์รสชาติที่ตรงใจในแต่ละวัน เรามีเมล็ดกาแฟให้เลือกมากกว่า 30 ชนิดจากทั่วโลก รวมถึงเมล็ดกาแฟหายากและสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครคือเราพัฒนาระบบรหัส B, C, S สำหรับลูกค้าในการเลือกเมล็ดกาแฟที่ตรงกับรสนิยม และยังมีกาแฟเบลนด์ ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละสาขา Location Blend ได้แรงบันดาลใจจากคาแรกเตอร์แต่ละพื้นที่


ตั้งแต่เข้ามาบุกธุรกิจกาแฟได้เรียนรู้อะไรบ้าง

ทุกวันนี้นุ้บดื่มกาแฟแล้วนะคะ (ยิ้ม) จากคนที่ไม่อินกับกาแฟ พอเข้ามาแล้วได้รู้ถึงความละเอียดอ่อนในการทำกาแฟแก้วหนึ่ง แค่การสตีมนมร้อนเพื่อทำกาแฟแก้วหนึ่ง ถึงนมจะยี่ห้อเดียวกัน แต่คนทำคนละคนก็ได้รสชาติไม่เหมือนกัน ยังไม่รวมถึงการทำกาแฟ การสกัดช็อตกาแฟ ในทุกขั้นตอนการทำกาแฟ “คน” จึงสำคัญมาก คนที่ทำต้องใส่ใจมากๆ เพื่อให้กาแฟแก้วหนึ่งที่ออกมาเป็นแก้วที่ดีที่สุดให้ได้ อีกอย่างเราพบว่าคำว่า Specialty Coffee กลายเป็นนอร์มอลและสแตนดาร์ดของวงการกาแฟ การจะเข้ามาแล้วบอกว่าตัวเองเป็น Specialty Coffee ก็อาจจะไม่ใช่ หรือจะไปแข่งด้วยราคา สุดท้ายคนที่จะเหนื่อยไปต่อไม่ไหวก็คือเราเอง


แชร์เคล็ดลับได้ไหม บริหารธุรกิจกาแฟยังไงจาก 10 ล้าน เป็นร้อยล้าน ภายใน 3 ปี

อย่างแรก “ต้องหาจุดขายที่ชัดเจน” แล้วยึดกับแกนตรงนั้นให้แน่น หลายครั้งจะมีเทรนด์ใหม่ๆมา เราตามเทรนด์ได้ แต่ core ของเราต้องชัดเจน ยึดตัวตนที่เราอยากเป็นอยากสร้างขึ้นมา อันดับสอง “เรื่องคนสำคัญมาก” สมมติบาริสต้าทะเลาะกับแฟนนู่นนี่นั่น กะจิตกะใจอาจไม่ได้อยู่ที่ทำงาน มันกระทบตั้งแต่เซอร์วิสการรับออร์เดอร์ลูกค้า ความยิ้มแย้มแจ่มใส จนกระทบไปถึงการทำกาแฟแก้วนั้นออกมา ในฐานะซีอีโอต้องพยายามทำความเข้าใจและรับฟังพนักงานทุกคนให้มากที่สุด รวมถึงให้โอกาสในการพัฒนาตัวเอง และให้ผลตอบแทนที่จูงใจ ช่วงแรกๆที่เปิด “BEANS” นุ้บอ่านและตอบคอมเมนต์ลูกค้าด้วยตัวเอง เป็นโชคดีที่ลูกค้าคอมเมนต์ แปลว่ายังให้โอกาสเราอยู่ ถ้าลูกค้าไม่บอก เราจะไม่มีโอกาสแก้ตัวเลย อีกเรื่องที่สำคัญคือ “การบริหาร Cash Flow ที่ดี” ต้องวางระบบกระแสเงินสดให้ดี ป้องกันธุรกิจสะดุดและรักษาความคล่องตัวทางการเงิน


ก้าวต่อไปของ BEANS จะเติบโตไปทิศทางไหน

นอกจากขยายสาขาเพิ่ม ซึ่งตั้งเป้าไว้ที่ 50 สาขาภายในสิ้นปีนี้ เรายังเชื่อว่ากาแฟที่ดีต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อสังคม เราให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างรับผิดชอบ ตั้งแต่การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปถึงการสนับสนุนเกษตรกรกาแฟไทย โดยตลอด 3 ปี “BEANS” รับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรท้องถิ่นในเชียงใหม่และน่านรวมกว่า 100 ตัน เพื่อสนับสนุนรายได้และการพัฒนากาแฟไทยอย่างยั่งยืน เรายังมีโครงการ “ONE BLEND ONE CHANGE” ชวนลูกค้าร่วมสร้าง Coffee Blend วางขายที่ “BEANS” ทุกสาขา โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายเมล็ดกาแฟดังกล่าว จะมอบให้มูลนิธิการกุศลตามความต้องการของลูกค้าที่ร่วมโครงการ จนถึงปัจจุบันมียอดบริจาคกว่า 790,000 บาท เรายังมีโครงการสนับสนุนร้านกาแฟรถเข็นท้องถิ่น โดยมอบเมล็ดกาแฟให้ทำเครื่องดื่มแจกลูกค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้แคมเปญ #พี่ฟานจ่ายให้ และเร็วๆนี้จะมีการเปิดตัวศูนย์การเรียนรู้ด้านกาแฟที่เชียงใหม่ร่วมกับแสนสิริ เพื่อช่วยผลักดันวงการกาแฟพิเศษของไทย ผ่านการสร้างเสริมอาชีพให้เกษตรกรภาคเหนือ รวมถึงการลดภาวะฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือทุกปี


ซีอีโอร้อยล้านภูมิใจอะไรที่สุดจากการทุ่มเทปลุกปั้น “BEANS”

ภูมิใจทุกครั้งที่เห็นคนในองค์กรเติบโตมีอนาคตดีขึ้น เช่น มีพนักงานคนหนึ่งสมัครเป็นคนแพ็กเมล็ดกาแฟในโรงคั่วกาแฟ วันหนึ่งเขาขอเรียนรู้วิธีคั่วกาแฟ สุดท้ายเติบโตเป็น Roaster หรือหลังบ้านมีคนหนึ่งเข้ามาเป็นแอดมินเดินงานเอกสาร ตอนนี้เติบโตมาอยู่แผนก HR ดูเรื่อง payroll นุ้บยังภูมิใจเวลาเห็นลูกค้ากลับมาทานซ้ำๆ แต่ก่อนเรามีสาขาเดียวที่ทองหล่อ ซึ่งแบ็กออฟฟิศอยู่ตรงนั้น บางคนมาบ่อยจนเราจำหน้าได้ เพราะเรานั่งทำงานอยู่ตรงนั้น มันเป็นพลังงานที่ดีมากๆ อีกความภูมิใจคือได้ทำงานร่วมกับพี่ๆเกษตรกรกาแฟไทย ได้เห็น “BEANS” เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนกับเกษตรกรไทย เหมือนที่คุณพ่อสอนเสมอว่าเมื่อไหร่คุณแข็งแรงพอมีกำลังพอ คุณต้องช่วยเหลือคนอื่น คุณต้องโตไปพร้อมๆกับสังคมที่ยั่งยืนให้ได้.

ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม