กรุงเทพฯ น้ำท่วม 2569 หลังหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเผชิญฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและกระทบการสัญจรในหลายจุด สถานการณ์ครั้งนี้ยังทำให้คำว่า “ฝนแช่” ถูกพูดถึง หลังกลุ่มฝนวนกลับมาตกซ้ำในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบนานกว่า 30 ชั่วโมง 

ไทยรัฐออนไลน์ ชวนไปทำความรู้จัก “ฝนแช่” ลักษณะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมจึงตกซ้ำในพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน และเหตุใดฝนแช่จึงเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมหนัก

รู้จัก “ฝนแช่” คืออะไร ทำไมฝนตกซ้ำวนในที่เดิม

“ฝนแช่” (ภาษาอังกฤษ : Stationary Heavy Rain)  คือ ลักษณะฝนที่ตกหนักหรือตกต่อเนื่องอยู่ในบริเวณเดิมเป็นเวลานาน อาจเกิดจากกลุ่มฝนเคลื่อนตัวช้า หรือมีกลุ่มฝนชุดใหม่ก่อตัวและเคลื่อนผ่านพื้นที่เดิมซ้ำๆ จนทำให้ปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำไม กรุงเทพฯ เจอฝนตกแช่ ต่อเนื่องนานกว่า 30 ชั่วโมง

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า สาเหตุของฝนตกช่วงวันที่ 25-27 กันยายน 2569 มาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคกลางตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น จึงทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีฝนสะสม

วันนี้ (26 ก.ย.) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อธิบายสถานการณ์ฝนตกในกรุงเทพฯ ผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ว่า ลักษณะเมฆฝนที่หมุนวนเช่นนี้ทำให้การพยากรณ์ทำได้ยาก โดยกลุ่มฝนวนตกต่อเนื่องมากกว่า 30 ชั่วโมง ทำให้กรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่โดยรอบได้รับผลกระทบจากกลุ่มฝนที่กลับมาตกซ้ำ

ทั้งนี้ กรุงเทพฯ มีฝนตกต่อเนื่องกว่า 30 ชั่วโมง ไม่ได้หมายความว่าฝนตกหนักตลอดเวลาโดยไม่มีช่วงหยุด แต่หมายถึงกลุ่มฝนเกิดขึ้นและวนกลับมาตกซ้ำในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเวลานาน 

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางช่วงฝนอาจเบาลงหรือหยุดไป แต่ไม่นานก็กลับมาตกอีก เพราะไม่ได้มีเพียงฝนก้อนเดียว แต่สภาพบรรยากาศยังเอื้อต่อการเกิดและเติมกลุ่มฝนเข้ามาในบริเวณเดิมอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

สาเหตุฝนตกหนักในกรุงเทพฯ 2569 ปริมาณน้ำฝนมาจากไหนกันแน่

การที่ฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน จำเป็นต้องมีความชื้นในบรรยากาศมากพอ เพราะไอน้ำเป็นวัตถุดิบสำคัญในการก่อตัวของเมฆและฝน ขณะเดียวกัน โลกกำลังอยู่ภายใต้อิทธิพลของเอลนีโญ (El Niño) ที่มีแนวโน้มทวีกำลัง ซึ่งมีส่วนทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและส่งผลต่อรูปแบบสภาพอากาศ รวมถึงการกระจายตัวของฝนในหลายภูมิภาคทั่วโลก

 ผศ.ดร.ธรณ์ อธิบายว่า ปัจจุบันมีไอน้ำในชั้นบรรยากาศอยู่ในระดับสูง ประกอบกับอุณหภูมิของอากาศและน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้มีความชื้นสะสมในบรรยากาศมากขึ้น เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส บรรยากาศรองรับไอน้ำได้เพิ่มขึ้นประมาณ 7% ซึ่งหากมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ความชื้นเหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นฝนปริมาณมากได้

อย่างไรก็ตาม เอลนีโญไม่ใช่สาเหตุโดยตรงเพียงอย่างเดียวของ “ฝนแช่” ในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยอื่นๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งเอื้อต่อการเกิดฝนและฝนตกสะสมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ไขข้อสงสัย “ฝนแช่” ในกรุงเทพฯ ทำไมยิ่งตกนาน ยิ่งเสี่ยงน้ำท่วม

ความน่ากังวลของ “ฝนแช่” ไม่ได้อยู่ที่ความแรงของฝนเพียงอย่างเดียว แต่คือปริมาณน้ำที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฝนตกซ้ำในพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน หากน้ำไหลเข้ามาเร็วกว่าที่ระบบระบายน้ำจะระบายออกได้ ก็มีโอกาสเกิดน้ำท่วมขังหรือน้ำท่วมฉับพลัน

สำหรับกรุงเทพฯ ยังต้องจับตา “น้ำทะเลหนุน” เพราะการระบายน้ำเชื่อมโยงกับแม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทย หากระดับน้ำปลายทางสูงในช่วงที่มีฝนตกหนัก ก็อาจทำให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ทำได้ช้าลง

ดังนั้น ความน่ากังวลของ “ฝนแช่” ไม่ได้หมายความว่าฝนต้องตกหนักแบบไม่หยุด แต่คือการที่ฝนตกนานและกลับมาตกซ้ำในพื้นที่เดิม จนปริมาณน้ำสะสมเร็วกว่าที่พื้นที่จะระบายออกได้ หากเกิดพร้อมกับน้ำเดิมที่ยังระบายไม่หมดหรือน้ำทะเลหนุน ความเสี่ยงน้ำท่วมก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย