การคว้าแชมป์ America’s Got Talent (AGT) ของ "เนเน่ รอยัล" ถือเป็นก้าวสำคัญของสาวไทยบนเวทีระดับโลกที่หลายคนร่วมแสดงความยินดี แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลับยังมีกระแสคิดต่างที่มองว่าเธอประสบความสำเร็จเพราะโชคช่วยมากกว่าฝีมือ

คำยินดีสั้นๆ ที่ดูเหมือนพูดง่าย แต่สำหรับบางคนกลับเป็นเรื่องยาก ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นภาพสะท้อนจิตวิทยาของมนุษย์ที่ชวนให้กลับมาตั้งคำถาม การเข้าใจสภาวะจิตใจนี้จะช่วยให้เราปล่อยวาง และมีความสุขกับความสำเร็จรอบตัวได้ดีขึ้น

ทำไมเราถึงยินดีกับความสำเร็จของคนอื่นไม่ได้?

ในทางจิตวิทยา การไม่สามารถร่วมยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นเป็น “คนชั่วร้าย” เสมอไป แต่มักเกิดจากกลไกการปกป้องตนเอง และวิธีคิดที่ปลูกฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก โดยมีปัจจัยหลักๆ ดังนี้

1. ทำไมเห็นคนอื่นได้ดีแล้วรู้สึกแพ้? เข้าใจกรอบคิด Zero-Sum Mindset

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้บางคนร่วมยินดีกับผู้อื่นได้ยาก มาจากกรอบคิดทางจิตวิทยาที่เรียกว่า Zero-Sum Mindset ซึ่งเปรียบความสำเร็จเหมือนเค้กที่มีอยู่อย่างจำกัด

เมื่อมีกรอบคิดนี้ การเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จจะถูกตีความว่าส่วนแบ่งของตัวเองลดลง จนรู้สึกเหมือนกำลังพ่ายแพ้ ทั้งที่ไม่ได้เสียอะไรไปจริง

ภาพจากเพจ Nene Royal
ภาพจากเพจ Nene Royal

แท้จริงแล้ว ความสำเร็จของคนรอบตัว หรือการคว้าชัยชนะของเนเน่บนเวทีระดับโลก ไม่ได้ไปแย่งพื้นที่หรือลดทอนคุณค่าในชีวิตของใครเลย

2. รู้จัก Attribution Bias เหตุผลที่บางคนมองว่าคนอื่นชนะเพราะโชคช่วย

ข้อกังขาที่ว่า “คนนั้นชนะเพราะโชคช่วย” อาจไม่ใช่แค่ความคิดเห็นทั่วไป แต่เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า อคติการอธิบายเหตุผล (Attribution Bias)

กลไกนี้ทำให้เราด้อยค่าความสำเร็จของผู้อื่นว่าเป็นเพราะดวงหรือจังหวะดี ในขณะที่มองความสำเร็จของตัวเองว่ามาจากฝีมือและความยากลำบาก การลดทอนความพยายามของคนอื่นจึงเป็นทางออกทางจิตวิทยาที่ช่วยปกป้องความภาคภูมิใจ และทำให้เรารู้สึกไม่ต่ำต้อยกว่าใคร

3. ทำไมคนใกล้ตัวประสบความสำเร็จ เราถึงรู้สึกแพ้?

เคยสงสัยไหมว่าทำไมการเห็นคนที่มีภูมิหลังใกล้เคียงกับเราประสบความสำเร็จ ถึงทำให้รู้สึกอึดอัดใจ ไม่ว่าจะเป็นคนสัญชาติเดียวกัน รุ่นเดียวกัน หรือเริ่มมาจากจุดเดียวกัน

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Relative Deprivation เมื่อสมองเปรียบเทียบจนเกิดคำถามว่า “ทำไมเราทำไม่ได้แบบเขา” ความรู้สึกต้อยต่ำที่เกิดขึ้นจึงระบายออกในรูปแบบของการจับผิด หรือพยายามลดทอนคุณค่าของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว

ตารางเปรียบเทียบ ยินดีด้วยใจจริง vs ด้อยค่าความสำเร็จ

ประเด็น
มุมมองแบบ ยินดีด้วยใจจริง
(Freudenfreude)
มุมมองแบบอิจฉาและด้อยค่า 
(Zero-Sum / Envy)
มุมมองต่อความสำเร็จ
มองเป็นแรงบันดาลใจ ความพยายามได้รับการตอบแทน
มองว่าโชคช่วย มีเบื้องหลัง หรือได้มาง่ายๆ
ความรู้สึกภายใน
อิ่มเอม มีพลังบวก รู้สึกถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ
อึดอัด รู้สึกพ่ายแพ้ หรือรู้สึกต้อยต่ำ
การแสดงออก
ชื่นชม ให้เกียรติ พิมพ์คำยินดี
แซะ จับผิด หาข้อติ หรือแสดงความคิดเห็นแย้ง
ผลกระทบต่อตนเอง
สุขภาพจิตดีขึ้น มีแรงผลักดันพัฒนาตนเอง
สะสมความเครียด เกิดอคติ และยึดติดกับเปรียบเทียบ

ทำไมการยินดีกับผู้อื่นถึงดีต่อใจ?

เราจะเรียนรู้อะไรได้บ้างจากปรากฏการณ์นี้? คำตอบซ่อนอยู่ในแนวคิดทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “Freudenfreude” คำภาษาเยอรมันที่หมายถึง ความรู้สึกเป็นสุขเมื่อเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ ซึ่งตรงข้ามกับ “Schadenfreude” หรือการรู้สึกยินดีบนความทุกข์ของผู้อื่น

ภาพจากเพจ Nene Royal
ภาพจากเพจ Nene Royal

การปรับมุมมองให้มีความสุขกับความสำเร็จของคนรอบข้าง ถือเป็นการดูแลสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะเมื่อจิตใจเกิดความยินดีได้ง่ายขึ้น เราก็จะค้นพบความสุขในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย

3 วิธีปรับมุมมอง เปลี่ยนนิสัยอิจฉาเป็นความยินดีอย่างจริงใจ

  1. ชีวิตไม่ใช่สนามแข่งเดียวกัน ชัยชนะของ เนเน่ รอยัล บนเวที AGT เป็นความสำเร็จในเส้นทางของเธอ การเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จไม่ได้แปลว่าคนอื่นเป็นผู้แพ้ เพราะทุกคนมีช่วงเวลาและเวทีชีวิตเป็นของตัวเอง
  2. การแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากอารมณ์จะช่วยหยุดนิสัยชอบจับผิด เมื่อรู้สึกขัดใจกับข่าวความสำเร็จ ควรลองถามตนเองว่ากำลังประเมินที่ฝีมือของเขา หรือแค่รู้สึกไม่มั่นคงในจิตใจตนเองกันแน่
  3. ความรู้สึกยินดีสามารถฝึกฝนได้ เริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ ของคนรอบข้าง การฝึกคิดและพูดเชิงบวกจะช่วยปรับวงจรประสาทในสมอง ทำให้มองโลกในแง่ดีขึ้น และช่วยลดความเครียดลงได้อย่างชัดเจน

ดราม่าความเห็นต่างต่อชัยชนะของ เนเน่ รอยัล ไม่ใช่เรื่องของการหาคนถูกหรือผิด แต่คือกระจกสะท้อนจิตใจของสังคมยุคโซเชียลมีเดีย การเปิดใจยินดีกับชัยชนะของผู้อื่น ไม่ได้แปลว่าเราพ่ายแพ้หรือด้อยกว่า เพราะโลกนี้กว้างใหญ่พอสำหรับความสำเร็จของทุกคน เมื่อใดที่เลิกมองผู้อื่นเป็นคู่แข่งและหยุดนำความสำเร็จมาเปรียบเทียบกัน เมื่อนั้นจิตใจจะค้นพบความสงบและความสุขที่แท้จริง

ข้อมูลอ้างอิง