เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีที่อากาศเริ่มเย็นลง นักวิ่งเทรลหลายคนคงเริ่มคันไม้คันมือมองหาโปรแกรมพิสูจน์ฝีเท้ากันแล้ว สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปลุยสนามต่างประเทศแบบคุ้มค่าเงินในกระเป๋าและประหยัดวันลา "ฮ่องกง" คือจุดหมายปลายทางแบบ Run-cation ที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะคุณจะได้สัมผัสสนามระดับตำนาน ควบรวมไปกับการจัดทริปช้อปปิ้ง และตระเวนกินของอร่อยหลังจบการแข่งขันได้แบบไร้รอยต่อ
เหตุผลที่ฮ่องกง คือ ความคุ้มค่าของนักวิ่งเทรลชาวไทย ความคุ้มค่าแรกคือเรื่องเวลาและเอกสาร เพราะคนไทยสามารถบินเข้าฮ่องกงได้เลยแบบไม่ต้องเสียเงินและเวลาขอวีซ่า แถมยังอยู่ยาวได้สูงสุดถึง 30 วัน ไทม์โซนก็เร็วกว่าไทยแค่ 1 ชั่วโมง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัว บินไปถึงปุ๊บก็พร้อมลงสนามได้ทันที ประหยัดวันลาพักร้อนได้แบบเน้นๆ
ส่วนเรื่องสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวก็เป็นใจสุดๆ ด้วยอุณหภูมิราว 12-20 องศาเซลเซียส ช่วยให้วิ่งสบายเหนื่อยน้อยลง เมื่อบวกกับการจัดการเส้นทางที่ยอดเยี่ยม มีป้ายบอกทางชัดเจน และได้เสพวิวแบบ 3 อิน 1 ทั้งภูเขา ทะเล และเส้นขอบฟ้าของตึกระฟ้าในเมือง ก็ยิ่งทำให้ค่าสมัครวิ่งคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
นอกจากนี้บรรยากาศงานวิ่งที่ฮ่องกงยังอบอุ่นเป็นมิตร อัดแน่นไปด้วยอาสาสมัครที่คอยเชียร์ และเป็นจุดศูนย์รวมมิตรภาพจากเพื่อนนักวิ่งนานาชาติอีกด้วย
3 สนามเทรลระดับตำนาน ได้วิวหลักล้าน ไทยรัฐออนไลน์ได้นำข้อมูลจากทาง Running Insider ที่ได้ออกมาเปิดพิกัดกับ 3 สนามเด็ดที่พี่นักวิ่งต้องไปโดนสักครั้ง
เริ่มกันที่ TransLantau by UTMB ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน สนามนี้คุ้มค่าสุดๆ สำหรับสายเสพวิวธรรมชาติ เพราะไฮไลต์คือการพิชิตยอดเขา Lantau Peak และ Sunset Peak บนเกาะลันเตา พร้อมพาวิ่งผ่านจุดเช็กอินยอดฮิตอย่างองค์พระใหญ่เทียนถานและหมู่บ้านชาวประมงไท่โอ เรียกว่าวิ่งจบก็ได้เที่ยวครบแลนด์มาร์กสำคัญ
ต่อกันที่สนามระดับไอคอนิกอย่าง Hong Kong 100 จัดขึ้นช่วงกลางเดือนมกราคม (เปิดรับสมัครแบบสุ่มเลือกช่วงเดือนกรกฎาคม) สนามนี้คือบททดสอบความอึดระยะ 100 กิโลเมตรที่ใช้เส้นทาง MacLehose Trail อันโด่งดัง พานักวิ่งไต่ระดับขึ้นสู่ Ma On Shan และปิดท้ายด้วย Tai Mo Shan พร้อมแจกรางวัลคนอึดด้วยวิวภูเขา อ่าว และเมืองฮ่องกงในมุมสูงแบบอลังการ
ปิดท้ายด้วยความคุ้มค่าขั้นสุดสำหรับสายฮาร์ดคอร์กับ The 9 Dragons 50/50 ที่จัดช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม สนามนี้วัดใจด้วยการวิ่งแบบ Back-to-Back สองวันติด โดยวันแรกต้องออกสตาร์ทตอนเที่ยงคืนเพื่อวิ่งระยะ 50 ไมล์ ก่อนจะมาลุยต่อในเช้าวันถัดมาอีก 50 กิโลเมตร วิ่งผ่านแนวสันเขา 9 มังกรฝั่งเกาลูนและ New Territories เพื่อชมวิวแสงสียามค่ำคืนของฮ่องกงแบบเต็มตา ส่วนใครเป็นมือใหม่ เขาก็มีระยะ 25 กิโลเมตร และ Kids Run ให้ร่วมสนุกด้วยเช่นกัน
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายแกร่งที่ชอบทรมานบันเทิง หรือสายชิลที่เน้นวิ่งเสพธรรมชาติ ฮ่องกงก็มีเส้นทางให้เลือกครบ จบงานปุ๊บก็สามารถพุ่งตัวไปกินติ่มซำร้อนๆ หรือนั่งรถไฟเที่ยวต่อได้ทันที ถือเป็นการลงทุนซื้อประสบการณ์การเดินทางที่คุ้มค่าทั้งแรงกายและเงินในกระเป๋าอย่างแท้จริง