เวลาพูดถึงโพรไบโอติกส์หรือจุลินทรีย์ตัวดี หลายคนมักจะนึกถึงโยเกิร์ต, กิมจิ, นัตโตะ หรือคอมบูชา แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารไทยพื้นบ้านที่วางอยู่คู่โต๊ะอาหารของเรามาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ก็ซ่อนขุมพลังจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ไว้เพียบแถมยังอร่อยถูกปากคนไทยสุดๆ
ชี้เป้าโพรไบโอติกส์แบบไทย ดีท็อกซ์ลำไส้สุดปัง
ผักกาดดอง
เครื่องเคียงสามัญประจำบ้าน ใครที่ชอบซดข้าวต้มกุ๊ยร้อนๆ หรือชอบกินข้าวซอย คงคุ้นเคยกับผักกาดดองเป็นอย่างดี กระบวนการหมักดองตามธรรมชาตินี้ทำให้เกิดแบคทีเรียกลุ่มแลคโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายและกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ลองจับคู่ผักกาดดองยำกับไข่เค็ม, ใส่ในต้มมะระ หรือกินแกล้มกับน้ำพริก ก็ช่วยเพิ่มความสดชื่นและดีท็อกซ์ลำไส้ไปในตัว
แหนมและปลาส้ม
เปรี้ยวแซ่บดีต่อลำไส้ รสเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของแหนมและปลาส้ม เกิดจากกระบวนการหมักเนื้อสัตว์กับข้าวเหนียวและกระเทียมจนเกิดกรดแลคติก ซึ่งเป็นแหล่งรวมโพรไบโอติกส์ชั้นยอด การนำแหนมมาทำข้าวผัด, ยำแหนมคลุก หรือทอดปลาส้มให้เหลืองกรอบกินคู่กับพริกขี้หนูและหอมแดงซอย นอกจากจะแซ่บถึงใจแล้ว ยังเป็นการเติมแบคทีเรียตัวดีเข้าไปช่วยย่อยอาหารมื้อหนักๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม
ขนมจีนเส้นหมัก
เหนียวนุ่มหนึบหนับ ขนมจีนแป้งหมักที่หลายคนโปรดปราน มีความเหนียวนุ่มและกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ได้จากการหมักข้าวทิ้งไว้หลายวัน กระบวนการนี้ไม่ได้แค่สร้างเนื้อสัมผัสที่อร่อย แต่ยังเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ลองสั่งขนมจีนน้ำยาป่า, น้ำพริก หรือแกงเขียวหวาน มากินแกล้มกับผักสดหลากสี ก็จะได้ทั้งโพรไบโอติกส์ที่เป็นตัวจุลินทรีย์และพรีไบโอติกส์ที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ไปพร้อมกันในมื้อเดียว
กะปิและปลาร้า
จิตวิญญาณอาหารไทย เครื่องปรุงรสอูมามิที่ขาดไม่ได้ในครัวไทยอย่างกะปิและปลาร้า ล้วนผ่านการหมักบ่มด้วยเกลือเป็นเวลานานจนอุดมไปด้วยเอนไซม์และจุลินทรีย์ที่ช่วยดูแลระบบนิเวศในลำไส้ ไม่ว่าจะสั่งส้มตำปลาร้า, น้ำพริกกะปิ หรือข้าวคลุกกะปิ ก็ล้วนเป็นการบูสต์สุขภาพลำไส้สไตล์ไทยแท้ แต่อย่าลืมเลือกร้านที่ปรุงสุกหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพาสเจอไรซ์เพื่อความปลอดภัยด้วย
การหันมาบริโภคอาหารหมักดองแบบไทยๆ เป็นวิธีดูแลสุขภาพลำไส้ที่ทั้งประหยัดและเข้าถึงง่าย แถมยังได้อรรถรสความอร่อยที่คุ้นเคย