ชีวิตออฟฟิศบางครั้งอาจเคยเจอ เพื่อนร่วมงานที่ดูยุ่งอยู่ตลอดเวลา แต่พอถึงเวลาลงมือจริง งานบางส่วนกลับถูกส่งต่อมาให้คนอื่นช่วยรับผิดชอบ กลายเป็นต้องแบกรับภาระเพิ่มโดยไม่รู้ตัว หากเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็อาจสะสมเป็นความเครียดและกระทบการทำงานในระยะยาวได้ ลองมาสังเกต 3 พฤติกรรมที่อาจบอกว่าเรากำลังรับงานแทนคนอื่นมากเกินไป พร้อมวิธีรับมือ
ทำไมบางคนดูยุ่งตลอดเวลา? 3 พฤติกรรมที่พบได้ในที่ทำงาน
1. บ่นงานล้นมือ มีแต่งานทิพย์ทั้งนั้น
"งานเยอะมาก" "วันนี้ทำไม่ทันแน่ๆ" เป็นประโยคที่อาจได้ยินอยู่บ่อยๆ การบ่นไม่ได้หมายความว่าใครกำลังหลบเลี่ยงงาน แต่หากเกิดขึ้นเป็นประจำ ขณะที่งานกลับไม่ค่อยคืบหน้า และสุดท้ายต้องขอให้เพื่อนร่วมทีมเข้ามาช่วยอยู่เสมอ และภาระงานเริ่มถูกส่งต่อมายังคนอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจเป็นพฤติกรรมที่ควรสังเกตุ
2. ชมว่าเราเก่งกว่า ก่อนขอให้ช่วยทำงาน
อีกสถานการณ์ คือการได้รับคำชมอย่างเช่น “เธอเก่งกว่า ช่วยหน่อยได้ไหม” หรือ “เราทำคงออกมาไม่ดีเท่าเธอ” ฟังผ่านๆ อาจเป็นเพียงการขอความช่วยเหลือตามปกติ แต่หากเกิดขึ้นซ้ำๆ จน “การช่วย” กลายเป็น “ภาระ” ที่ต้องรับผิดชอบแทน ก็อาจถึงเวลาต้องแบ่งขอบเขตหน้าที่กันให้ชัดเจนขึ้น
3. ช่วงมีงานหนักไม่ค่อยเห็น แต่ช่วงสรุปผลงานมีส่วนร่วมเสมอ
ลองสังเกตว่าในช่วงที่งานกำลังเร่ง หรือต้องการคนช่วย บางคนอาจไม่ค่อยมีส่วนร่วม เพราะอ้างติดประชุม มีงานอื่น บ่อยๆ แต่พอถึงเวลาสรุปผลงาน กลับเข้ามามีส่วนร่วมในทุกครั้ง ก็อาจเป็นสัญญาณว่า ภายในทีมมีคนที่ยุ่งไม่จริง แต่พยามโยน
วิธีรับมือเพื่อนร่วมงานจอมโยน ส่งต่องานมาให้บ่อย
หากสังเกตว่าตัวเองต้องคอยรับงานหรือช่วยเคลียร์งานของคนอื่นบ่อยๆ จนเริ่มกระทบกับงานหลักของตัวเอง การปฏิเสธหรือกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนอาจเป็นทางออกที่ดีกว่าการรับทุกอย่างไว้ โดยไม่ทำให้บรรยากาศในทีมเสีย
- ปฏิเสธด้วยเหตุผล บอกภาระงานที่มีอยู่ให้ชัดเจน
เมื่อมีคนขอให้ช่วยงาน ไม่จำเป็นต้องตอบตกลงทุกครั้ง หากมีงานเต็มมืออยู่แล้ว สามารถอธิบายตามความเป็นจริง เช่น “ตอนนี้เรามีงานที่ทำไม่ทันต้องส่งสัปดาห์นี้ ไม่สะดวกรับงานเพิ่ม” การบอกเหตุผลและกำหนดขอบเขตให้ชัด จะช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจสถานการณ์โดยไม่ขัดแย้ง
- แบ่งหน้าที่ให้ชัด ลดปัญหางานใครงานมันไม่เคลียร์
เมื่อต้องทำงานร่วมกัน ควรกำหนดตั้งแต่ต้นว่าใครรับผิดชอบส่วนไหน รวมถึงอาจสรุปหน้าที่และความคืบหน้าไว้ในอีเมลหรือช่องทางสื่อสารของทีม เพื่อให้ทุกคนเห็นข้อมูลตรงกัน วิธีนี้ไม่เพียงช่วยลดความสับสน แต่ยังทำให้เห็นชัดเจนว่าแต่ละคนมีส่วนรับผิดชอบงานส่วนใดบ้าง
- งานเริ่มล้น ควรคุยกับหัวหน้าเพื่อจัดลำดับใหม่
หากต้องรับงานเพิ่มเติมจากคนอื่นบ่อยครั้งจนกระทบงานหลัก อาจพูดคุยกับหัวหน้างานโดยใช้ข้อมูล เช่น รายการงาน กำหนดส่ง และงานที่ได้รับเพิ่ม มาอธิบายสถานการณ์ เพื่อให้หัวหน้าช่วยจัดลำดับความสำคัญหรือกระจายภาระงานภายในทีมให้เหมาะสมขึ้น
การขอให้ช่วยงานเพียงครั้งสองครั้งยังไม่ควรนำไปสรุปว่าเพื่อนร่วมงานกำลังโยนงานให้ แต่หากเกิดซ้ำบ่อยๆ อ้างเหตุผลเดิมๆ ทำให้ภาระงานของเพื่อนร่วมทีมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ควรเริ่มพูดคุยและแบ่งขอบเขตงานให้ชัดเจน เพราะการช่วยเหลือกันเป็นเรื่องปกติของการทำงานเป็นทีม แต่ไม่ควรทำให้ใครคนหนึ่งต้องกลายเป็นคนรับภาระเพิ่มอยู่ตลอดเวลา