หลายคนมักตื่นมาพร้อมความรู้สึกคอแห้งผากเหมือนไม่ได้ดื่มน้ำมาทั้งคืน และมักเข้าใจผิดว่าเกิดจากพฤติกรรมการกิน แต่แท้จริงแล้วสภาพแวดล้อมใกล้ตัวในห้องนอนคือปัจจัยสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ห้องนอนอาจกำลังดึงความชื้นออกจากร่างกายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจกระทบระยะยาวต่อสุขภาพ
เช็ก 4 สาเหตุในห้องนอน ตัวการรบกวนคุณภาพการนอน
1. เปิดแอร์เย็นจัด หรือนอนให้ลมแอร์เป่าโดยตรง
หนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้ตื่นมาแล้วรู้สึกคอแห้งหรือแสบคอ คือการเปิดเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิต่ำเกินไป โดยเฉพาะเมื่อนอนอยู่ในตำแหน่งที่ลมแอร์พัดกระทบตัวหรือใบหน้าโดยตรงตลอดทั้งคืน แนะนำให้ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เป็น 25-26 องศาเซลเซียส และปรับบานสไลด์แอร์ให้ทิศทางลมไม่พุ่งตรงมายังลำตัวหรือใบหน้า นอกจากนี้ การวางแก้วน้ำหรือภาชนะใส่น้ำไว้ใกล้ๆ เตียงนอน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศได้
2. พฤติกรรมการนอนหายใจทางปากโดยไม่รู้ตัว
หลายคนอาจนอนอ้าปากหรือหายใจทางปากโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาการคัดจมูก ภูมิแพ้ ผนังกั้นช่องจมูกคด หรือในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น การหายใจทางปาก อากาศจะผ่านเข้าสู่ช่องปากและลำคอโดยตรง ทำให้ความชื้นในช่องปากลดลง จึงอาจเป็นสาเหตุให้ตื่นมาแล้วรู้สึกปากแห้ง คอแห้ง หรือระคายเคืองคอได้
3. ความชื้นในห้องนอนไม่เหมาะสม
ความชื้นในห้องนอนที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 40-60% หากต่ำเกินไป อากาศแห้งอาจทำให้เยื่อบุจมูกและลำคอสูญเสียความชุ่มชื้น จนตื่นมาคอแห้งหรือระคายคอได้ ขณะเดียวกัน ห้องที่อับหรือมีความชื้นสูงอาจเอื้อต่อการสะสมของไรฝุ่น เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ ผู้ที่เปิดแอร์เป็นประจำจึงควรตรวจวัดความชื้น และหากอากาศแห้งเกินไปอาจใช้เครื่องเพิ่มความชื้น พร้อมหมั่นทำความสะอาดและเปิดห้องให้อากาศถ่ายเท
4. เปิดพัดลมเป่าจ่อใบหน้าหรือลำตัวตลอดคืน
การเปิดพัดลมเป่าใบหน้าหรือศีรษะโดยตรงเป็นเวลานาน อาจทำให้ความชื้นบริเวณปากและลำคอลดลง จนตื่นมารู้สึกคอแห้งหรือระคายคอ นอกจากนี้ ลมยังอาจพัดฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ให้ฟุ้งกระจาย กระตุ้นอาการคัดจมูกในบางคนได้ ควรวางพัดลมให้ห่างจากเตียง ใช้ระบบส่ายแทนการเป่าจ่อ และหมั่นทำความสะอาดใบพัดกับตะแกรงเพื่อลดฝุ่นสะสม
อาการตื่นมาคอแห้ง ไม่ได้เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมขณะนอน เช่น แอร์เย็นจัด ลมเป่าโดยตรง หรืออากาศแห้ง การปรับปัจจัยเหล่านี้อาจช่วยลดอาการได้ แต่หากคอแห้งเรื้อรัง หรือมีอาการผิดปกติขณะหลับร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง