“ไม่ว่าวันนี้ผมจะเก่งพอหรือไม่ ก็จะทำให้เต็มที่แบบ ทุ่มสุดใจ ขอบคุณทุกกำลังใจและแรงบันดาลใจที่ผลักดัน ให้ผมอยากจะพัฒนาตัวเองแบบไม่หยุดหย่อนนะครับ”... “นก-ไชยชนก ชิดชอบ” ทายาทนักการเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งเติบโตมาใต้ร่มเงาของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ประกาศไว้ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทยลงเล่นการเมืองระดับประเทศ จนวันนี้กำลังพิสูจน์ฝีมือในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดของสังคม

ทำไมคนชอบโยง “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” เข้ากับทุกความเคลื่อนไหวทางการเมือง

พูดถึงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ คนใกล้ชิดมีไม่เยอะ แต่กว่าจะเข้าใกล้ชิดได้ต้องถามว่าทำยังไงก่อน คนที่จะเข้าใกล้ชิดคุณพ่อ (เนวิน ชิดชอบ), หัวหน้าพรรค “นายกฯอนุทิน” หรือฝ่ายบริหารของทางพรรค จะใกล้ชิดจากการทำงานก่อนนะครับ มันไม่เคยมีแบบว่าเสน่หา เราชอบคนนี้ดึงมาใกล้ชิด มันจะไม่ใช่ ทุกอย่างเริ่มต้นจากการทำงานก่อนเสมอ พอได้ทำงานด้วยกัน แล้วทำงานได้ดีได้ผลลัพธ์ที่มีศักยภาพและมีประสิทธิภาพ ก็ได้โอกาสทำงานมากขึ้น ทำงานด้วยกันมากขึ้น ได้พิสูจน์ผลงานมากขึ้น ก็ยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น ฉะนั้นกว่าจะมาใกล้ชิดกัน มันคือการพิสูจน์ตัวเอง และพิสูจน์ผลงานความสามารถของเขาในมิติต่างๆ ถ้ามองว่าใกล้ชิดเลยได้เป็นโน่นนี่มันไม่ใช่ ผมว่าเขาได้เป็นโดยความสามารถและการพิสูจน์ผลงานของเขา แต่การพิสูจน์ผลงานของเขานั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาได้ใกล้ชิด ถ้าพูดถึงคณะรัฐมนตรีผมบอกเลยว่าทุกคนเก่งมากๆ และเก่งกว่าผมด้วย เก่งในหลายมิติและหลากหลายรูปแบบ ทั้งในการเข้าใจประชาชนและการทำงานในระบบราชการ


เกิดเป็นลูกพ่อเนวินและแม่กรุณา ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะไหม

การเป็นลูกของพ่อเนวินและแม่ต่าย (กรุณา ชิดชอบ) ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นในหลายเรื่องมากๆครับ แต่ก็ยากขึ้นในหลายเรื่องเช่นกัน ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ง่ายขึ้นผมก็ต้องขอบคุณ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสต่างๆตั้งแต่เด็กจนโต เราได้ใช้ชีวิตและเติบโตมาในรูปแบบที่ได้ใช้ประสบการณ์หลากหลายมุมมองหลากหลายสังคม ไม่ได้ต้องมีภาระหนี้สิน หรือความวิตกกังวลในการเอาตัวรอดต่างๆ มันเป็นบุญมหาศาลและสิ่งที่ผมซาบซึ้งใจ การที่เราได้เจอคนหลายรูปแบบตั้งแต่วัยเด็ก การที่เราได้ไปสัมผัสชีวิตต่างประเทศ ทุกอย่างทำให้เรามีกรอบความคิดที่กว้างขึ้น ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตผมง่ายขึ้นมากๆ แต่ในมุมที่ทำให้ชีวิตยากขึ้น คือทุกคนจะมีความคาดหวังในอีกรูปแบบหนึ่ง ทุกคนจะคิดและเข้าใจเราไปในอีกรูปแบบหนึ่งจากสิ่งที่เป็นผลงานของคุณพ่อคุณแม่ ทั้งๆที่บางทีเราก็อาจจะไม่มีแพชชันแบบนั้น เช่น ด้านการเมือง ให้ผมไปบอกทุกคนว่าผมไม่สนใจเล่นการเมือง ก็คงไม่ได้เชื่อกันซะทุกคน ผมต้องเจอกับสิ่งที่คนตัดสินเราก่อนที่จะได้รู้จักตัวตนแท้จริง

รู้สึกยังไงถูกเรียก “หัวหน้าแก๊งรัฐมนตรีลูกเทพ” เข้ามาเพราะเส้นใหญ่

ผมว่าไม่ผิดที่จะคิดและมองแบบนี้ ยังไงผมก็เป็นเลขาธิการพรรค, หลานหัวหน้าพรรค และลูกของท่านเนวิน ชิดชอบ ตรงนี้มันปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถามว่าการที่จะได้มาเป็นรัฐมนตรี มันไม่ใช่เป้าหมายในชีวิตผม ไม่มีทางที่ท่านนายกฯอนุทิน หรือผู้บริหารพรรคคนใดก็ตามจะเลือกในเรื่องของเส้นสายมาก่อนผลลัพธ์หรือผลงานในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน แต่ผมยอมรับว่ามันก็เกี่ยวเหมือนกัน การที่เราสนิทกันรู้จักกันได้ทำงานใกล้ชิดกันมาก่อน เขาถึงรู้ว่าผมสามารถทำงานนี้ได้ คงปฏิเสธไม่ได้ซะทีเดียวในเรื่องเส้นสาย แต่จะบอกว่าเป็นเพราะเส้นสายอย่างเดียวไม่มีผลงานเลย ผมว่าคงไม่ใช่


มีดราม่าเยอะ โดยเฉพาะเรื่องวุฒิการศึกษา?

เรื่องวุฒิการศึกษาผมไม่เคยปิดบัง ผมพูดมาตลอดว่าผมไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็ก มีการซ้ำชั้นมีไปฝึกงาน พอวีซ่าหมดเกิดปัญหา ผมก็กลับมา และเรียนระหว่างทำงานที่ “ม.เฉลิมกาญจนา” เกือบไม่ผ่าน ด้วยเพราะต้องเขียนเป็นภาษาไทย อันนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยปิดบัง ผมคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่ใช่คนที่ไม่มีผลงานใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมฟุตบอล, การพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์, สร้างทีมสปอร์ต และพาเด็กไทยไปแชมป์โลก ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ไม่ได้มาง่ายๆ มันเป็นสิ่งที่ติดตัวผมมา ผมเข้าใจในข้อครหา แต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมท้อแท้ มันคือตัวตนของผมที่ผมยอมรับ และสุดท้ายก็ผลงานนั่นแหละเป็นตัวเดียวที่จะเป็นสิ่งชี้วัดว่าวุฒิการศึกษาหรือไม่วุฒิการศึกษาก็ไม่เกี่ยว เส้นหรือไม่เส้นก็ไม่เกี่ยว ตราบใดที่ผมสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงภายใต้ภาระหน้าที่ที่ผมรับผิดชอบอยู่ได้ อันนั้นคือสิ่งที่จะพิสูจน์ทุกอย่าง สิ่งสำคัญอยู่ตรงนั้นมากกว่า

“พ่อเนวิน” และ “แม่กรุณา” มีสอนหรือให้วิชาเอาตัวรอดบ้างไหม

 จริงๆมีหลายอย่าง ท่านทั้งสองรู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน ผมโตมาไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาทะเลาะกับใคร ผมเคยเป็นทหาร ผมเคยบวชจะไม่สึก!! พอเขามาเห็นเราที่ต้องได้รับแรงปะทะจากสังคมแบบนี้ มันก็กระทบจิตใจพวกเขาเหมือนกัน เพราะพวกเขาเป็นคนที่รักเรา ถามว่าท่านสอนอะไร ก็สอนว่าต้องอดทน!! จริงๆแล้วคำสอนของคุณพ่อคุณแม่ไม่ใช่คำสอนแบบมานั่งพูดคุยกัน แต่จะสอนด้วยการกระทำ เป็นต้นแบบให้ดู ถ้าจะมีบทเรียนไหนที่ท่านพูดกับผมตั้งแต่ยังไม่เป็นนักการเมืองจนมาเป็นนักการเมือง คุณพ่อจะบอกเสมอว่าเราต้องทำงานให้ได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนดี, คนไม่ดี, คนเก่ง หรือคนไม่เก่ง เพราะทุกคนล้วนมีข้อดีข้อสำคัญของเขา เราจะเอาความต้องการของเราเป็นที่ตั้งไม่ได้ ช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี ผมก็ได้เรียนรู้บทเรียนนี้พอสมควร ท่านให้เอางานและเอาผลลัพธ์เป็นที่ตั้ง อย่าเอาความรู้สึกของเราเป็นที่ตั้ง


ทำงานการเมืองใกล้ชิดกับ “นายกฯอนุทิน” งอนกันบ่อยไหม

ถ้าอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวผมจะเรียกท่านว่า “อาหนู” แต่ถ้าอยู่กับข้าราชการหรือเวลาทำงาน ผมก็จะเรียกท่านว่า “ท่านนายกฯ” หรือ “ท่านหัวหน้า” แต่แกก็จะงอนบ้างว่าทำไมไม่เรียก “อา” คือเรารู้สึกว่าต้องให้เกียรติ

มีการสอนงานถ่ายทอดคัมภีร์การเมืองให้บ้างไหม

จริงๆจากท่านนายกฯและทุกคนเลย ผมมองว่าพวกเราไม่เคยมีเวลามานั่งแล้วบอกว่าเราควรเป็นแบบนี้ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จะเป็นเชิงของการที่ทุกคนทำให้เห็นเป็นตัวอย่างในต้นแบบของตัวเอง แต่ละคนมีสิ่งที่ผมคิดว่ามีความชำนาญ หรือความสามารถที่แตกต่างกัน อย่างท่านนายกฯอนุทิน ผมคิดว่าเป็นหนึ่งในคนที่ขยันที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ ตั้งแต่เช้ายันดึกก็ยังคุยงานอยู่ ไม่เคยเหนื่อย ท่านนายกฯเป็นคนที่รับมือได้ทุกสถานการณ์ เป็นคนที่บริหารจัดการเชิง relationship ได้ในรูปแบบที่น่าประทับใจ เป็นต้นแบบของผมในเรื่องสกิลทางการเมือง และเป็นต้นแบบในหลายๆอย่าง ตอนนี้ผมมีไอดอลเพิ่มอีกคนครับคือ “ท่านรองนายกฯปกรณ์ นิลประพันธ์” ท่านเป็นหนึ่งในคนที่คอนทริบิวต์มากที่สุดและอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ยังคิดจะบวชไม่สึกอีกไหม?

ละได้หมดแล้วครับยกเว้นอย่างเดียว คือรู้สึกว่ายังมีสิ่งที่จะต้องตอบแทนบุญคุณของคุณพ่อ ตอนนั้นความสุขต่างๆ, โทรศัพท์ หรือครอบครัว ผมปล่อยวางไปหมดแล้ว แต่รู้ว่ายังมีสิ่งที่ท่านคาดหวัง และเรายังทำตอบแทนให้ได้ไม่ดีพอ

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มทางรายการ “Thairath politics” ทุกช่องทางไทยรัฐออนไลน์ เจาะลึกเบื้องหลังชีวิตการทำงาน, มรสุมการเมืองรอบทิศ, เรื่องหัวใจ และเคลียร์ทุกข้อครหาที่สังคมจับตามอง รวมถึงประเด็นร้อนโครงการ TH–AI Passport ที่เจ้าตัวยืนยันไม่มีการล็อกสเปกให้กลุ่มทุน!!


ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ


อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่