ทาสแมวหลายคนน่าจะเคยเจอโมเมนต์ที่เจ้าเหมียวซึ่งเคยเดินตาม อ้อนเก่ง หรือมานอนใกล้ๆ จู่ๆ กลับทำตัวห่างเหิน เรียกแล้วไม่หัน เดินหนี หรือหลบไปอยู่เงียบๆ จนอดสงสัยไม่ได้ว่า “แมวงอนเราอยู่หรือเปล่า?

แม้ในทางพฤติกรรมสัตว์จะไม่สามารถสรุปได้ตรงๆ ว่าแมว “งอน” หรือ “น้อยใจ” แบบเดียวกับมนุษย์ แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างกะทันหันอาจเป็นวิธีที่แมวกำลังบอกว่า รู้สึกเครียด กลัว ไม่สบายใจ หรือไม่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของในขณะนั้น เจ้าของจึงควรสังเกตภาษากายและพฤติกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย

เช็ก 5 วิธีสังเกตว่าแมวงอน แมวน้อยใจ สัญญาณที่เจ้าของอาจมองข้าม

แม้แมวจะพูดไม่ได้ แต่พฤติกรรมและภาษากายหลายอย่างสามารถบอกได้ว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกไม่สบายใจ เครียด หรือไม่พอใจกับบางสิ่ง หากน้องเหมียวที่เคยอ้อนจู่ๆ เปลี่ยนไป ทาสอาจต้องลองสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้ให้ดี 

1. จากเคยติดแจ กลายเป็นเดินหนี ไม่อยากเข้าใกล้

จากที่เคยเรียกปุ๊บเดินมาหา แต่จู่ๆ กลับเมินหน้าและเดินหนี อาจเป็นสัญญาณว่าแมวกำลังเครียดหรือรู้สึกไม่สบายใจ หากน้องพยายามหลีกเลี่ยงหรือไม่อยากเข้าใกล้ ไม่ควรตามไปกอด อุ้ม หรือบังคับให้มีปฏิสัมพันธ์ ลองเว้นพื้นที่ส่วนตัวให้น้องได้สงบอารมณ์ และรอให้เจ้าเหมียวเป็นฝ่ายเดินกลับมาหาเองจะดีกว่า

2. แมวหลบหน้า ไปซ่อนตัวเงียบๆ

การมุดใต้เตียง เข้ากล่อง หรือหลบไปอยู่ตามมุมเงียบๆ อาจดูเหมือนน้องกำลัง “งอนแล้วหนีไปซ่อน” แต่จริงๆ แล้วการซ่อนตัวเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่แมวใช้รับมือเมื่อรู้สึกเครียด กลัว หรือไม่สบายใจ หากซ่อนตัวนานผิดปกติร่วมกับเบื่ออาหารหรือการขับถ่ายเปลี่ยนไป ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

3. สะบัดหางแรง หูเอนไปด้านหลัง

แมวอาจแสดงความไม่พอใจผ่านภาษากาย เช่น สะบัดหางแรง หูเอนไปด้านข้างหรือด้านหลัง และรูม่านตาขยาย สัญญาณเหล่านี้อาจบอกว่าน้องกำลังตื่นตัว ไม่สบายใจ หรือถูกกระตุ้นจากการเล่นและสัมผัสมากเกินไป หากสังเกตเห็นระหว่างเล่นหรือลูบตัว ควรหยุดและเว้นระยะ เพราะฝืนต่ออาจทำให้น้องขู่ ตะปบ หรือกัดได้

4. ขู่ ฟ่อ ตะปบ หรือไม่ยอมให้จับ

จากแมวแสนหวานจู่ๆ กลายเป็นเจ้าเหมียวสายโหด จับนิดเดียวก็ฟ่อหรือตั้งท่าเตรียมตะปบ อย่าเพิ่งคิดว่าแค่งอน
พฤติกรรมก้าวร้าวอาจเกิดจากความกลัว ความเครียด ถูกสัมผัสมากเกินไป หรือแม้แต่ความเจ็บปวดในร่างกาย
จึงไม่ควรดุ ตี หรือลงโทษ แต่ควรเว้นระยะและสังเกตอาการ เพราะการลงโทษอาจยิ่งทำให้แมวกลัวมากขึ้น

5. ไม่สนใจของเล่นหรือกิจกรรมที่เคยชอบ

เรียกก็ไม่มา ของเล่นชิ้นโปรดก็ไม่แตะ จากที่เคยวิ่งเล่นสนุกสนานกลับนอนนิ่ง อาจบอกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
โดยเฉพาะหากพฤติกรรมเปลี่ยนอย่างกะทันหัน และมีอาการซึม เบื่ออาหาร หลบซ่อน หรือไม่ยอมให้สัมผัสร่วมด้วย
อย่าเพิ่งเหมารวมว่าแมวกำลัง “งอน” เพราะการไม่อยากเล่นหรือแยกตัวอาจเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วยได้เช่นกัน

ทำอย่างไรเมื่อ "แมวงอน" วิธีทำให้เจ้าเหมียวกลับมาอารมณ์ดี

เมื่อรู้สึกว่าน้องเริ่มตีตัวออกห่าง สิ่งสำคัญคืออย่าฝืนเข้าไปกอด อุ้ม หรือตามตื๊อ แต่ควรให้พื้นที่ส่วนตัวและจัดมุมสงบที่แมวสามารถหลบพักได้ จากนั้นค่อยสร้างประสบการณ์ดีๆ ด้วยการเล่น ของกิน หรือการสัมผัสในแบบที่น้องเป็นฝ่ายยอมรับ

นอกจากนี้ ลองสังเกตด้วยว่าช่วงก่อนพฤติกรรมเปลี่ยนมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ เช่น มีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ ย้ายบ้าน เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ มีแขกหรือเสียงดัง เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและกิจวัตรสามารถสร้างความเครียดให้แมวได้

สรุป “แมวงอน” อาจเป็นภาษากายที่กำลังบอกอะไรบางอย่าง

อาการเดินหนี หลบซ่อน สะบัดหาง ไม่ยอมให้จับ หรือไม่สนใจเล่น อาจดูเหมือนเจ้าเหมียวกำลัง “งอน” หรือน้อยใจเจ้าของ แต่จริงๆ แล้วพฤติกรรมเหล่านี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความเครียด ความกลัว การถูกกระตุ้นมากเกินไป ไปจนถึงความเจ็บป่วย

ทาสแมวจึงควรสังเกตว่า พฤติกรรมนั้นแตกต่างจากนิสัยปกติของน้องมากแค่ไหน หากเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เป็นต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น ไม่กินอาหาร ซึม ขับถ่ายผิดปกติ หรือแสดงอาการเจ็บเมื่อถูกสัมผัส ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรคิดว่า “เดี๋ยวหายงอนเอง” เพียงอย่างเดียว

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง