อาการอิ่มจนจุก และรู้สึกผิดหลังเดินออกจากร้านบุฟเฟต์เป็นเรื่องที่หลายคนต้องเคยเจอ แต่ความจริงแล้วการกินมื้อใหญ่เพียงมื้อเดียวไม่ได้ทำให้อ้วนขึ้นแบบข้ามคืน น้ำหนักที่พุ่งขึ้นบนตาชั่งมักเป็นเพียงน้ำที่ร่างกายกักเก็บไว้เพราะรับโซเดียมมากเกินไป สิ่งสำคัญคือการกู้ร่างและจัดระเบียบมื้อถัดไปเพื่อปรับสมดุลร่างกาย ให้กลับมาเบาสบายและไม่สะสมไขมัน
กินบุฟเฟต์แล้วกลัวอ้วน ทำไงดี?
- ดื่มน้ำเปล่าให้เยอะ เพื่อไล่โซเดียม
หลังจากจัดเต็มกับน้ำซุปเข้มข้นหรือน้ำจิ้มรสแซ่บ ร่างกายจะกักเก็บน้ำไว้เพื่อเจือจางความเค็ม ทำให้เกิดอาการตัวบวม สิ่งแรกที่ต้องทำในวันรุ่งขึ้นคือการเติมความชุ่มชื้น โดยควรตั้งเป้าจิบน้ำเปล่าให้ได้ 2-3 ลิตรตลอดทั้งวัน การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยกระตุ้นให้ไตขับโซเดียมส่วนเกินออกมาทางปัสสาวะได้เร็วขึ้น และช่วยลดอาการบวมน้ำจากมื้อหนักได้อย่างเห็นผล
- พักกระเพาะ ยืดเวลามื้อถัดไป
ให้เวลาระบบย่อยอาหารได้พักผ่อนบ้าง หากกินบุฟเฟต์มื้อเย็นจนอิ่มจุก เช้าวันถัดมาไม่จำเป็นต้องฝืนกินอาหารเช้าหากยังไม่รู้สึกหิว แนะนำให้ยืดเวลาเว้นมื้ออาหารเบาๆ ประมาณ 12-14 ชั่วโมงหลังจากการกินคำสุดท้าย โดยอาจจะเริ่มต้นตอนเช้าด้วยการจิบน้ำเปล่า กาแฟดำ หรือชาใสที่ไม่ใส่น้ำตาล แล้วรอให้ร่างกายส่งสัญญาณหิวจริงๆ ค่อยเริ่มจัดมื้อแรกของวัน
- เน้นโพแทสเซียม และโปรตีนลีนๆ ในมื้อต่อไป
เมื่อถึงเวลาต้องกินอาหาร ให้เน้นวัตถุดิบที่ช่วยปรับสมดุลและไม่เพิ่มภาระให้ระบบย่อย ควรเลือกอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงอย่างกล้วยหอม น้ำมะพร้าว หรือมันหวาน ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยลดอาการบวมน้ำ พร้อมกับเสริมโปรตีนที่ย่อยง่าย และไขมันต่ำอย่างเนื้อปลาต้ม ไข่ต้ม หรืออกไก่ และอย่าลืมเพิ่มไฟเบอร์ด้วยผักใบเขียวเพื่อช่วยกวาดล้างของเสียในระบบขับถ่าย ที่สำคัญคืองดของทอด ของมัน และอาหารแปรรูปในมื้อนี้ไปก่อนอย่างเด็ดขาด
- ขยับร่างกายเบาๆ เผาผลาญพลังงานตกค้าง
พลังงานจากบุฟเฟต์ที่ใช้ไม่หมดจะถูกเก็บในรูปของไกลโคเจน หากเราขยับร่างกาย พลังงานส่วนนี้จะถูกดึงมาใช้ก่อนที่จะเปลี่ยนสภาพไปเป็นไขมันสะสม ลองหาเวลาออกไปเดินเล่นแกว่งแขนเบาๆ หรือทำงานบ้านขยับเขยื้อนร่างกายประมาณ 30-45 นาที เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายแบบหักโหมหรือกระโดดรุนแรงทันทีหากร่างกายยังรู้สึกจุกแน่น
สำหรับใครที่กินบุฟเฟต์ แล้วกลัวอ้วน ไม่ต้องกังวลไป เพราะการกินบุฟเฟต์ คือ การให้รางวัลตัวเอง เติมความสุขอย่างเต็มที่ เพียงแค่ทำตามวิธีด้านบน และรู้จักดึงตัวเองกลับมาสู่โหมดปกติ มีวินัยในการเลือกอาหารในวันถัดไปเท่านี้ก็เพียงพอ