ฟอร์บส์ (Forbes) นิตยสารการเงินชั้นนำระดับโลก ได้เปิดเผยรายงานการจัดอันดับ The Best Places To Retire Abroad In 2026 ซึ่งคัดเลือก 24 ประเทศยอดเยี่ยม พร้อม 96 เมืองน่าอยู่ทั่วทั้ง 5 ทวีปที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณมากที่สุดในโลก
โดยในปีนี้ "ประเทศไทย" ยังคงโชว์เสน่ห์อันโดดเด่น สามารถคว้าตำแหน่งติดอันดับ หนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับสากล ร่วมกับประเทศชั้นนำทั่วโลกอย่างภาคภูมิ
ทำไมชาวต่างชาติถึงเลือกหันหลังให้บ้านเกิด แล้วย้ายไปเกษียณต่างแดน
ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น และความวุ่นวายทางการเมืองในหลายประเทศตะวันตก กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้คนวัยเกษียณตัดสินใจเก็บกระเป๋าออกเดินทาง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสถิติของผู้รับสวัสดิการสังคม ของสหรัฐอเมริกาที่ย้ายไปอาศัยในต่างประเทศ ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 712,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 20% ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา
หลายครอบครัวยอมขายบ้านและทรัพย์สินทั้งหมดในประเทศบ้านเกิด เพื่อออกตามหาชีวิตหลังเกษียณที่มีคุณภาพภายใต้ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดลงเกือบครึ่งหนึ่ง โดยมุ่งเน้นไปยังประเทศที่ช่วยให้พวกเขาสามารถเสพเสพไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรได้มากกว่าเดิม
เกณฑ์คัดเลือก ก่อนขึ้นแท่นสวรรค์วัยเกษียณ
การจัดอันดับในปี 2026 ของ Forbes ได้พิจารณาปัจจัยสำคัญอย่างรอบด้าน เพื่อให้ผู้ที่กำลังวางแผนเกษียณใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยเริ่มจากความคุ้มค่าของค่าครองชีพและราคาที่พักอาศัยที่ต้องประหยัดกว่าประเทศต้นทาง ตามมาด้วยมาตรฐานระบบการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และค่ารักษาพยาบาลที่เข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับนโยบายของรัฐบาลในการเปิดรับผู้สูงอายุต่างชาติ ความสะดวกในการขอวีซ่าพำนักระยะยาวหรือวีซ่าเกษียณอายุ สภาพแวดล้อมทางสังคม สถิติอาชญากรรมที่ต่ำ และความสะดวกในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ
ที่น่าสนใจคือ การจัดอันดับครั้งนี้ยังเน้นประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติอย่างเข้มงวด ส่งผลให้บางประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีความเสี่ยงภัยธรรมชาติสูงติดอันดับโลกอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ถูกตัดออกจากลิสต์การจัดอันดับในปีนี้
เปิดโผ 24 ประเทศยอดฮิต น่าเกษียณที่สุดในโลก ปี 2026
ไทยเด่นบนเวทีโลก พร้อม 2 ประเทศน้องใหม่
ประเทศไทยยังคงครองใจชาวต่างชาติและได้รับการยกย่องเป็นสวรรค์ของวัยเกษียณ ด้วยจุดเด่นด้านค่าครองชีพที่สบายกระเป๋า ระบบการแพทย์และโรงพยาบาลระดับไฮเอนด์ที่ได้มาตรฐานสากล อาหารการกินที่สมบูรณ์ สภาพอากาศที่อบอุ่น และอัธยาศัยไมตรีของคนไทยที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน โดยมี 4 เมืองไฮไลต์ที่ Forbes แนะนำเป็นพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, เกาะสมุย และภูเก็ต
นอกจากประเทศไทยแล้ว ในภูมิภาคเอเชียยังมีมาเลเซีย และประเทศน้องใหม่ที่เพิ่งติดโผเป็นครั้งแรกในปีนี้อย่างเวียดนาม ส่วนทวีปยุโรปถือเป็นภูมิภาคที่ครองแชมป์ติดอันดับมากที่สุดถึง 12 ประเทศ นำโดยหมุดหมายยอดฮิตอย่าง โปรตุเกส สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส กรีซ และออสเตรีย ร่วมด้วยประเทศที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพชีวิตอย่าง ไอร์แลนด์ มอลตา ไซปรัส แอลเบเนีย มอนเตเนโกร และสโลวีเนีย
ข้ามมาที่ฝั่งทวีปอเมริกา มีตัวเลือกที่น่าสนใจตั้งแต่นครตอนเหนืออย่างแคนาดาและเม็กซิโก ไล่ลงมาถึงฝั่งอเมริกากลางและอเมริกาใต้อย่าง คอสตาริกา เบลีซ ปานามา โคลอมเบีย อาร์เจนตินา และอุรุกวัย ปิดท้ายด้วยตัวแทนจากทวีปแอฟริกาอย่าง มอริเชียส เกาะสวรรค์แห่งมหาสมุทรอินเดีย ที่ก้าวเข้ามาติดอันดับเป็นครั้งแรกในปีนี้เช่นเดียวกัน
การติดอันดับของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในลิสต์ระดับโลกประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่า นิยามของการใช้ชีวิตหลังเกษียณไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศบ้านเกิดอีกต่อไป แต่คือการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในบั้นปลายชีวิต ที่ลงตัวทั้งความสุข ความคุ้มค่า และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ข้อมูล : forbes
ภาพ : istock