วันแม่ อาจเป็นวันที่หัวใจของใครหลายคนต้องเผชิญกับความเงียบเหงาและการสูญเสีย ชวนสำรวจ 5 วิธีฮีลใจในวันที่ไม่มีแม่อยู่ข้างๆ เพื่อเปลี่ยนความทรงจำให้กลับมาเป็นพลังในการดำเนินชีวิต

ทำความเข้าใจ “ความเศร้าในวันแม่” เมื่อแม่ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว

เมื่อเทศกาลวันแม่เวียนมาถึง ภาพการแสดงความรัก ดอกเข็ม หรือข้อความถวายพรบนโลกออนไลน์ อาจกลายเป็นสิ่งที่คอยตอกย้ำถึงความตระหนักรู้ว่า “เราไม่มีแม่อยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้ว” ความรู้สึกจุกแน่น ความโหยหา หรือแม้กระทั่งความดิ่งของอารมณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือความอ่อนแอแต่อย่างใด

ข้อมูลจากหลักจิตวิทยาการรับมือความสูญเสีย (Grief Counseling) ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Anniversary Reaction” หรือปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นเมื่อครบรอบวันสำคัญ การที่หัวใจรู้สึกเศร้าโศกซ้ำอีกครั้งเป็นกระบวนการธรรมชาติของการทำงานของสมองและจิตใจในการประมวลผลความทรงจำ

หากวันแม่ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่คุณต้องผ่านมันไปโดยไม่มีคุณแม่อยู่ข้างกาย ลองใช้ 5 แนวทางฮีลใจเหล่านี้เพื่อดูแลความรู้สึกของตัวเอง

5 วิธีฮีลใจในวันแม่ เปลี่ยนความทรงจำให้เป็นพลัง

1. อนุญาตให้ตัวเองแสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา

ไม่จำเป็นต้องฝืนยิ้มหรือทำเป็นเข้มแข็งหากหัวใจยังรู้สึกเจ็บปวด การร้องไห้ การยอมรับว่าคิดถึง หรือการนั่งซึมซับความรู้สึกเศร้าคือขั้นตอนสำคัญในการเยียวยาตนเอง การปิดกั้นอารมณ์ความรู้สึกกลับจะทำให้ความเสียใจนั้นสะสมอยู่ภายในยาวนานกว่าเดิม

2. ทำกิจกรรมเพื่อระลึกถึงคุณแม่ในแบบของตัวเอง

เปลี่ยนจากการหลีกเลี่ยง มาเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการคิดถึง เช่น

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • ทำอาหารเมนูโปรดที่คุณแม่เคยทำให้ทาน
  • เขียนจดหมายถึงคุณแม่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตช่วงที่ผ่านมา
  • จุดธูป ทำบุญ ตักบาตร หรือบริจาคทานในนามของคุณแม่
  • นำของขวัญหรือดอกไม้ไปวางในสถานที่แห่งความทรงจำ

3. ปรับการเสพสื่อและโซเชียลมีเดียเท่าที่หัวใจไหว

หากฟีดโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยภาพบรรยากาศวันแม่ที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจ การพาตัวเองออกมาจากโลกออนไลน์ชั่วคราว (Social Media Detox) ถือเป็นทางเลือกที่ดี การกดพักการแจ้งเตือนหรือปิดหน้าจอ แล้วหันมาทำกิจกรรมส่วนตัว จะช่วยลดปัจจัยกระตุ้นความรู้สึกภายนอกได้เป็นอย่างดี

4. ส่งต่อความรักที่คุณแม่เคยได้รับ ผ่านการทำสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่น

ความรักที่คุณแม่เคยมอบให้อย่างอบอุ่น ไม่จำเป็นต้องสูญหายไปพร้อมกับการจากไป คุณสามารถส่งต่อพลังความรักนั้นด้วยการเป็นผู้ให้ เช่น การร่วมบริจาคสิ่งของให้มูลนิธิเด็กกำพร้า การดูแลผู้สูงอายุ หรือการทำกิจกรรมจิตอาสา ซึ่งช่วยแปลงความทรงจำแห่งความรักให้กลายเป็นคุณค่าแก่สังคม

5. กอดตัวเองและโอบรับคนที่ยังอยู่ข้างๆ

ในวันที่ปราศจากอ้อมกอดของคุณแม่ อย่าลืมกอดและขอบคุณตัวเองที่เติบโตและผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากมาได้จนถึงวันนี้ รวมถึงการใช้เวลาอยู่กับครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนสนิทที่พร้อมรับฟังและเคียงข้าง เพราะความอบอุ่นจากคนที่ยังอยู่รอบตัวจะช่วยเติมเต็มช่องว่างในหัวใจได้เสมอ

เมื่อไรที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?

ความรู้สึกเศร้าโศกเป็นเรื่องปกติ แต่หากความเศร้าเริ่มส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ การทำงาน การรับประทานอาหาร หรือมีภาวะหมดพลังในการดำเนินชีวิตติดต่อกันนานหลายสัปดาห์ การเข้าพบจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยาคลินิกเพื่อขอคำปรึกษา จะช่วยให้คุณได้รับเครื่องมือทางจิตวิทยาในการก้าวผ่านความสูญเสียได้อย่างปลอดภัย