วันแม่ 2569 นอกจากพาแม่ไปกินข้าว ซื้อของขวัญ หรือกลับบ้านไปใช้เวลาร่วมกันแล้ว อีกหนึ่งของขวัญที่มีคุณค่าไม่แพ้กันคือการชวนแม่ดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน และมีโอกาสพบโรคเรื้อรังหรือความเสื่อมของอวัยวะบางอย่างเพิ่มขึ้น
การดูแลผู้สูงอายุจึงไม่ควรดูเฉพาะว่า “มีโรคอะไรหรือไม่” แต่ควรประเมินทั้งสุขภาพร่างกาย ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน ความจำ สุขภาพจิต การมองเห็น การได้ยิน ตลอดจนความเสี่ยงต่อการหกล้ม เพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ชวนแม่อายุ 60 ปีขึ้นไป มาเช็ก 7 เรื่องสุขภาพสำคัญ ที่ลูกๆ ไม่ควรมองข้าม
1. โรคเรื้อรังและสุขภาพหัวใจ ต้องรู้ตัวเลขพื้นฐานของแม่
เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ คือการติดตามสุขภาพโดยรวมและโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะความดันโลหิต ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด รวมถึงประเมินปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดตามความเหมาะสม
สำหรับคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดผิดปกติ ลูกควรรู้ว่าแม่ได้รับการตรวจติดตามตามนัดหรือไม่ รับประทานยาอะไรอยู่ และมีปัญหาจากการใช้ยาหรือไม่ เพราะการประเมินสุขภาพผู้สูงอายุควรมองทั้งโรค การใช้ยา ความสามารถในการทำกิจวัตรต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
2. ตรวจสายตา อย่าคิดว่ามองไม่ชัดเป็นเรื่องปกติของคนสูงวัย
อาการตามัวหรือมองเห็นไม่ชัดไม่ควรถูกมองข้ามเพียงเพราะอายุมากขึ้น เพราะผู้สูงวัยมีโอกาสพบโรคทางตาหลายชนิด เช่น ต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม และเบาหวานขึ้นจอประสาทตา โดยมีบริการคัดกรองสำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เคยตรวจตาหรือไม่ได้ตรวจในรอบ 1 ปี
หากคุณแม่เริ่มอ่านหนังสือลำบาก มองภาพไม่ชัด เห็นแสงผิดปกติ หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป ควรพาไปพบจักษุแพทย์ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงสายตาตามวัย
3. การได้ยินและการทรงตัว เรื่องเล็กที่กระทบชีวิตประจำวันได้มาก
หากเรียกแม่หลายครั้งแล้วไม่ได้ยิน หรือแม่ต้องเปิดโทรทัศน์เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ อย่าเพิ่งคิดว่าแม่ “ไม่ฟัง” เพราะอาจเกิดจากการได้ยินที่ลดลงตามวัย ควรพาแม่ไปตรวจคัดกรองการได้ยินสำหรับผู้สูงวัย รวมถึงประเมินการกลืน ขณะที่การประเมินผู้สูงอายุแบบองค์รวมยังให้ความสำคัญกับการตรวจการได้ยินด้วย
นอกจากการได้ยินแล้ว ควรสังเกตเรื่องการทรงตัว เช่น เดินเซ เวียนศีรษะ หรือล้มบ่อย เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างอิสระของผู้สูงวัย
4. กระดูก กล้ามเนื้อ และความเสี่ยงหกล้ม
การหกล้มในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นและอาจมีภาวะกระดูกพรุนหรือมวลกล้ามเนื้อลดลงร่วมด้วย การตรวจสุขภาพในวัย 60 ปีขึ้นไปควรให้ความสำคัญกับความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนและความเสื่อมตามวัย
ปัญหาการทรงตัวหรือหกล้ม ภาวะเปราะบาง และมวลกล้ามเนื้อน้อย เป็นกลุ่มปัญหาสำคัญที่ควรได้รับการประเมินในผู้สูงอายุ ลูกจึงควรสังเกตว่าแม่เริ่มเดินช้าลงหรือไม่ ลุกจากเก้าอี้ยากขึ้นหรือเปล่า เคยหกล้มในช่วงที่ผ่านมาไหม รวมถึงจัดบ้านให้เดินสะดวก ลดสิ่งกีดขวางและจุดเสี่ยงต่อการสะดุดล้ม
5. ความจำและสุขภาพใจ อย่ามองข้ามเพราะคิดว่าเป็นธรรมดาของวัย
“แก่แล้วก็ขี้ลืมเป็นธรรมดา” เป็นประโยคที่ไม่ควรใช้ตัดสินทุกอาการ หากแม่เริ่มลืมเรื่องสำคัญซ้ำๆ สับสนกับสถานที่หรือเวลา ทำกิจวัตรที่เคยทำได้ลำบากขึ้น หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
การตรวจสุขภาพผู้สูงวัยสามารถครอบคลุมถึงการประเมินความทรงจำ และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ภาวะหลงลืม ซึมเศร้า สับสน นอนไม่หลับ และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง
ดังนั้น นอกจากถามว่า “แม่กินข้าวหรือยัง” อาจลองถามเพิ่มเติมว่า “ช่วงนี้แม่นอนหลับดีไหม” “มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” เพราะสุขภาพใจมีความสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย
6. การคัดกรองมะเร็ง อย่ารอให้มีอาการก่อน
แม้แม่จะดูแข็งแรงและไม่มีอาการผิดปกติ การคัดกรองมะเร็งบางชนิดยังมีความสำคัญ โดยต้องพิจารณาตามอายุ ประวัติสุขภาพ ประวัติครอบครัว และคำแนะนำของแพทย์
หนึ่งในโรคที่ควรให้ความสำคัญคือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยผู้ที่มีอายุประมาณ 45-50 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีอาการผิดปกติ ก็ควรได้รับการคัดกรอง โดยมีวิธีตรวจ เช่น การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ หรือการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม
7. โภชนาการ น้ำหนัก และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน
ผู้สูงวัยไม่ได้มีเพียงปัญหา “น้ำหนักเกิน” เท่านั้น แต่บางคนอาจกินอาหารได้น้อย น้ำหนักลด สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ หรือเข้าสู่ภาวะเปราะบางโดยที่คนในครอบครัวไม่ทันสังเกต โดยปัญหาการขาดสารอาหาร ภาวะเปราะบาง และมวลกล้ามเนื้อน้อยว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่พบในผู้สูงอายุ
ลองสังเกตง่ายๆ ว่าแม่รับประทานอาหารได้น้อยลงหรือไม่ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ เคี้ยวหรือกลืนอาหารลำบากหรือเปล่า รวมถึงยังสามารถอาบน้ำ แต่งตัว เดิน ทำอาหาร หรือทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ตามปกติหรือไม่ หากความสามารถเหล่านี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
วันแม่แห่งชาติ 2569 หากยังคิดไม่ออกว่าจะให้อะไรแม่ดี การชวนแม่ไปเช็กสุขภาพ พร้อมนั่งฟังผลตรวจและดูแลกันต่อเนื่อง อาจเป็นของขวัญธรรมดาที่มีความหมายต่อสุขภาพของแม่ในระยะยาวมากกว่าที่คิด
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง