ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์มีพิษอย่าง “ตะขาบ” มักหนีน้ำและความชื้นเข้ามาอาศัยตามพื้นที่อับภายในบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ซอกตู้ หรือบริเวณท่อระบายน้ำ การรู้วิธีจัดการอย่างปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อป้องกันอันตรายแก่สมาชิกในครอบครัว

เปิด 5 วิธีกำจัดตะขาบและไล่ตะขาบออกจากบ้านอย่างปลอดภัย

วิธีไล่ตะขาบออกจากบ้านต้องทำยังไง? การรับมือกับตะขาบสามารถทำได้ด้วยการใช้วัตถุดิบธรรมชาติและของใช้ภายในบ้าน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการไล่และควบคุมปริมาณสัตว์มีพิษ ดังนี้

1. ใช้น้ำส้มสายชูหรือสเปรย์สมุนไพร

ตะขาบเป็นสัตว์ที่มีประสาทสัมผัสรับกลิ่นไวมาก การใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ หรือน้ำมันหอมระเหยกลิ่นยูคาลิปตัสและสะระแหน่ (Peppermint) ฉีดพ่นตามช่องว่างหรือซอกอับ จะช่วยส่งกลิ่นฉุนรบกวนและทำให้ตะขาบเลี่ยงที่จะเข้ามาในบริเวณนั้น

2. โรยปูนขาวหรือผงชันรอบจุดเสี่ยง

ปูนขาวและผงชันมีคุณสมบัติเป็นสารเพิ่มความแห้งกร้าน เมื่อโรยไว้บริเวณรอบฐานบ้าน ท่อระบายน้ำ หรือทางเข้า สารดังกล่าวจะทำให้ผิวสัมผัสของตะขาบเกิดการระคายเคืองและไม่กล้าเดินผ่าน

3. ใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานผสมน้ำ

การเทน้ำผสมผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานลงในท่อระบายน้ำหรือบริเวณที่ชื้นแฉะ จะช่วยทำลายแรงตึงผิวและลดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการซ่อนตัวของตะขาบ

4. สเปรย์กำจัดแมลงสูตรเฉพาะ

หากพบตัวตะขาบภายในบ้าน สามารถใช้สเปรย์กำจัดแมลงที่มีส่วนผสมของสารกลุ่มพายรีทรอยด์ (Pyrethroids) ฉีดพ่นโดยตรงเพื่อการควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

5. สกัดด้วยสบู่และน้ำมันกานพลู

การผสมสบู่เหลวกับน้ำมันหอมระเหยกานพลูแล้วนำไปทาหรือฉีดพ่นบริเวณซอกประตูและขอบหน้าต่าง จะช่วยสร้างเกราะป้องกันกลิ่นที่ตะขาบไม่ชอบ

แนวทางป้องกันไม่ให้ตะขาบกลับเข้ามาในบ้าน

จุดเสี่ยงภายในและนอกบ้าน
วิธีการแก้ไขและป้องกัน
ท่อระบายน้ำติดตั้งตะแกรงกันแมลง (Floor Drain) หรือปิดฝาท่อให้สนิทเมื่อไม่ใช้งาน
ซอกประตู / หน้าต่างติดตั้งซีลยางกันแมลงเพื่อปิดช่องว่างใต้ขอบประตู
พื้นที่รอบบ้านตัดแต่งกิ่งไม้ เคลียร์กองใบไม้แห้ง และจัดเก็บขยะอับชื้นอย่างสม่ำเสมอ

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกตะขาบกัด

จากการระบุของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พิษของตะขาบจะส่งผลให้เกิดอาการปวด เกร็ง บวม และแดงบริเวณบาดแผล หากถูกตะขาบกัดควรปฏิบัติตามขั้นตอนเบื้องต้น ดังนี้

  1. ล้างทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ ทันที

  2. ประคบเย็นบริเวณที่ถูกกัดครั้งละ 10-15 นาที เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการบวม

  3. หากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น แน่นหน้าอก หายใจติดขัด หรือมีอาการบวมบริเวณใบหน้าและคอ ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์โดยเร็วที่สุด