ผลสำรวจไทยรัฐโพลเผยคนไทยกว่า 55% ยกให้รถยนต์ไฮบริดตอบโจทย์ที่สุด ปัจจัยหลักคือศูนย์บริการครอบคลุม ขณะที่ EV ยังมีข้อกังวลเรื่องจุดชาร์จ

เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค คนไทยเลือกรถยนต์จากอะไร?

ตลาดยานยนต์ในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานทางเลือกใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม บริบทของสังคมไทยและความสะดวกสบายในการใช้งานจริง ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ของประชาชนในปัจจุบัน

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคโดยไทยรัฐโพล พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเลือกซื้อและใช้งานรถยนต์ ดังนี้:

  • ผู้ตอบแบบสอบถาม 59.33% ให้ความสำคัญกับศูนย์บริการที่ต้องมีเยอะและอะไหล่หาง่าย เป็นปัจจัยอันดับแรกหากต้องเลือกรถสำหรับใช้งาน 5-10 ปี
  • ปัจจัยรองลงมาคือ การเลือกรถที่มีความสูงเพื่อลุยน้ำท่วมหรือขับทางขรุขระได้สบาย คิดเป็น 20.73%
  • เรื่องของราคาขายต่อที่ต้องไม่ตกฮวบ มีผู้ให้ความสำคัญอยู่ที่ 10.85%
  • ประเด็นด้านดีไซน์ล้ำสมัยและเทคโนโลยีจัดเต็ม อยู่ในความสนใจที่ 9.09%

รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ตอบโจทย์คนไทยยุคนี้มากที่สุด

แม้กระแสรถยนต์ไฟฟ้าจะมาแรง แต่เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยในยุคนี้กลับเป็นระบบลูกผสมอย่าง "ไฮบริด"

  • เมื่อถามถึงเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ใช้ชีวิตง่ายที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ 55.67% เลือกรถยนต์ระบบไฮบริด (Hybrid)
  • อันดับสองยังคงเป็นรถยนต์เครื่องยนต์น้ำมัน 100% ที่ 25.63%
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับความนิยมในหัวข้อนี้อยู่ที่ 10.91%
  • รถยนต์ระบบพลังงานทางเลือก เช่น LPG หรือ NGV อยู่ที่ 7.79%
  • ในด้านความประหยัดเพื่อการขับรถเที่ยวอย่างสบายใจ ผู้ตอบแบบสอบถาม 51.28% มองว่าระบบไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันระดับ 32 กม./ลิตร ตอบโจทย์ที่สุด
  • มีเพียง 8.54% ที่มองว่ารถไฟฟ้า 100% ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวได้สุดๆ

...

ข้อกังวลหลัก: ไม่อยากรอนาน และห่วงค่าซ่อม

การเดินทางไกลและค่าใช้จ่ายแฝงยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการตัดสินใจเลือกประเภทของรถยนต์

  • สถานการณ์ที่คนไม่อยากเจอที่สุดเวลาเดินทางไกลข้ามจังหวัดคือ การเสียเวลาจอดรอชาร์จไฟนานๆ หรือต้องลุ้นแย่งตู้ชาร์จ คิดเป็น 43.06%
  • ปัญหาเรื่องไม่อยากจ่ายค่าน้ำมันแพงๆ มีสัดส่วนอยู่ที่ 36.94%
  • ค่าใช้จ่ายแฝงที่คนกังวลว่าจะเป็นภาระมากที่สุด นอกจากค่างวดรถคือ ค่าซ่อมและค่าอะไหล่ สูงถึง 45.39%
  • ความกังวลรองลงมาคือ ค่าเบี้ยประกันภัยรายปี 23.37% และค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ในระยะยาว 17.24%

ข้อมูลกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจ

จากการสำรวจ Thairath Poll พบว่ากลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย คิดเป็น 55.89% รองลงมาคือเพศหญิงที่ 35.31%

เมื่อพิจารณาในด้านช่วงอายุ พบว่ากลุ่มผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้รถที่มีประสบการณ์  มีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 65.48% ตามมาด้วยกลุ่มอายุ 35-44 ปี ที่ 13.73% และกลุ่มอายุ 25-34 ปี ที่ 11.22%

นอกจากนี้ ในด้านพื้นที่อยู่อาศัย ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล คิดเป็น 59.12% ขณะที่ผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วไป และต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ (เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น) มีสัดส่วนอยู่ที่ 21.99% และ 18.90% ตามลำดับ

จากผลสำรวจของ Thairath Poll สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงว่า ผู้บริโภคชาวไทยยังคงให้น้ำหนักกับ "ความอุ่นใจ" ในการใช้งานระยะยาวเป็นหลัก ทั้งความครอบคลุมของศูนย์บริการ ความง่ายในการซ่อมบำรุง และความคล่องตัวในการเดินทาง ทำให้เทคโนโลยีไฮบริด (Hybrid) กลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความสมดุลระหว่างความประหยัดและความสะดวกสบาย ในขณะที่รถยนต์ EV เต็มรูปแบบ แม้จะมีจุดเด่นเรื่องค่าพลังงาน แต่ยังคงต้องเผชิญกับความกังวลของผู้บริโภคในด้านข้อจำกัดเรื่องจุดชาร์จไฟและค่าใช้จ่ายด้านแบตเตอรี่ระยะยาว