เคยได้ยินผู้ใหญ่พูดว่า "รอแค่ชั่วเคี้ยวหมากจืด" หรือ "ไกลชั่วเคี้ยวหมากจืด" แล้วสงสัยหรือไม่ว่า ชั่วเคี้ยวหมากจืด คือกี่นาที และเหตุใดจึงกลายเป็นสำนวนไทยที่ใช้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

แม้ทุกวันนี้คนไทยจะไม่ได้มีวิถีการกินหมากเหมือนในอดีตแล้ว แต่สำนวนนี้ยังคงพบเห็นได้ในหนังสือ วรรณกรรม และคำพูดของผู้ใหญ่หลายพื้นที่ สะท้อนภูมิปัญญาการบอกเวลาของคนไทยในยุคที่นาฬิกายังไม่แพร่หลาย

เปิดความหมาย "ชั่วเคี้ยวหมากจืด" คืออะไร

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา อธิบายว่า "ชั่วเคี้ยวหมากจืด"  เป็นสำนวนที่ใช้บอกเวลา โดยเทียบกับระยะเวลาในการเคี้ยวหมาก 1 คำ คือตั้งแต่เริ่มเคี้ยวหมากจนหมากจืดหมดคำ

คนสมัยก่อนใช้เวลาที่เคี้ยวหมากจนจืด ประมาณ 20-30 นาที เป็นหน่วยเปรียบเทียบเวลา เช่น “รออยู่นานชั่วเคี้ยวหมากจืด” หมายถึงรออยู่เป็นเวลานานพอสมควร หรือ “เดินไปบ้านกำนันก็ไกลชั่วเคี้ยวหมากจืด” หมายถึงระยะทางที่ใช้เวลาเดินประมาณหนึ่งช่วง

ที่มาของสำนวน "ชั่วเคี้ยวหมากจืด" สะท้อนวัฒนธรรมไทย

ในอดีตคนไทยนิยมกินหมาก ซึ่งไม่ได้หมายถึงการกลืนกิน แต่เป็นการนำหมากและใบพลูที่ทาปูนแล้ว มาเคี้ยวรวมกับเครื่องปรุงต่างๆ เช่น พิมเสน กานพลู สีเสียด ใบเนียม และเครื่องหอม เมื่อเคี้ยวไปสักพัก น้ำหมากจะกลายเป็นสีแดง จึงบ้วนทิ้งแล้วเคี้ยวต่อ เมื่อหมากหมดรสจึงคายชานหมากทิ้ง เรียกว่า "หมากจืด"

เนื่องจากในอดีตยังไม่มีนาฬิกาที่ใช้กันแพร่หลาย ผู้คนจึงมักกะเวลาโดยอาศัยกิจวัตรประจำวันที่คุ้นเคย เช่น การเคี้ยวหมาก สำนวน “ชั่วเคี้ยวหมากจืด” จึงสะท้อนวิถีชีวิตของคนไทยในอดีตได้เป็นอย่างดี

"ชั่วเคี้ยวหมากจืด" หรือ "ชั่วเคี้ยวหมากแหลก" สำนวนไทยถูกต้องกันแน่

หลายคนมักพูดว่า "ชั่วเคี้ยวหมากแหลก" จนเข้าใจว่าเป็นสำนวนที่ถูกต้อง แต่จริงๆ แล้ว รูปสำนวนที่ถูกต้องคือ "ชั่วเคี้ยวหมากจืด" เพราะหมายถึงช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มเคี้ยวจนหมากหมดรส หรือ "จืด" ไม่ได้หมายถึงการเคี้ยวให้หมากแหลกละเอียด ดังนั้น หากต้องการใช้ให้ถูกต้องตามภาษาไทย ควรใช้คำว่า "ชั่วเคี้ยวหมากจืด"

แม้ปัจจุบันการกินหมากจะลดน้อยลง แต่สำนวนไทยอย่าง "ชั่วเคี้ยวหมากจืด" ยังคงเป็นมรดกทางภาษาที่สะท้อนทั้งภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของคนไทยในอดีตได้อย่างน่าสนใจ และควรใช้ให้ถูกต้อง ไม่สับสนกับคำว่า "ชั่วเคี้ยวหมากแหลก" ซึ่งเป็นคำที่ใช้ผิดจากสำนวนดั้งเดิม