เคยไหมที่เราเผลอนึกถึงข้อความสเตตัสเวิ่นเว้อเมื่อหลายปีก่อน หรือรูปภาพยุควัยรุ่นที่เคยโพสต์ทิ้งไว้ตามเว็บบอร์ดและแพลตฟอร์มต่างๆ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราเรียกว่า “Digital Footprint” หรือรอยเท้าดิจิทัล ซึ่งเป็นร่องรอยข้อมูลส่วนตัวที่เราทิ้งไว้บนโลกออนไลน์ ในยุคที่ข้อมูลมีค่าดั่งทองคำ การปล่อยประวัติเก่าๆ ทิ้งไว้โดยไม่ดูแลอาจส่งผลกระทบต่อทั้งความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของเราได้ ไทยรัฐออนไลน์ จึงขอเผยทริกการลบประวัติเก่าๆ ที่สามารถค่อยๆ ทำตามเป็นข้อๆ เพื่อกู้คืนความเป็นส่วนตัวขั้นสุด
ทริกเคลียร์ Digital Footprint ลบประวัติเก่าๆ บนโลกอินเทอร์เน็ตเพื่อความเป็นส่วนตัว
- จัดการโซเชียลมีเดียและบัญชีเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน
การปิดและลบบัญชีที่เลิกเล่นไปแล้ว เพราะการปล่อยบัญชีทิ้งไว้คือความเสี่ยงชั้นดีในการถูกแฮ็กหรือนำข้อมูลไปใช้ ลองใช้เวลาไล่ลบบัญชีหรือแอปพลิเคชันเก่าๆ ที่ไม่เคลื่อนไหวแล้วทิ้งให้หมด พร้อมทั้งตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้รัดกุม ในแพลตฟอร์มที่ยังใช้อยู่ ควรเข้าไปเปลี่ยนการตั้งค่าให้เห็นเฉพาะเพื่อนสนิทเท่านั้น รวมถึงลบโพสต์ในอดีตที่ไม่ได้เป็นที่จดจำ เช่น การไล่ลบโพสต์ รูปภาพ หรือสเตตัสเก่าๆ ที่อาจดูไม่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาสืบประวัติหรือดึงรูปภาพไปใช้ได้ง่ายๆ
- ล้างประวัติการค้นหาและปิดการติดตามข้อมูล
การเคลียร์คุกกี้ และประวัติเบราว์เซอร์ ในทุกครั้งที่เข้าเว็บไซต์ ควรเข้าไปล้างประวัติการค้นหาในเบราว์เซอร์อย่างสม่ำเสมอ มิเช่นนั้นเบราว์เซอร์จะเก็บประวัติเอาไว้ รวมถึงการปิดการติดตามตำแหน่งที่ตั้ง โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบเมนูการจัดการข้อมูลและความเป็นส่วนตัวในบัญชีหลักอย่าง Google หรือระบบปฏิบัติการบนสมาร์ตโฟน แล้วเลือกปิดการติดตามโลเคชัน ทั้งหมดนี้เราสามารถตั้งค่าลบประวัติอัตโนมัติได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยลดการถูกนำข้อมูลไปวิเคราะห์และยิงโฆษณาตามหลอกหลอนเราได้เป็นอย่างดี
...
- เคลียร์อีเมลขยะและตัดการเชื่อมต่อแอปฯ ที่น่าสงสัย
ไม่ว่าจะเป็นการกดยกเลิกรับข่าวสาร จัดการกับอีเมลโฆษณาหรือจดหมายข่าวในกล่องจดหมายที่แทบไม่เคยเปิดอ่าน เพื่อลดรอยเท้าดิจิทัลในฐานข้อมูลของบริษัทต่างๆ รวมทั้ง การยกเลิกการเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน ที่พวกเรามักจะเคยใช้บัญชี Facebook หรือ Google ล็อกอินเข้าแอปฯ บุคคลที่สาม ให้เข้าไปตรวจสอบในหน้าการตั้งค่าความปลอดภัย แล้วกดยกเลิกการเชื่อมต่อกับแอปฯ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เพื่อปิดประตูไม่ให้แอปฯ เหล่านั้นดึงข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้อีก
การตามล้างรอยเท้าดิจิทัลอาจต้องใช้เวลาและความใจเย็นในการค่อยๆ ไล่เคลียร์ทีละส่วน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน เพราะมันคือการทวงคืนพื้นที่ส่วนตัว และสร้างเกราะป้องกันความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ให้ตัวเราเองได้อย่างยั่งยืนที่สุด