จากงานวิจัยที่วิเคราะห์การยิงจุดโทษเกือบ 7,000 นัด พบว่า ทีมไหนยิงก่อนไม่ได้เปรียบเสมอไป งานวิจัยอีกชิ้นชี้ควรวางนักเตะที่มีความนิ่งมากที่สุดยิงในช่วงเวลาตัดสิน
ความเชื่อเก่าแก่ในวงการฟุตบอลที่ว่า ทีมที่ได้เตะจุดโทษก่อนในการดวลจุดโทษมีโอกาสชนะสูงกว่า กำลังถูกท้าทายด้วยงานวิจัยชุดใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Football Studies ซึ่งชี้ว่าสิ่งที่ตัดสินผลแพ้ชนะแท้จริงแล้วไม่ใช่ลำดับการยิงก่อน-หลัง แต่เป็นความกดดันทางจิตวิทยาที่ต่างชนิดกันในแต่ละจังหวะของการดวลจุดโทษ ทั้งนี้ ในฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย มี 2 ใน 4 คู่แรกที่ตัดสินผลด้วยการดวลจุดโทษ ได้แก่ ปารากวัยชนะเยอรมนี และโมร็อกโกชนะเนเธอร์แลนด์
นิตยสาร Wired นำเสนอบทความที่ตรงกับกระแสฟุตบอลโลก 2026 ในหัวข้อ Penalty Shootouts: Is the Team That Kicks First More Likely to Win? โดยเท้าความว่า งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Economic Review เมื่อปี 2010 พบว่า ทีมที่เริ่มยิงก่อนจะชนะการดวลจุดโทษเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ทีมที่ยิงเป็นลำดับสองมีโอกาสชนะเพียง 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่ขึ้น และนักวิจัยจำนวนมากขึ้นเริ่มศึกษาปรากฏการณ์การยิงจุดโทษ ความได้เปรียบดังกล่าวก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ
จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2012, 2019, 2023, 2024 และ 2025 ต่างประเมินขนาดของความได้เปรียบลดลงตามลำดับ โดยงานวิเคราะห์ที่ครอบคลุมที่สุดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งอ้างอิงข้อมูลการดวลจุดโทษเกือบ 7,000 ครั้ง และการยิงจุดโทษกว่า 74,000 ครั้ง ไม่พบหลักฐานว่า ทีมที่ยิงก่อนชนะบ่อยกว่าทีมที่ยิงเป็นลำดับสอง และหากมีความได้เปรียบอยู่จริง ก็จะน้อยกว่า 1.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่างจากตัวเลข 60 ต่อ 40 ที่เคยถูกพูดถึงกันอย่างมาก
...
งานวิจัยล่าสุดในวารสาร Football Studies เสนอมุมมองใหม่ว่า คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ "มีความได้เปรียบจากการยิงก่อนหรือไม่" แต่ควรเป็นการอธิบายว่า ความได้เปรียบนั้น หากเกิดขึ้นจริง มาจากไหน
สมมติฐานของทีมวิจัยชี้ว่า ความกดดันยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาด แต่ไม่ใช่ทุกสถานการณ์ที่มีความกดดันสูงจะเหมือนกัน จุดสำคัญอยู่ที่การแยกแยะระหว่างจุดโทษที่หากพลาดแล้วทีมจะตกรอบทันที กับจุดโทษที่หากยิงเข้าจะทำให้ทีมชนะทันที
งานวิจัยระบุว่า กติกาฟุตบอลปัจจุบันไม่ได้กระจายโอกาสที่มีความกดดันสูงสุดอย่างเท่าเทียมกัน โดยทีมที่ยิงจุดโทษเป็นลำดับสองมักเจอสถานการณ์ที่พลาดแล้วตกรอบทันทีบ่อยกว่า ขณะที่โอกาสยิงเพื่อชนะจะกระจายตัวต่างกันไปตามจังหวะของการดวลจุดโทษ
ผลการศึกษาพบว่า จุดโทษที่ยิงเข้าแล้วทำให้ทีมชนะทันทีมีอัตราความสำเร็จสูงถึง 89.1 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่จุดโทษที่หากพลาดแล้วทีมจะตกรอบทันที มีอัตราความสำเร็จลดลงเหลือ 60.4 เปอร์เซ็นต์
ที่สำคัญกว่านั้น เมื่อนำปัจจัยเรื่องจุดโทษชี้ชนะ และจุดโทษชี้ตกรอบมาคำนวณร่วมด้วย นักวิจัยพบว่า ลำดับการยิงก่อน-หลังไม่ได้อธิบายผลต่างด้านประสิทธิภาพได้อย่างมีนัยสำคัญอีกต่อไป กล่าวคือ ความได้เปรียบที่ดูเหมือนจะมีของทีมที่ยิงก่อน ไม่ได้มาจากลำดับการยิง แต่มาจากประเภทของสถานการณ์กดดันทางจิตวิทยาที่ลำดับนั้นสร้างขึ้นต่างหาก
นักวิจัยระบุว่า ความแตกต่างนี้อาจมีนัยเชิงกลยุทธ์ หากผู้เล่นบางคนรับมือกับความกดดันขั้นสูงได้ดีกว่าคนอื่น การเก็บผู้เล่นเหล่านั้นไว้ยิงในจังหวะที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการให้ยิงเป็นคนแรกๆ ของการดวลจุดโทษ
เช่นเดียวกับแบบจำลองอื่นๆ งานวิจัยนี้ทำให้ความเป็นจริงง่ายขึ้นกว่าที่เป็นจริง โดยยังไม่ได้นำปัจจัยอื่น เช่น กลยุทธ์ของผู้รักษาประตู ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้รักษาประตูกับผู้ยิง อิทธิพลจากผู้ชมในสนาม ความเหนื่อยล้าสะสม หรือลักษณะทางจิตวิทยาเฉพาะตัวของผู้เล่นแต่ละคน มาพิจารณาร่วมด้วย ซึ่งผู้วิจัยเองก็ยอมรับว่าตัวแปรเหล่านี้จำเป็นต้องนำไปศึกษาต่อในอนาคต
ที่มา: Wired