สวนนงนุชพัทยา สร้างความฮือฮาผ่าปอก "มะพร้าวทะเล" พืชหายากเมล็ดใหญ่ที่สุดในโลกพร้อมกันถึง 12 ลูก มูลค่ารวมกว่า 1.2 ล้านบาท พารู้จักสายพันธุ์ปาล์มมหัศจรรย์ที่มีอายุยืนถึง 400 ปี

กลายเป็นกระแสความสนใจในโลกออนไลน์ทันที หลังจากที่สวนนงนุชพัทยา นำโดย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้จัดกิจกรรมปอกเปลือกและผ่าโชว์ผล มะพร้าวทะเล (Coco de Mer) จำนวน 12 ลูก ซึ่งเป็นพืชหายากระดับโลก โดยมูลค่าเฉลี่ยตกอยู่ที่ประมาณผลละ 100,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายและโอกาสทางพฤกษศาสตร์ในการปอกครั้งนี้สูงถึง 1,200,000 บาท เพื่อนำเมล็ดไปขยายพันธุ์และส่งเสริมการเรียนรู้ ทำเอาหลายคนตั้งคำถามว่า มะพร้าวชนิดนี้คืออะไร และทำไมจึงมีมูลค่าสูงลิบลิ่วขนาดนี้

มะพร้าวทะเล คืออะไร? ทำไมได้ชื่อว่าเมล็ดใหญ่ที่สุดในโลก

มะพร้าวทะเล หรือที่มักเรียกกันว่า มะพร้าวแฝด และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lodoicea maldivica จัดเป็นพืชตระกูลปาล์มชนิดหนึ่งที่มีความพิเศษเฉพาะตัว โดยได้รับการบันทึกสถิติลงในกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด (Guinness World Records) ว่าเป็นพืชที่มีเมล็ดขนาดใหญ่และหนักที่สุดในโลก โดยน้ำหนักของผลรวมอาจมากถึง 10–20 กิโลกรัมต่อลูก และมีลักษณะทางกายภาพที่เด่นชัดคือ ผลของมันจะมีรูปทรงคล้ายกับสะโพกหรือก้นของสตรี จึงเป็นที่มาของฉายา "มะพร้าวก้นสาว" ในภาษาไทย

ความมหัศจรรย์แห่งพฤกษศาสตร์ที่ต้องรอนานนับทศวรรษ

พืชชนิดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเจริญเติบโตที่เชื่องช้าอย่างมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มันกลายเป็นของหายากและมีราคาแพง โดยมีวัฏจักรการเติบโตที่น่าทึ่งดังนี้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

  • ระยะเวลาออกผล: ต้องใช้เวลาปลูกยาวนานกว่า 30 ปี จึงจะเริ่มออกดอกและติดผลเป็นครั้งแรก
  • ระยะเวลาผลสุก: หลังจากติดผลแล้ว ต้องใช้เวลาอีกราว 7 ปี ผลจึงจะสุกงอมเต็มที่
  • การงอกของเมล็ด: เมื่อผลตกสู่พื้นดิน ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปี เมล็ดจึงจะเริ่มงอกรากแก้ว
  • อายุขัย: ต้นมะพร้าวทะเลสามารถมีอายุยืนยาวได้สูงสุดถึง 400 ปี

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ "ผลไม้จากสวรรค์" ที่หายากยิ่งกว่าเพชรพลอย

ในบริบททางประวัติศาสตร์ ชื่อของ Coco de Mer หรือ "มะพร้าวแห่งทะเล" มีที่มาจากในอดีตที่ผู้คนมักจะพบผลมะพร้าวชนิดนี้ลอยมาตามกระแสน้ำในมหาสมุทรอินเดีย โดยที่ไม่มีใครเคยเห็นต้นของมันบนแผ่นดินมาก่อน ทำให้เกิดความเชื่อในกลุ่มชาวเรือและคนโบราณว่า มันเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เติบโตอยู่ใต้ทะเลลึก หรือเป็นผลไม้จากสวรรค์ที่มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะรักษาได้สารพัดโรค

ด้วยความลึกลับและหายาก ในอดีตหากมีผู้ใดเก็บมะพร้าวทะเลได้ จะต้องนำไปทูลเกล้าฯ ถวายแก่กษัตริย์หรือสุลต่านเพื่อประดับบารมีเท่านั้น จนกระทั่งต่อมาจึงมีการค้นพบว่า ถิ่นกำเนิดที่แท้จริงของมะพร้าวทะเลอยู่บนเกาะเล็กๆ ในหมู่เกาะเซเชลส์ (Seychelles) มหาสมุทรอินเดีย

สวนนงนุชพัทยา แหล่งอนุรักษ์มะพร้าวทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

จากการเปิดเผยของสวนนงนุชพัทยา ระบุว่า ปัจจุบันทางสวนฯ ประสบความสำเร็จในการดูแลและอนุรักษ์พืชหายากชนิดนี้ โดยมีต้นมะพร้าวทะเลอยู่ในความดูแลรวมทั้งหมด 90 ต้น แบ่งเป็นต้นที่โตเต็มวัยแล้ว 35 ต้น และต้นกล้าอีก 55 ต้น นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะปลูกต้นกล้าเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์และขยายพันธุ์มะพร้าวทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกในอนาคต

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา (ภาพจากเพจสวนนงนุชพัทยา)
นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา (ภาพจากเพจสวนนงนุชพัทยา)

ความสำเร็จในการปอกและเตรียมนำเมล็ดไปขยายพันธุ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านพฤกษศาสตร์ของประเทศไทยในเวทีสากล แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้คนไทยและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่หาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน