รายงานล่าสุดจาก Trip.com Group ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมของนักเดินทางทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 

โดยพบว่านักเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ สหราชอาณาจักร และมาเลเซีย เป็นกลุ่มที่เดินทางสะสมระยะทางมากที่สุดด้วยค่าเฉลี่ยกว่า 2,800 กิโลเมตรต่อคน ในขณะเดียวกันจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มียอดจองเที่ยวบินสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ โซล, “กรุงเทพฯ”, ฮ่องกง, โตเกียว และไทเป ซึ่งเป็นการตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า มหานครของไทยยังคงมีมนต์เสน่ห์และครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างเหนียวแน่น

นอกจากนี้ Trip.com Group ยังได้คาดการณ์เทรนด์การเดินทางในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่าจะถูกขับเคลื่อนด้วย 3 เทรนด์หลัก รวมถึงการเข้ามามีบทบาทสำคัญของเทคโนโลยี AI ที่จะพลิกโฉมการท่องเที่ยวไปจากเดิม ดังรายละเอียดต่อไปนี้

เที่ยวสั้น เน้นความคุ้มค่า 

พฤติกรรมของนักเดินทางยุคใหม่มักต้องการหลีกหนีความวุ่นวายด้วยการพักผ่อนระยะสั้น โดยมีระยะเวลาเดินทางเฉลี่ยเพียง 2.92 ถึง 3.8 วันเท่านั้น ซึ่งเห็นได้ชัดจากยอดจองเที่ยวบินระยะสั้นในภูมิภาคยุโรปที่พุ่งสูงถึง 73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

นอกจากนี้การเดินทางแบบจัดทริปวันหยุดยาว หรือ Long Weekend ที่ใช้เวลาไม่เกิน 4 วัน ก็มียอดจองเพิ่มขึ้นกว่า 40% ในพื้นที่เอเชียตะวันออกและยุโรป รวมถึงเพิ่มขึ้นกว่า 15% ในฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นการตอกย้ำว่าผู้คนเน้นการชาร์จแบตให้ตัวเองในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่า

...

ทริปครอบครัวมาแรงแซงทุกรูปแบบ

การท่องเที่ยวแบบครอบครัวกลายเป็นรูปแบบที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด แซงหน้าการเดินทางกับคู่รัก แก๊งเพื่อน หรือการลุยเดี่ยวอย่างเห็นได้ชัด โดยยอดจองโรงแรมสำหรับครอบครัวที่มีบุตรอายุไม่เกิน 12 ปี มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค 

โดยเฉพาะในตลาดสำคัญอย่างจีนแผ่นดินใหญ่ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่มียอดจองที่พักแบบครอบครัวเติบโตสูงขึ้นมากกว่าสองเท่า กลุ่มนักเดินทางวัย Gen Z และ Millennials ต่างให้ความสำคัญกับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวและทำเลที่ตั้งที่เหมาะกับเด็กเป็นหลัก สำหรับจุดหมายยอดฮิตในโซนเอเชียที่ตอบโจทย์เทรนด์นี้ ได้แก่ สวนสัตว์บาหลี, Desaru Water Adventure Park, Universal Studios Japan และ Tokyo DisneySea

เทรนด์หนีร้อนไปพึ่งเย็น 

สภาพอากาศที่ร้อนระอุ ทำให้ยอดค้นหาจุดหมายปลายทางและทริปพักผ่อนที่มีอากาศเย็นสบาย หรือที่เรียกว่า Coolcation เพิ่มขึ้นถึง 74% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมา บนแพลตฟอร์มคอมมูนิตี้ Trip Moments เองก็มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่พักผ่อนอากาศเย็นและเคล็ดลับการรับมือความร้อนเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 15.4% เมืองเด่นๆ อย่างอูลานบาตอร์และซัปโปโรที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยเพียง 15 ถึง 25 องศาเซลเซียส ได้ก้าวขึ้นมาติดอันดับ 10 เมืองที่นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้จองมากที่สุดในซัมเมอร์นี้ 

พร้อมยอดจองที่เติบโตแบบก้าวกระโดดในระดับเลขสามหลัก ส่วนจุดหมายปลายทางในทวีปยุโรป เช่น ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ สโลวีเนีย และสวิตเซอร์แลนด์ ก็มียอดค้นหาเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นเดียวกัน

AI ก้าวขึ้นเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะข้างกายนักเดินทาง

พฤติกรรมการวางแผนการเดินทางกำลังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อผู้คนหันมาพึ่งพาเทคโนโลยี AI มากขึ้น ความสนใจในการค้นหาคำว่า “help plan my trip” บนเสิร์ชเอนจินอย่าง Google พุ่งสูงขึ้นถึง 190% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับจำนวนคำสั่งซื้อบนแพลตฟอร์ม Trip.com ที่มีการใช้งาน AI ผ่านเครื่องมือ TripGenie เพิ่มขึ้นราว 400% นักเดินทางยังนิยมใช้ AI เป็นผู้ช่วยระหว่างทริป ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การหาเมนูอาหาร หรือการเทียบราคาโรงแรม ซึ่งมีการใช้งานเพิ่มขึ้นราว 300% โดยนักท่องเที่ยวในสิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง มักใช้ AI ระหว่างการเดินทางเพื่อหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ ในขณะที่ฝั่งชาวยุโรปและอเมริกาเหนือนิยมใช้ AI ล่วงหน้าหลายสัปดาห์เพื่อช่วยวางแผนทริปให้สมบูรณ์แบบที่สุดตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง