ในยุคที่ความสุขและการยอมรับถูกวัดด้วยยอดไลก์ ยอดแชร์ และคอมเมนต์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้กลายมาเป็นพื้นที่แสดงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภายใต้ภาพเบื้องหน้าที่ดูหรูหรา กินหรู อยู่สบาย อัปเดตเทรนด์แฟชั่นไม่เคยตก คอนเทนต์ท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีให้เห็นทุกไตรมาส รู้หรือไม่ว่าคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกำลังก้าวเข้าสู่ "วิกฤตทางการเงินเงียบ" จากพฤติกรรมการใช้เงินเกินตัวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีในโลกออนไลน์ โดยที่หลายคนอาจจะทำไปโดยสัญชาตญาณจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
หากคุณเริ่มรู้สึกว่าทำไมทำงานหนักแต่ไม่มีเงินเก็บ หรือเริ่มมีอาการหมุนเงินไม่ทัน ลองมาเช็กพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ดูว่าคุณกำลังติดกับดัก "ภาพลักษณ์ราคาแพง" นี้อยู่หรือเปล่า
1. ซื้อเพราะ "กลัวตกเทรนด์" มากกว่าความจำเป็น (FOMO - Fear of Missing Out)
พฤติกรรมที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การทนไม่ได้เมื่อเห็นคนอื่นในโซเชียลมีเดียมีไอเทมใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด กระเป๋าแบรนด์เนมที่เป็นกระแส หรือแม้กระทั่งการตามไปเช็กอินคาเฟ่เปิดใหม่ที่กำลังเป็นไวรัล การตัดสินใจซื้อไม่ได้เกิดจากความต้องการใช้งานจริง แต่เกิดจากความกลัวว่าตัวเองจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง หรือกลัวว่าโปรไฟล์ของตัวเองจะดู "เอาต์" ในสายตาเพื่อนร่วมโลกออนไลน์
2. "กินหรูเพื่อรูปสวย" รสนิยมสูงเกินรายรับ
จากมื้ออาหารเพื่อความอิ่มท้อง กลายมาเป็นมื้ออาหารเพื่อความสวยงามและการสร้างคอนเทนต์ พฤติกรรมยอดฮิตคือการเลือกเข้าร้านอาหาร Fine Dining, โอมากาเสะ หรือบุฟเฟต์หรูราคาแพง เพียงเพราะร้านนั้นมีมุมถ่ายรูปสวย จัดจานออกมาแล้วดูแพงเมื่อลงสตอรี่ไอจี แม้ว่าราคาต่อมื้อจะสูงถึง 1 ใน 4 ของเงินเดือน แต่เพื่อการได้อัปลงโซเชียลและได้รับการยอมรับ หลายคนยอมที่จะควักกระเป๋าจ่าย แล้วค่อยไปประหยัดกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในวันที่เหลือ
...
3. เสพติดพฤติกรรม "ของมันต้องมี" ด้วยเงินอนาคต
การเข้ามาของฟีเจอร์ทางการเงินยุคใหม่ เช่น บัตรเครดิตที่สมัครง่ายขึ้น หรือบริการประเภท "ช้อปก่อนจ่ายทีหลัง" (BNPL - Buy Now Pay Later) บนแพลตฟอร์ม E-Commerce กลายเป็นตัวเร่งพฤติกรรมนี้ให้รุนแรงขึ้น เพราะมันช่วยบดบังความจริงที่ว่าเรากำลังไม่มีเงิน แบรนด์เนมชิ้นโตหรือทริปท่องเที่ยวหรูถูกกดสั่งซื้อง่ายๆ เพียงเพราะเห็นคำว่า "ผ่อน 0% คงจ่ายไหว" จนลืมคำนวณไปว่าเมื่อนำยอดผ่อนมารวมกันในแต่ละเดือน มันได้เกินวงเงินรายรับที่แท้จริงไปไกลแล้ว
4. "เช่าอสังหาฯ เกินฐานะ" เพื่อฉากหลังที่ดูแพง
เทรนด์การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่เริ่มเปลี่ยนไป หลายคนยอมจ่ายค่าเช่าคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองในราคาที่สูงลิ่ว ทั้งที่สัดส่วนค่าเช่านั้นสูงเกินกว่า 30-40% ของเงินเดือน เพียงเพื่อต้องการทำเลที่ดูดี มีส่วนกลางที่สวยงามสำหรับถ่ายรูป และมีห้องพักที่จัดแต่งตามเรฟเรนซ์ในพินเทอเรสต์ (Pinterest) เพื่อใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายวิดีโอหรือรูปภาพลงโซเชียล โดยมองข้ามความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
วิธีดึงสติและก้าวออกจากกับดักภาพลักษณ์ออนไลน์
เปลี่ยนมุมมองต่อคำว่า "ความร่ำรวย": คนที่ดูรวยในโซเชียล อาจไม่ได้รวยจริงในชีวิตจริง ความร่ำรวยที่ยั่งยืนคือเงินในบัญชีเงินเก็บและสินทรัพย์ ไม่ใช่ยอดไลก์บนรูปภาพ
ใช้กฎ 48 ชั่วโมงก่อนกดซื้อ: เมื่อเห็นของที่อยากได้เพราะรีวิวในโซเชียล ให้กดใส่ตะกร้าไว้ก่อนแล้วทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง เพื่อให้อารมณ์ชั่ววูบดึงกลับสู่ความเป็นจริง แล้วค่อยถามตัวเองอีกครั้งว่าจำเป็นต้องใช้จริงๆ หรือแค่ต้องการพื้นที่โชว์
ดีท็อกซ์โซเชียลมีเดีย (Social Media Detox): ลองกด Unfollow เพจรีวิวที่กระตุ้นกิเลส หรือลดเวลาการไถฟีดลงบ้าง การเห็นชีวิตคนอื่นน้อยลง จะช่วยลดการเปรียบเทียบและทำให้เราพึงพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ในชีวิตจริงมากขึ้น
การสร้างโปรไฟล์ให้ดูดีไม่ใช่เรื่องผิด และการให้รางวัลตัวเองก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงทางการเงิน เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อปิดหน้าจอสมาร์ตโฟนลง คนที่ต้องรับผิดชอบต่อภาระหนี้สินและความเครียดในการหมุนเงินก็คือตัวเราเอง ไม่ใช่คนกดไลก์ในโลกออนไลน์