“สกุชชี่คืออะไร” ทำไมกลายเป็นของเล่นยอดฮิตครองใจคนทุกวัย? ชวนเปิดที่มาเสน่ห์ความนุ่มนิ่มแบบสโลว์ไรส์ (Slow Rise) ที่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่ยังช่วยบำบัดความเครียดได้เป็นอย่างดี

สกุชชี่คืออะไร? ทำความรู้จักของเล่นนุ่มฟูยอดฮิต

หากคุณเคยเห็นของเล่นหน้าตาน่ารัก ไม่ว่าจะเป็นรูปขนมปัง สัตว์เลี้ยง หรือผลไม้ ที่เมื่อเราออกแรงบีบจนยุบตัวลงไปแล้ว มันจะค่อยๆ คืนตัวกลับมาสู่สภาพเดิมอย่างช้าๆ สิ่งนั้นเรียกว่า “สกุชชี่” (Squishy)

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

คำว่า Squishy มาจากภาษาอังกฤษที่แปลว่า “นุ่มนิ่ม” หรือ “บีบได้” โดยส่วนใหญ่ผลิตขึ้นจากวัสดุประเภทพอลิยูรีเทนโฟม (Polyurethane Foam) ที่มีความยืดหยุ่นสูง เสน่ห์สำคัญที่ทำให้หลายคนหลงรักคืออาการ “สโลว์ไรส์” (Slow Rise) หรือการคืนตัวอย่างช้าๆ ยิ่งคืนตัวช้าเท่าไร ก็ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักสะสมมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ สกุชชี่ส่วนใหญ่ยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เช่น กลิ่นขนมปังอบใหม่ กลิ่นสตรอว์เบอร์รี หรือกลิ่นช็อกโกแลต ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นได้เป็นอย่างดี

...

เปิดที่มาความฮิต จากวัฒนธรรม “คาวาอี้” สู่เทรนด์โลก

จากข้อมูลสถิติด้านของเล่นระบุว่า เทรนด์ของเล่นประเภทบีบคลายเครียด (Stress Toy) มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่จุดเริ่มต้นของสกุชชี่ในรูปแบบปัจจุบัน ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากวัฒนธรรม “คาวาอี้” (Kawaii Culture) หรือความน่ารักในประเทศญี่ปุ่น ช่วงต้นยุค 2000s ก่อนจะขยายความนิยมไปยังกลุ่มประเทศเอเชียและแพร่กระจายไปทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง YouTube และ TikTok ในเวลาต่อมา

ในอดีต ของเล่นบีบมืออาจเป็นเพียงลูกบอลยางธรรมดา แต่การใส่ไอเดียดีไซน์ที่น่ารักและกลิ่นหอมแบบญี่ปุ่น ทำให้สกุชชี่เปลี่ยนสถานะจากของเล่นเด็กธรรมดา กลายมาเป็นของสะสมที่มีมูลค่า และกลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่ต้องมีติดกระเป๋า

ทำไม "สกุชชี่" ถึงมัดใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้อยู่หมัด?

เหตุผลที่ทำให้สกุชชี่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และเกาะกระแสอยู่ในใจของคนหลากหลายช่วงวัย มีปัจจัยหลักๆ ดังนี้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • ช่วยผ่อนคลายและลดความเครียด (Stress Relief): สำหรับผู้ใหญ่และคนวัยทำงาน การบีบสกุชชี่ซ้ำๆ ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อมือ และกระตุ้นความรู้สึกผ่อนคลายในสมอง คล้ายกับการทำสมาธิหรือการฟังเสียง ASMR
  • ดีไซน์หลากหลาย น่าสะสม: มีตั้งแต่แบรนด์ทั่วไปราคาหลักสิบ ไปจนถึงแบรนด์แท้ลิขสิทธิ์ระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น เช่น iBloom หรือ Puni Maru ที่มีราคาสูงหลักร้อยถึงหลักพันบาท ทำให้เกิดกลุ่มนักสะสมที่ชอบรีวิวและแลกเปลี่ยนกัน
  • เสริมสร้างพัฒนาการในเด็ก: สำหรับเด็กเล็ก การหยิบจับและบีบสกุชชี่ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก และการประสานงานระหว่างมือและสายตา รวมถึงกระตุ้นจินตนาการจากรูปร่างและกลิ่นต่างๆ

เสน่ห์ที่มากกว่าแค่ของเล่น

สกุชชี่จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ของเล่นตามกระแสที่มาแล้วไป แต่เป็นไอเทมที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความเพลิดเพลิน การสะสม และการบำบัดจิตใจในยุคที่ผู้คนมีความเครียดสูง จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมของเล่นนุ่มนิ่มชิ้นนี้ ถึงยังคงครองใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาได้อย่างยาวนาน