เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หลายคนอาจกังวลเรื่องไข้หวัดหรือโรคทางเดินหายใจ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามไม่แพ้กันคือ "โรคอาหารเป็นพิษ" และ "อาการท้องเสีย" ที่มักพบได้บ่อยในช่วงนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิด ทั้งแบคทีเรียและไวรัสที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม
หน้าฝนควรเลี่ยง 5 อาหารที่ต้องระวังในช่วงหน้าฝน เสี่ยงท้องเสีย-อาหารเป็นพิษ
1. เมนูดิบ ยำ และส้มตำที่ไม่ได้ปรุงสุก
อาหารรสจัดอย่างส้มตำปูปลาร้า ยำทะเล หรือเมนูเนื้อดิบต่างๆ อาจเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน แต่ในช่วงหน้าฝนถือเป็นอาหารกลุ่มเสี่ยง เพราะวัตถุดิบหลายชนิดไม่ได้ผ่านความร้อน หากกระบวนการล้างหรือการจัดเก็บไม่สะอาด อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนได้ง่าย
หากอยากรับประทานเมนูเหล่านี้ ควรเลือกร้านที่มีมาตรฐานด้านความสะอาด และเลือกเมนูที่ปรุงสุกทุกขั้นตอนจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่า
2. อาหารทะเลกึ่งสุกกึ่งดิบ
หอยนางรมสด หอยแครงลวก หรือกุ้งแช่น้ำปลา เป็นเมนูที่ควรระวังเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน เนื่องจากน้ำฝนที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติอาจพาสิ่งปนเปื้อนและเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่แหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้มากขึ้น
การรับประทานอาหารทะเลที่ผ่านการปรุงสุกด้วยความร้อนจนทั่วถึง จะช่วยลดโอกาสได้รับเชื้อโรคที่อาจก่อให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ หรืออาหารเป็นพิษได้
3. อาหารปรุงสุกที่วางทิ้งไว้นาน
แม้อาหารจะปรุงสุกแล้ว แต่หากวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกัน โดยเฉพาะอาหารกล่อง ข้าวราดแกง หรืออาหารที่ตั้งโชว์ไว้เป็นเวลานาน
...
ทางที่ดีควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงใหม่ๆ หากซื้อมาแล้วยังไม่กินทันที ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทานทุกครั้ง
4. ผักสดและผลไม้หั่นพร้อมกินริมทาง
ผักสดที่ใช้เป็นเครื่องเคียง รวมถึงผลไม้ที่ปอกเปลือกและหั่นใส่ถุงขายตามรถเข็น อาจมีความเสี่ยงจากการล้างที่ไม่สะอาด หรือการสัมผัสฝุ่นละอองและน้ำฝนระหว่างการวางจำหน่าย
ในช่วงหน้าฝนควรเลือกผักที่ผ่านการลวกหรือต้มสุก และหากต้องการรับประทานผลไม้ ควรซื้อผลไม้สดมาล้างและปอกเปลือกเอง เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
5. น้ำดื่มและน้ำแข็งที่ไม่ได้มาตรฐาน
หลายคนอาจใส่ใจเรื่องอาหาร แต่ลืมระวังเรื่องน้ำดื่มและน้ำแข็ง ซึ่งเป็นอีกสาเหตุสำคัญของอาการท้องเสียในช่วงฤดูฝน หากแหล่งผลิตหรือการขนส่งไม่ได้มาตรฐาน อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้
ควรเลือกดื่มน้ำสะอาดจากภาชนะที่ปิดสนิท และเลือกใช้น้ำแข็งที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย
นอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มเสี่ยงแล้ว การปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยพื้นฐานก็เป็นสิ่งสำคัญ ได้แก่ การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนส่วนตัว และล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง หากพบว่าอาหารมีสี กลิ่น หรือรสชาติผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงและทิ้งทันที อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญกับอาการอาหารเป็นพิษหรือท้องเสียในภายหลัง